พัก "เซ็นทรา เซ็นทรัล สเตชั่น" ปั่นตะลุยตลาดเยาวราช

ชมตลาด
ช่างภาพ: 

ฉบับนี้ "ชมตลาด" ของเรามาในมาดใหม่ค่ะ ที่ผ่านมาชาวหญิงไทยลดโลกร้อนหิ้วถุงผ้าไปจ่ายตลาด คราวนี้ขอวางถุงผ้าแต่คว้าจักรยานปั่นแถวเรียงเดี่ยวตะลุยตลาดเยาวราช ได้ทั้งกำลังกายที่แข็งแรง และได้เปิดมุมมองใหม่ๆในเยาวราชที่ไม่เคยเห็นมาก่อน งานนี้ต้องขอขอบคุณโรงแรมเซ็นทรา เซ็นทรัล สเตชั่น กรุงเทพฯ และบริษัทฮอนด้าพระราม3กรุ๊ป ที่ทำให้พวกเราสื่อมวลชนจากนิตยสารหลายเล่ม ได้มารวมตัวทำกิจกรรม Yaowarat China Town Insight Tour ขี่จักรยาน (CO VAN KESSEL) ซึ่งมีจุดสตาร์ทเริ่มที่ริเวอร์ซิตี้ ท่าน้ำสี่พระยา ชมวิถีดั้งเดิมในชุมชนต่างๆรอบๆเยาวราช ไปจนถึงปากคลองตลาด ริมน้ำวัดประยูรวงศ์ อุทยานสมเด็จย่า โบสถ์ซางตาครู้ส ชิมและช็อป "ขนมฝรั่งกุฎีจีน" ในชุมชนกุฎีจีน สนุกสนานและประทับใจมากค่ะ

ก่อนกิจกรรมจะเริ่มหนึ่งวัน พวกเราเข้าพักที่Centra Central Station Hotel Bangkokค่ะ เพราะสะดวกสบายในเรื่องของการเดินทาง ใช้รถไฟฟ้าใต้ดินลงที่สถานีปลายทางหัวลำโพง ออกมาตามทางออกที่ 1 ก็พบโรงแรมตั้งตระหง่าน อยู่กลางแยกเลยค่ะ โดยใต้ตึกเป็นศูนย์ฮอนด้าสาขาเยาวราช เมื่อมาถึงโรงแรมแล้วก็กดลิฟต์ขึ้นไปชั้นที่ 12 เพื่อทำการเช็คอินได้เลยค่ะ บรรยากาศล็อบบี้ โทนสีขาวสะอาดตา ทำให้ดูโล่ง โปร่ง สบาย สวยงามตามสไตล์จีนแต่แฝงความทันสมัยสดใหม่ไว้ทุกการตกแต่ง คีย์การ์ดของห้องพักระบุให้ลิฟต์จอดได้เฉพาะชั้นที่ได้เข้าพักและต้องมาเริ่มต้นจากลิฟต์ที่หน้าล็อบบี้เท่านั้น เป็นระบบความปลอดภัยที่ดีมากค่ะ ที่นี่มีห้องพักระดับมาตรฐานมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ฝั่งหัวลำโพง และห้องสวีทรวม 150 ห้อง ซึ่งมีทั้งห้องพักแบบเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่และเตียงคู่ มีห้องแฟมิลี่สวีทที่รองรับลูกค้าได้ถึง 4 คน สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักประกอบด้วยเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์สัญญาณดาวเทียม ตู้เย็นพร้อมมินิบาร์ เครื่องดื่มชากาแฟ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและโทรศัพท์ที่สามารถโทรทางไกลไปต่างประเทศ ชั้น 12 มีห้องอาหาร 2 ห้องคือห้องอาหารสเตชัน คาเฟ่ (Station Caf?)ให้บริการอาหารนานาชาติและอาหารไทย ทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวันและมื้อค่ำ ทั้งแบบบุฟเฟ่และอาหารตามสั่งและห้องอาหารจีนไชน่าค่ะ

ผู้จัดการโรงแรมพาคณะสื่อมวลชลชม "สปาเซ็นวารี" สปาแบรนด์ไทยที่ให้บริการสปาระดับมาตรฐานสากล ให้บริการนวดไทยตามแบบฉบับดั้งเดิมรวมทั้งทรีทเม้นต์เพื่อการบำบัดรักษาหลากหลายเมนูในห้องทรีทเม้นต์แบบส่วนตัว "เซ็นฟิต" ห้องออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครันรวมทั้งห้องเซาน่า และห้องอบไอน้ำอีก นอกจากนี้ยังมีห้องประชุม 5 ห้องตั้งอยู่บนชั้น 14 และ 15 ซึ่งได้จัดให้มีพื้นที่บริเวณหน้าห้องประชุมเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่สามารถใช้จัดประชุมสัมมนา พร้อมบริการเครื่องฉายแอลซีดีโปรเจ็คเตอร์พร้อมจอ ระบบการประชุมทางไกล และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

