โลกดิจิทัล

คิดเห็นประเด็นข่าว

บริษัทโซนี่ ยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องไฟฟ้าของญี่ปุ่นสร้างแท็บเล็ตหนาแค่ 7 มม. ใช้จอสัมผัสทำด้วยกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ โตขนาดกระดาษ เอ4 สามารถเขียนข้อความได้ สำหรับใช้ในสำนักงาน ชาร์จไฟหนหนึ่งใช้งานได้นาน 3 สัปดาห์ ออกวางตลาดในเดือนเมษายน ตั้งราคาไว้ที่ประมาณเครื่องละ 33,000 บาท โดยแท็บเล็ตรุ่นก่อนหน้านี้ใช้จอที่เป็นกระจกทำให้หนักและค่อนข้างหนา แต่จอแบบใหม่ที่เรียกว่า โมบิอิส ทำด้วยพลาสติกหนักแค่ครึ่งเดียวของจอแก้ว และแม้จะเป็นจอสัมผัส แต่ก็เขียนได้ด้วยปากกาพิเศษมีความจุ 4 กิ๊ก แต่อาจเสริมด้วยเมมโมรี่การ์ด

ช่างประกอบแว่นของอังกฤษเปิดเผยข้อมูลจากการสำรวจว่าผู้คนสมัยนี้พากันติดโทรศัพท์มือถือกันมากจนน่ากลัว หญิงวัยไม่เกิน 25 ปี จำนวน 2,000 คน ที่คร่ำเคร่งอยู่กับโทรศัพท์และอุปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตและทีวีจอแบน อาจก่อความเสียหายกับตาในระยะยาว หลายคนต้องคอยเช็คดูโทรศัพท์วันละถึง 32 ครั้ง ช่างทำแว่นตาผู้ชำนาญการอีกคนหนึ่งกล่าวอย่างห่วงใยว่า แสงสีน้ำเงินในเครื่องโทรศัพท์อาจเป็นอันตรายต่อเบื้องหลังลูกตาได้ เมื่อประกอบกับการไม่ค่อยจะกะพริบตาอย่างเพียงพอ การถือเครื่องมือไว้ใกล้กว่าระยะการมองตามปกติจะทำให้ตาเกิดความเครียด เมื่อทำไปนานๆอาจทำให้ตาเสียได้ จากการทดสอบยังพบอีกว่า การโดนแสงไวโอเล็ตสีน้ำเงินมากเกินไป อาจเป็นเหคุให้จอประสาทตาเสื่อม อันเป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้ตาบอด แม้ว่าเราจะยังไม่รู้ความเกี่ยวพันโดยตรง แต่หลักฐานในห้องแล็บยืนยันว่าอาจเป็นเช่นนั้นได้

มีการรายงานว่ารายได้ของสื่อในสหรัฐอเมริกาลดลงถึงหนึ่งในสาม นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่สื่อดิจิทัล โดยศูนย์วิจัยพิวประเมินว่า รายได้ประจำที่สนับสนุนสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อกระจายเสียงและสื่อออนไลน์ลดลงมาอยู่ระหว่าง 63,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 65,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2 ล้านล้านบาท ขณะที่รายได้เมื่อปี 2549 อยู่ระหว่าง 94,000 ถึง 95,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3 ล้านล้านบาท ผลการสำรวจครั้งนี้ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารในอุตสาหกรรมสื่อ โดย เจสซี โฮลคอมป์ หนึ่งในผู้วิจัยระบุว่า ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า เงินที่ได้จากค่าโฆษณาลดลง ขณะที่เงินที่ได้จากผู้อ่านหรือผู้รับสื่อ อาทิ ค่าสมัครสมาชิกมีสัดส่วนเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น โฮลคอมป์ บอกว่า ระหว่างปี 2549-2555 มีการปลดนักข่าวหนังสือพิมพ์ที่ทำงานเต็มเวลาออกจากงานราว 12,000 ตำแหน่ง ขณะที่รายได้จากค่าโฆษณาทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล คิดเป็น 82 เปอร์เซ็นต์ จากแหล่งรายได้ทั้งหมดที่สืบทราบได้ แต่ทุกวันนี้เหลือเพียง 69 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สื่อบางสำนักหันไปใช้วิธีการหารายได้รูปแบบใหม่ เช่น การหาทุนสนับสนุนจากมูลนิธิการกุศล การจัดอีเว้นท์และให้บริการ ด้านการตลาดดิจิทัล เช่นเดียวกับการหาเงินลงทุนโดยตรงจากบริษัทร่วมทุน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่า รายรับจากค่าโฆษณาที่หายไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะย้อนกลับมายังอุตสาหกรรมสื่ออีกครั้ง แต่โฮลคอมป์เชื่อว่า ในขณะที่รายได้จากผู้รับสื่อจะมีความสำคัญกับธุรกิจสื่อมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายรับจากค่าโฆษณาที่สูญเสียไปได้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมสื่อเชื่อว่าความยั่งยืนของวงการสื่อ เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด จะอยู่ที่การหาแหล่งที่มาของรายได้อย่างหลากหลายมากขึ้น

