"คูม่าการ์เด้น"

ร้านอร่อยใกล้ผานางคอย ที่ 'อ.ร้องกวาง'
มื้ออร่อย

 

วันที่เราเดินทางตุหรัดตุเหร่ผ่านเส้นทางคดโค้งข้ามเนินเขาหลายเนินจนไปถึงอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่นั้น ท้องของเราก็เริ่มครวญครางด้วยความหิวโหยพอดี มองหาร้านอาหารริมทาง ก็พบแต่ทิวป่าสักสูงชันตลอดสาย จนมองเห็นร้านคูม่าการ์เด้น ซึ่งเป็นทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟที่เจ้าของตั้งใจจัดให้เป็นจุดพักของนักเดินทาง เราจึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอด แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะนอกจากมีทั้งอาหารอร่อยๆไว้บริการแล้ว ห้องน้ำที่นี่ทั้งสวยงามและสะอาดจริงๆค่ะ เดิมนั้น"ร้องกวาง"เป็นหมู่บ้านเล็กๆของจังหวัดแพร่ ตั้งอยู่ในป่าเรียกว่า "บ้านร้องกวาง" คำว่า "ร้อง" เป็นภาษาท้องถิ่นหมายความว่าทางน้ำเดินหรือร่องที่มีน้ำขัง ส่วน"กวาง"ก็แปลตรงตัวเลยค่ะว่าเป็นสัตว์ป่าสี่เท้าชนิดหนึ่งโดยที่หมู่บ้านแห่งนี้มีร่องน้ำหรือลำห้วยไหลผ่านโดยตลอด จึงอุดมไปด้วยต้นไม้นานาชนิดมีสภาพเป็นป่าทึบ เป็นที่อยู่อาศัยของ สัตว์ป่าหลายชนิดโดยเฉพาะมีกวางเป็นฝูงๆลงมากินน้ำ เล่นน้ำในลำห้วยนี้เป็นประจำลำห้วยนี้จึงได้ชื่อว่า"ลำห้วยร้องกวาง" ร้านคูม่าการ์เด้น อยู่เลยตลาดสดร้องกวางไป 3 ก.ม ก่อนถึงถ้ำผานางคอยค่ะ

เพราะรู้มาว่า "ปลาร้าอบก้อน"ที่ตำบล น้ำเลา อำเภอร้องกวาง จังหวัด แพร่เป็นสินค้าพื้นเมืองแสนอร่อย แก้มอิ่มจึงสั่ง "ตำคูม่า" รสเด็ดที่เป็นส้มตำไทย ใส่ปู ปลาร้า แม่ครัวปรุงรสชาติออกมาได้เข้มข้น ผสมมะกอกสุกรสชาติเปรี้ยวชุ่มคอ จนแก้มอิ่มแทบวางช้อนไม่ลง มาทางเหนือก็ต้องเน้น "แหนม"จานที่สองเราจึงสั่ง "แหนมซี่โครงหมู"มาชิม รสชาติจัดจ้านจี๊ดจ๊าดจริงๆค่ะ ตามด้วยจานเด็ดของร้านคูม่าที่เจ้าของร้านบอกว่าใครไปใครมาต้องสั่งชิม นั่นคือ "ปีกไก่โรยเกลือ" จานนี้แก้มอิ่มก็ยกนิ้วให้อีกตามเคยค่ะ ต่อจากนั้นก็เป็น "น้ำตกหมู"ที่ใช้หมูสันในหมักเนื้อนุ่มย่างพอสุกผสมด้วยเครื่องปรุงต่างๆ โรยหน้าด้วยข้าวคั่วหอมหวลชวนทาน รำแต้ๆเจ๊า ตามด้วยซดน้ำ "ต้มแซ่บซี่โครงหมู"ร้อนๆพอคล่องคอ ทานกันเพลินจนอิ่มตื้อเลยทีเดียว อาหารมื้อนี้แก้มอิ่มการันตีว่าคุณภาพดี รสชาติอร่อยจริง และราคาก็ไม่แพงเว่อร์ ถ้าใครมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวเส้นทางสายอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ แวะพักเข้าห้องน้ำ ทานอาหาร ดื่มกาแฟ ชมบรรยากาศป่าสักสวยๆแล้วไปเที่ยวถ้ำกันต่อนะคะ