ทัวร์ขี่จักรยานรอบเยาวราชเริ่มในเช้าวันต่อมา พวกเราได้นั่งรถฮอนด้ารุ่นใหม่ๆหลายรุ่นหลายสไตล์ ทั้งแอคคอร์ด ซีอาร์วี ฟรีด ทุกคันอ๊อพชั่น ครบเบาะหนังนั่งนุ่ม พากลุ่มสื่อมวลชนไปยังท่าน้ำริเวอร์ซิตี้เพื่อเริ่มต้นทัวร์ขี่จักรยานกันที่โค คลาสสิคคัล ทัวร์รูปแบบ 3 ชั่วโมงเต็ม สำหรับผู้ที่รักในการปั่นจักรยาน เราได้สัมผัสมุมมองความแตกต่างของกรุงเทพมหานครทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสายเลือดหลักของคนไทยอย่างใกล้ชิดติดริมฝั่งตลอดทางกันเลยทีเดียว เส้นทางการปั่นจักรยานเริ่มต้นที่ตลาดน้อย จากนั้นไก๊ด์พาพวกเราปั่นผ่านตลาดสำเพ็งแหล่งธุรกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เลี้ยวเข้าตรอกซอกซอยต่างๆ ผ่านบ้านเรือนย่านคนจีน เห็นความเป็นอยู่ของแรงงานที่เข้ามาประกอบอาชีพในเมืองหลวง วัดวาอารามที่ผสมผสานความเป็นไทยจีนผ่านมุมมองความเชื่อในเรื่องต่างๆที่น่าสนใจ แหล่งค้าขายเครื่องจักรอะไหล่ยนต์ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ตลอดเส้นทางของเมืองแห่งธุรกิจ สร้างเรื่องราวแปลกใหม่ตลอดเวลา

จากนั้นพวกเราก็ต้องยกรถจักรยานลงเรือข้ามฟากข้ามไปยังเส้นทางฝั่งธนบุรี ภาพความอึกทึกวุ่นวายหายไป กลายเป็นภาพความเงียบสงบของบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของผู้คนหลากหลายเชื้อสายที่อาศัยอยูร่วมกันอย่างเป็นมิตร โดยมีศาสนสถานเป็นสัญลักษณ์แบ่งความเป็นชุมชนแต่ละชุมชน ตลอดทางที่ขบวนของพวกเราปั่นผ่าน เราได้ยินคำทักทายจากคุณลุงคุณป้า คุณตาคุณยายที่อาศัยอยู่ในซอยเล็กๆแคบๆ บ้างก็ออกมานั่งพักผ่อน บ้างก็กำลังประกอบอาหาร เราขี่จักรยานเอวคดเอวอ่อนผ่านหม้อแกง หม้อขนมที่ตั้งอยู่บนเตาไฟร้อนๆ กันอย่างสนุกสนาน ได้รับรอยยิ้มจริงใจเอกลักษณ์ของคนไทยตลอดทาง บางช่วงจักรยานผ่านไม่ได้เพราะมีต้นไม้ขึ้นเบียดอยู่กลางซอย ต้องค่อยๆดันจักรยานผ่านก่อนแล้วผู้ขี่ค่อยๆเบียดต้นไม้ตามออกมา เรียกเสียงหัวเราะเสียงลุ้นกันเฮฮาเชียวค่ะ

ทัวร์ขี่จักรยานนี้ชื่อ โค แวน เคสเซ่ล บางกอกทัวร์ ก่อตั้งขึ้นโดยคู่หูต่างวัย มิสเตอร์จาโคบัส (โค) แวน เคสเซ่ล ชายชาวดัตช์หัวใจไทย ซึ่งเป็นผู้ที่มีใจรักจักรยานเป็นผู้เริ่มต้น และ จันทร์มณี พลภักดี (คุณน้อง) ทั้งสองมีจุดประสงค์หลักในการจัดตั้งทัวร์จักรยานขึ้นร่วมกัน เพื่อนำเสนอการท่องเที่ยว ในเชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้พาหนะสองล้อปั่น สร้างสรรค์ความแปลกใหม่ให้เกิด ต่อวงการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเมืองไทย และร่วมส่งเสริมรณรงค์ให้ทุกคนหันมาใส่ใจกับการใช้จักรยานในเมืองหลวง เพื่อลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนน และ ที่สำคัญทัวร์จักรยานเป็นการนำเที่ยวที่สามารถสัมผัสถึงมิตรภาพ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ สามารถเข้าถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่อันหลากหลาย และมีเสน่ห์ของคนในเมืองหลวงได้อย่างใกล้ชิด