ขณะที่สังคมไทยนิยมทำงานในสำนักงานหรือออฟฟิศมากขึ้น และใช้คอมพิวเตอร์ประกอบการทำงานทั้งชนิดตั้งโต๊ะและชนิดพกพา การต้องนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานร่างกายเคลื่อนไหวน้อย ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ ซึ่งแพทย์เรียกว่า โรคออฟฟิศซินโดรม ในรายที่มีอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อน หากทำงานในอิริยาบถที่ผิดซ้ำอีกจะทำให้อาการรุนแรง ตัวเลขจากสำนักงานสถิติที่สำรวจ ในปี 2553 คนไทยทั่วประเทศใช้คอมพิวเตอร์มีประมาณ 19 ล้านคน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรคแนะว่า ควรเลือกใช้เก้าอี้ที่เอนได้และมีความสูงของเก้าอี้และโต๊ะได้ระดับ มีหมอนหนุนหลัง คอมพิวเตอร์ที่ใช้ต้องปรับให้จออยู่ในระดับสายตา แป้นคีย์ควรอยู่ในระดับข้อศอก ข้อมือ ปรับพฤติกรรมการนั่งเก้าอี้ ขณะนั่งทำงานโดยให้นั่งให้เต็มก้น หลังตรงชิดขอบด้านในของเก้าอี้ กะพริบตาบ่อยๆ พักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ทุก 10 นาที เปลี่ยนท่าการทำงานทุก 20 นาที ยืนเหยียดกล้ามเนื้อมือและแขนทุกๆ 1 ชั่วโมง

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ประเทศไทยได้เริ่มทดสอบโครงข่ายการออกอากาศทีวีในระบบดิจิทัลออกอากาศครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นครราชสีมา เชียงใหม่ และสงขลา ส่วนในเดือนพฤษภาคมตามแผนที่วางไว้จะเพิ่มอีก 3 จังหวัด คือ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และระยอง และในเดือนมิถุนายน ถือเป็นช่วงออกอากาศจริงตามข้อบังคับแล้วจะเพิ่มพื้นที่ครอบคลุมเป็น 11 จังหวัด จะมีอีก 4 จังหวัดคือ สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น และอุดรธานี ประชาชนที่รับชมภาคพื้นดินปัจจุบันจะสามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้เพียงซื้ออุปกรณ์แปลงสัญญาณ หรือกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ซึ่งปัจจุบัน กสทช. อนุญาตนำเข้าและผลิตแล้ว 52 รุ่น โดยไม่ต้องเปลี่ยนทีวีเครื่องเก่าแต่อย่างใด ส่วนเครื่องโทรทัศน์สามารถรับสัญญาณทีวีดิจิทัลได้ในตัว ได้อนุมัตินำเข้าและจัดจำหน่ายแล้วรวม 76 รุ่น ซึ่งประชาชนที่รับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินผ่านระบบดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวียี่ห้อต่างๆ สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ทันทีที่ผู้ให้บริการช่องรายการเริ่มแพร่ภาพออกอากาศตามประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป เพียงแค่ถอดและเสียบปลั๊ก

ส่วนความคืบหน้าในการแจกคูปองเพื่อให้ประชาชนคนไทย 22 ล้านครัวเรือน นำไปซื้ออุปกรณ์การรับชมทีวีดิจิทัล กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาราคาที่เหมาะสม ภายใต้เงื่อนไขจะต้องให้ทั่วถึงตามวัตถุประสงค์ กำหนดวิธีแจกคูปองและแลกซื้ออุปกรณ์การรับชมที่ได้มาตรฐาน การสนับสนุนต้องรวมเสาอากาศทั้งภายในและนอกบ้าน มูลค่าคูปองต้องเพียงพอโดยประชาชนต้องไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ให้สนับสนุนผู้ที่มีชื่อในทะเบียนราษฎรเป็นอันดับแรก นอกเหนือทะเบียนราษฎรเป็นกลุ่มต่อไป ควรเป็นไปตามลำดับที่โครงข่ายไปถึง กรณีประชาชนไม่อยู่ในพื้นที่ครอบคลุมโครงข่ายให้คำนึงถึงการให้บริการโทรทัศน์โดยทั่วถึงเป็นหลัก การสนับสนุนทีวีดิจิทัลต้องไม่เกี่ยวข้องกับตลาดคู่แข่ง และกระบวนการแจกคูปองต้องชัดเจนโปร่งใสตรวจสอบได้

