เมื่อพูดถึงการปรับรูปหน้า กำจัดริ้วรอย เรามักจะได้ยินกันอยู่เสมอๆ ทั้งครีมบำรุงผิวสารพัดสูตร ไปจนถึงโปรแกรม ทรีทเม้นต์ต่างๆที่มีอยู่มากมาย จนไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดีให้เหมาะกับปัญหาที่มี วันนี้เลยจะขอเอาเรื่องเทคโนโลยีในการปรับรูปหน้าว่ามีอะไรบ้าง และแต่ละวิธีช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง มาเล่าสู่กันฟังค่ะ

1. Botolinum Toxin...มหัศจรรย์ในการกำจัดริ้วรอย

หรือที่รู้จักกันดีว่าโบท็อกซ์...ที่ใช้ในการกำจัดริ้วรอย แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ถูกค้นพบมานาน และมีการใช้มายาวนาน แต่ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถจัดการริ้วรอยได้อย่าง เห็นผลรวดเร็ว ทันใจ เห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 3-4 วัน และจะเห็นผลชัดเจนประมาณ 2 สัปดาห์ ผลของการรักษาอยู่ได้นานประมาณ 4- 6 เดือน ฉีดเสร็จ สามารถกลับไปทำงาน ทำธุระต่อได้ทันที เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้จริงๆ ข้อพึงระวังก็คือ การปรับรูปหน้า หรือการลดริ้วรอยด้วย Botoxนี้ จำเป็นต้องอาศัยผู้ชำนาญ และมีประสบการณ์ในการปรับรูปหน้า เพื่อที่จะรู้ถึงโครงสร้างภายในของกล้ามเนื้อใต้ชั้นผิวหนัง มีการออกแบบว่าจะฉีดลงในตำแหน่งใด เพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ การรักษาจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดูดี และเป็นธรรมชาติ นอกจากลดริ้วรอยแล้ว ในปัจจุบัน หลายๆคนยังใช้ Botox เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูดีตามเทรนด์ อย่างเทรนด์ตาจิก หรือหน้าเรียวเล็ก เป็นต้น แต่ก็ไม่ใช่ทุกรูปหน้าจะทำได้เหมือนกันหมดนะคะ จำเป็นต้องให้คุณหมอพิจารณาว่ารูปหน้านั้นๆ สามารถทำแล้วเห็นผลได้ตามที่ต้องการหรือไม่

**สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ในปัจจุบัน เริ่มมี Botolinum Toxin ที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อ.ย. ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีราคาถูก แต่ไม่มีใครยืนยันได้ถึงมาตรฐาน และคุณภาพ ซึ่งก็เป็นความเสี่ยงอย่างมากอีกอย่าง เพราะผลลัพธ์อาจจะมีเพียงผลที่อยู่ได้ไม่นาน ไปจนถึงเกิดอาการดื้อยา ซึ่งหมายถึงว่า ต่อไปก็จะไม่สามารถลดริ้วรอยได้ด้วย Botolinum Toxin อีกต่อไป ซึ่งนับเป็นผลเสียหายอย่างร้ายแรงสำหรับหลายๆคนทีเดียว

2. ฟิลเลอร์...มหัศจรรย์แห่งการเติมเต็ม

แล้วก็มาถึงนางเอกของการปรับรูปหน้าอีกตัว สารเติมเต็ม หรือฟิลเลอร์ ใช้ในการเสริมปรับรูปหน้าในตำแหน่งที่ต้องการให้นูนเด่น เช่น จมูก ขมับ หน้าผาก คาง ริมฝีปาก ร่องลึกใต้ตา ร่องน้ำตา ร่องแก้ม มุมปาก หรือโหนกแก้ม สามารถช่วยลดริ้วรอย และยังช่วยลดร่องรอยที่เหลืออยู่หลังการดึงหน้า หรือแก้ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยการดึงหน้าได้ เช่น เติมร่องแก้มให้ตื้นขึ้น ร่องน้ำตา รอยย่นที่ริมฝีปากบน หรือฉีดเติมบริเวณคาง เพื่อให้รูปหน้ายาวขึ้น แก้ปัญหาคางสั้นไม่ได้สัดส่วนสวยงาม

ข้อควรระวังสำหรับฟิลเลอร์ก็เช่นเดียวกับโบท็อกซ์นะคะ ต้องระวังของที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะมีผลเสียมากกว่าผลดี และจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะตัวของแพทย์ผู้รักษาอย่างมาก จึงควรเลือกทำกับคลินิกชั้นนำ โดยแพทย์ผู้ชำนาญเท่านั้นค่ะ

3. อัลเธอรา...เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการยกกระชับผิวในระดับลึก

ทำงานโดยใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง ลงไปในระดับชั้นผิวหนังลึก ที่เรียกว่า SMAS ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงข่าย โอบอุ้ม และรองรับชั้นไขมัน และคอลลาเจนใต้ผิวหน้าไว้ เมื่ออายุมากขึ้น SMAS ก็เริ่มหย่อนคล้อย เป็นที่มาของผิวหย่อนคล้อย ดังนั้น อัลเธอราจึงเสมือนไปแก้ที่ต้นเหตุ ไปทำให้ตาข่ายขึงตึงอีกครั้ง กรอบหน้าที่หย่อนคล้อยก็จะกลับมากระชับได้รูปอีกครั้ง วิธีการนี้ผลของรูปหน้าที่ดีขึ้นจะค่อยๆปรากฏให้เห็นอย่างเป็นธรรมชาติ และเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนภายหลังการรักษา 3 เดือน ผลอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี

4. เทอร์มาจ

เป็นอีกเทคโนโลยีที่ใช้แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย คล้ายกับอัลเธอรา แต่เป็นพลังงานคนละแบบ โดยเทอร์มาจจะส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงลงไปแก้ไขที่คอลลาเจนที่เสื่อมสภาพให้กลับมาตึงตัวอีกครั้ง

5. การดึงหน้าด้วยไหมละลาย

เป็นเทคนิคการสอดไหมดึงผิวหน้าให้ดูกระชับขึ้นภายในเวลา 30 นาที ทำเสร็จก็เห็นผลเลย โดยตัวไหมจะมีฟันปลาเล็กๆอยู่ตลอดทั้งเส้น เพื่อดึงรั้งเนื้อใต้ผิวหนังให้ตึงขึ้น หลังทำอาจมีรอยบวมเล็กน้อยที่บริเวณรอยเข็มเล็กๆที่ผิว 1รอย ต่อไหม 1 เส้น และรอยเข็มจะหายไปภายใน 1 วัน ผลการรักษาอยู่ได้ประมาณ 4 - 6 เดือน

เห็นไหมคะ แค่เรื่องปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย ก็มีเทคโนโลยีที่ใช้ในการแก้ปัญหามากมาย การเลือกใช้จึงควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้ชำนาญ และที่สำคัญในหลายๆกรณี จำเป็นต้องผสมผสานเทคโนโลยีมากกว่า 1 ชนิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด จึงจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ และเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์มากๆค่ะ