ถ้าย้อนไปอีกหลายสิบปีก่อนคนในหลายๆพื้นที่ จะคุ้นเคยกับ ลุงฝรั่ง หรือลุงโก้ ที่พานักท่องเที่ยวปั่นจักรยานเข้าไปตามชุมชนต่างๆ อาทิ สุขุมวิท คลองเตย อ่อนนุช มีนบุรี เยาวราช บางลำพู ธนบุรี รวมถึง นนทบุรี และบางกระเจ้า สมุทรปราการ เขามีเส้นทางพิเศษ เพื่อทัวร์จักรยานไว้ในหลายๆพื้นที่ และยังเป็นผู้ที่ สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการนำเที่ยวโดยจักรยานอีกหลายๆแห่งในปัจจุบัน จากการอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มาเป็นเวลานานกว่า30ปี ของ มิสเตอร์โค แวน เคสเซ่ล ทำให้เขามีความรู้ในด้านเส้นทาง และภูมิศาสตร์ของกรุงเทพฯเป็นอย่างดี ห้องพักอันแสนธรรมดาของเขาเต็มไปด้วยหนังสือ และแผนที่ทุกรูปแบบของกรุงเทพฯ เปรียบเสมือนของสะสมอันแสนมีค่า เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายในการสำรวจกรุงเทพฯ แบบละเอียดทุกตารางนิ้ว ทั้งนี้เพื่อให้ได้เส้นทางทัวร์จักรยานที่น่าสนใจยิ่งๆขึ้น

มิสเตอร์โค แวน เคสเซ่ล ได้ใช้เวลาหลายพันชั่วโมงโดย ใช้จักรยานเสือภูเขาคู่ใจของเขา สลับกับมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าดรีม คู่ชีวิต เดินทางเพื่อค้นหาเส้นทางใหญ่น้อยที่เชื่อมโยงกันระหว่างถนนสายหลักและถนนในชุมชนต่างๆทั่วกรุงเทพฯ ผ่านตรอก ซอยขนาดเล็ก ทางเท้า ถนนในเมืองที่พาดผ่านลำคลอง และสิ่งที่เขาได้ค้นพบนั้นคุ้มค่ายิ่งนัก เพราะเขาได้เห็นว่าสิ่งที่น่าประทับใจต่างๆนั้นซ่อนอยู่ ภายใต้ตึกรามบ้านช่องที่ทันสมัย เขาได้เห็นโลกแห่งความเงียบสงบ เรียบง่ายแต่สวยงาม มิตรภาพของ "ความเป็นไทย อย่างแท้จริง" สีสันที่แปลกตา หรือกลิ่น ที่ไม่คุ้นเคย รูปแบบวิถีชีวิต ที่มีเสน่ห์ตลอดริมฝั่งคลอง ตลาดสด โรงเรียน วัด ศาลเจ้า หรือแม้แต่พื้นที่เกษตรกรรมที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ จนคุณเองอาจไม่คาดคิดเลยว่าพื้นที่แห่งนี้จะมีอยู่ในเมืองหลวงที่หลายคนขนานนามว่า กรุงเทพฯ เมืองแห่งความวุ่นวาย แออัด

คู่หูต่างวัยของมิสเตอร์โคคือ จันทร์มณี พลภักดี (น้อง) เด็กสาวนักสู้ จากต่างจังหวัดที่จบการศึกษาด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มุ่งเข้ากรุงเพื่อแสวงหาประสบการณ์และต้องการใช้ความรู้ด้านการท่องเที่ยวที่เรียนมาของเธอให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งสองร่วมกันก่อตั้งทัวร์จักรยานขึ้นภายใต้ชื่อ โค แวน เคสเซ่ล บางกอกทัวร์ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2548 โดยเปิดสำนักงานแห่งแรก ณ ตึกศรีนครินทร์เพลส คอนโดมิเนียม อ่อนนุช41 ที่ซึ่งเป็นแฟลตคอนโดฯ ที่มิสเตอร์โค อาศัยอยู่กว่ายี่สิบปี

แม้มิสเตอร์โค แวน เคสเซ่ล จากไปอย่างไม่มีวันกลับในเดือนกรกฎาคม ปี 2555 แต่ความรู้ และประสบการณ์อันน่าทึ่งที่เขาได้ถ่ายทอดไว้ ให้กับทีมงานโค แวน เคสเซ่ล บางกอกทัวร์นั้นถูกดำรงและสานต่อความตั้งใจเอาไว้ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด...วัดได้จากวันที่พวกเราได้ร่วมเส้นทางจักรยาน ในเส้นทางผจญภัยอันแสนวิเศษวันนั้น เรียกความสนุกสนานในความทรงจำยามเยาว์วัยของพวกเรากลับคืนมา เป็นความสนุกสนานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความรักความสามัคคี เพราะต้องดูแลเอาใจใส่เพื่อนร่วมทาง การเคารพกติกา มารยาทในการอยู่ร่วมกัน แม้จะเป็นเวลาเพียง3ชั่วโมง แต่ก็เป็นความประทับใจอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้...นอกจากคุณต้องหาวันว่าง มาจับแฮนด์จักรยานและออกแรงปั่นด้วยตัวคุณเอง