ข้าวกั๊นจิ้น

อรุณสวัสดิ์ ตลาดเช้า

ยามเช้า ตะวันกลมสีแดงเหนือทุ่งข้าว ถีบจักรยานไปตามถนนที่รถราไม่มากนัก ริมทางดอกงิ้วร่วงหล่นเป็นลานสีแดงอยู่ใต้ต้นใหญ่ ทองกวาวสีส้มแดงออกดอกสะพรั่งทั้งพุ่มต้น...ถึงกาดเช้าก็ไม่รู้สึกเหนื่อยอะไรเลย

พบกับพี่สาวร้านเดิม ร้องเรียกให้ซื้อ "ข้าวกั๊นจิ้น" เป็นอาหารเช้า พอเห็นห่อใบตอง รูปทรงกรวย แสนสวยเข้า ก็รีบปรี่เข้าไปซื้อเอาไปฝากแม่อุ้ยทันที

"คำว่า กั๊น เป็นคำเมือง แปลว่า นวด บีบหรือคั้น ส่วนคำว่า จิ้น ก็คือเนื้อหมู บางคนเค้าก็เรียก 'ข้าวเงี้ยว' หรือ 'จิ๊นส้มเงี้ยว' แม่อุ้ยคนเหนือแท้ๆบอกเล่าขณะเปิดห่อ ข้าวกั๊นจิ้น ออก ข้างในเป็นข้าวสีแปลกๆ ข้างห่อมีหอมใหญ่ซอย พริกแห้ง โรยกระเทียมเจียว ผักชี มีแตงกวาแนมไว้ด้วย แม่อุ้ยกินข้าวกั๊นจิ้นกับน้ำพริกตัวต่ออ่อน ท่าทางลำขนาด (อร่อยมาก) ฉันที่ไม่กินเนื้อหมูก็เลยไม่เคยลองทานเสียที เพราะรู้มาว่าข้าวกั๊นจิ้น ทำจากข้าวคลุกด้วยเลือดหมู โดยจะนำเลือดไปคั้นกับใบตะไคร้ เพื่อดับคาว แล้วจึงนำมาคลุกกับข้าวสวย ใส่เนื้อหมูบด นวดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา พริกไทย หรือเกลือ จากนั้นก็จะเอาข้าวมาห่อด้วยใบตอง พับเป็นรูปสามเหลี่ยม ใช้ไม้กลัดๆไว้ หรือใช้ตอกมัดก็มี นำไปนึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 20 นาที บางเจ้าก็มีการผสมข้าวเหนียวลงไปด้วย เพื่อให้หนึบหนับมากขึ้น

ข้าวกั๊นจิ้น นี่ พบหน้ากันได้แทบทุกกาดเช้า เป็นอาหารเอกลักษณ์ของชาวไทยใหญ่ และอาหารพื้นเมืองล้านนา เรียกได้ว่าเป็นอาหารยอดนิยม การห่อจะแตกต่างกันไปแต่ละแห่ง เสน่ห์ของใบตองที่ห่อหุ้มไว้ กับไม้กลัด หนุ่มเหนือร้องทันที! เมื่อเจอข้าวกั๊นจิ้นถูกกลัดด้วยแม็กเย็บสมัยนี้

"ของกิ๋นปื๊นเมือง ต้องใช่ไม้กลัดเท่านั้นถึงจะกิ๋นลำ!"