"ถ้ำผานางคอย" เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังของอ.ร้องกวาง ชาวบ้านนิยมเรียกว่าถ้ำผานางหรือถ้ำผานางคอย ปากถ้ำอยู่สูงจากพื้นดิน ประมาณ 50 เมตร มีบันไดขึ้นถึงปากถ้ำ ถ้ำลึกประมาณ 150 เมตร ภายในมีหินงอกหินย้อย ที่สวยงาม กลางถ้ำมีหินงอกขนาดใหญ่มองผาดๆคล้ายสตรีอุ้มเด็ก ทำให้มีชื่อเรียกว่าแท่นนางนอน ถัดจากบริเวณนี้ไปเกือบถึงปลายถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ให้ประชาชนได้นมัสการ ตำนานถ้ำผานางคอยที่มีคนกล่าวขานถึงมากที่สุด กล่าวว่าเมื่อสมัยที่อาณาจักรแสนหวียังเจริญรุ่งเรือง เจ้าผู้ครองนครมีราชธิดาผู้สิริโฉมงดงามมาก นามว่านางอรัญญนี วันหนึ่งนางเสด็จประพาสโดยเรือพระที่นั่งเกิดมีพายุใหญ่พัดกระหน่ำมา ทำให้เรือพระที่นั่งพลิกคว่ำนางอรัญญนีพลัดตกลงในน้ำ ฝีพายหนุ่มคนหนึ่งได้กระโดลงไปช่วยชีวิตนางไว้ได้ ตั้งแต่นั้นมาทั้งสอง ได้แอบติดต่อกัน โดยปิดบังไม่ให้พระราชบิดาของนางล่วงรู้ จนนางอรัญญนีตั้งครรภ์ขึ้น พระราชบิดาของนางกริ้วมาก สั่งให้ทำโทษนางและกักขังไว้ แต่ ฝีพายหนุ่มซึ่งเป็นคนรักของนาง ได้แอบเข้าไปหานางถึงในที่คุมขังและพานางหลบหนีออกมา เมื่อเจ้าครองนครได้ทราบเรื่องจึงได้ให้ทหารติดตามทั้งสองไป เมื่อทหารขี่ม้าเข้าใกล้ทั้งสองจึงได้ยิงธนู หมายจะเอาชีวิตของฝีพาย แต่ลูกธนูพลาดไปโดน ธิดาของเจ้าครองนคร ทั้งคู่จึงได้หลบหนีเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง ฝ่ายหญิงนั้น รู้ตัวดีว่าบาดเจ็บสาหัสมาก จึงขอร้องให้ฝีพาย หนีไป โดยนางสัญญาว่า จะรออยู่ที่ถ้ำแห่งนี้ตลอดไป ฝีพายหนุ่มจึงจำใจหนีออกไปแต่เพียงผู้เดียวซึ่งนางได้ดูคนรักของนางหนีออกไปจนลับสายตา และเสียชีวิต ณ ถ้ำแห่งนั้น โดยตั้งจิตอธิษฐานว่า "โปรดมั่นใจในข้าผู้ภักดีนี้เถิด ข้าไม่ปราถนาสิ่งใดมากไปกว่าผู้เป็นยอดดวงใจ จะขอรอคอยอยู่ที่นี่ตลอดไปชั่วกัลปวสาน" ลานที่นางนั่งดูสามีหนีออกจากถ้ำไป ต่อมาเรียกว่า "ลานนางคอย" ....ในเดือนเมษายนช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการจัดงานถ้ำผานางคอยทุกปีค่ะ