หันไปมองสถิติการใช้โซเชียลมีเดียของคนไทยก็ต้องนับว่าแสนจะคึกคัก ผลการสำรวจพบว่า คนไทยเล่นเฟซบุ๊ค เป็นอันดับที่ 16 ของโลกคิดเป็น 24 ล้านคน เล่นไลน์อันดับ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น ด้วยจำนวน 20 ล้านคน ปีกลายห้างสยามพารากอนติดอันดับสถานที่ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดของทวิตเตอร์ ซึ่งคนไทยใช้งานจำนวน เกือบ 2 ล้านคน และอินสตาแกรมมีคนไทยใช้งานถึง 1.4 ล้านคน ผู้เชี่ยวชาญให้ทัศนะว่าโซเชียลมีเดียมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเป็นการสื่อสารแบบสองทางโดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่ ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลกก็สามารถสื่อสารกันได้ทันทีแบบโต้ตอบ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายค่าโทรศัพท์ทางไกลได้เป็นอย่างดี และกลับกลายเป็นว่าคนไทยยุคใหม่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นการสื่อสารหลัก ไม่เว้นคนที่อยู่ที่ทำงานเดียวกัน หรือแม้กระทั่งคนบ้านเดียวกัน แต่การสื่อสารแบบโซเชียลมีเดียคู่สนทนาจะไม่สามารถรับรู้ถึงน้ำเสียงของฝ่ายตรงข้าม สีหน้าแววตาและอารมณ์ความรู้สึก

การใช้โซเชียลมีเดียเป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร อาจดูเหมือนช่วยลดช่องว่าง มีเพื่อน ไม่เหงา เพราะเป็นการสื่อสารกันได้ตลอดเวลา แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นการสื่อสารที่ขาดความอบอุ่น ขาดความใกล้ชิดเพราะเป็นแค่สังคมเสมือนจริง รวมทั้งเรื่องราวการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียแทบไม่มีการตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่และยิ่งไม่ต้องพูดถึงตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนทางโซเชียลมีเดีย เพราะทุกคนอยากสร้างภาพให้ดูดี เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น แต่อาจตรงข้ามกับตัวจริงก็เป็นได้

สังคมดิจิทัลยังทำให้เกิดภาพของครอบครัวไทยที่นั่งล้อมวงรับประทานอาหาร แต่ลูกหลานนั่งกดโทรศัพท์หรือเล่นไลน์กับเพื่อนปลายทาง ไม่ต่างไปจากการสังสรรค์ของเพื่อนสนิทมิตรสหายที่ต่างคนต่างใช้สมาร์ทโฟนของตนกับเพื่อนที่ห่างไกลออกไป จึงให้ความรู้สึกว่าคนไทยหันมาสื่อสารกับคนที่อยู่ไกลจนลืมที่จะสื่อสารกับคนใกล้ตัว

ผลการวิจัยด้านคุณธรรมของเด็กไทยซึ่งเปิดเผยโดยศูนย์คุณธรรมพบว่าโมเดลคุณธรรมที่ควรปลูกฝังให้กับคนรุ่นใหม่มากที่สุดมี 6 ประการ ได้แก่ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ความมีสติสัมปชัญญะ ความขยันหมั่นเพียร ความมีวินัย และความอดทน ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับคนรุ่นใหม่ ที่เติบโตขึ้นมาอย่างเพียบพร้อม ทำให้สังคมพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้ โดยพบว่านักเรียน นักศึกษารุ่นใหม่ๆ มีคะแนนด้านความอดทนและความขยันอยู่ในอันดับท้ายสุด

ในปีแรกที่การปิดภาคเรียนของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยจะยาวไกลถึงเดือนสิงหาคม ตามอย่างประเทศอาเซียน หลายหน่วยงานจึงต้องเตรียมกิจกรรมส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ นับเป็นการเปลี่ยนผ่านที่คงจะต้องมีการประเมินทั้งผลดีและผลเสียต่อสังคมเช่นเดียวกัน