ไม่ได้ดีกว่า

สายลม...แสงแดด

ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งของโลกก็คือ คนมักจะคิดว่าคนอื่นดีกว่าตัวเอง

มีชีวิตที่ดีกว่า เป็นคนดีกว่า

ซึ่งเป็นความเข้าใจที่นับว่าผิดไม่มากก็น้อย

ก่อนอื่นลองมาทำความเข้าใจกับคำว่า "มีชีวิตที่ดีกว่า" เสียก่อน คำนี้โดยทั่วไปมักหมายถึงว่า รวยกว่า เก่งกว่า ฉลาดกว่า ประสบความสำเร็จมากกว่า มีปัญหาน้อยกว่า มีความสุขมากกว่า

สี่ข้อแรกอาจจะจริงก็ได้ ใครจะไปรู้ ถ้าคุณกำลังเปรียบเทียบตัวเองกับ สตีฟ จ๊อบส์ หรือ ลีโอนาร์โด ดาวินชี อยู่ ในบางแง่มันก็อาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่สองข้อหลัง อันได้แก่คนอื่นมีปัญหาน้อยกว่า และมีความสุขมากกว่านั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นจริงหรอก ไม่ว่าจะไปเปรียบเทียบกับใครก็ตาม (ยกเว้นพวกที่หลุดพ้นไปแล้ว อันนี้เราจะไม่นับ)

ตอนเป็นวัยรุ่น นับปัญหาที่สุมเข้ามาในเวลาเดียวกันได้สักสิบอย่าง ตอนนั้นกัดฟันบอกกับตัวเองว่า

"ถ้าปัญหาแค่นี้นับว่าหนัก คนอีกเป็นล้านในโลกที่เขามีปัญหาหนักกว่าไม่พากันตาย (โ_ง) ไปหมดแล้วเรอะ"

จนบัดนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่รอดมาได้ พร้อมความทุกข์ที่...ไม่ได้ลดน้อยลงหรอก เท่าเดิมนั่นแหละ ไม่ต้องตื่นเต้นไป

แต่นั่นแหละชีวิต สำหรับคนธรรมดาจำนวนมากแล้ว ความทุกข์ไม่เคยจากเราไป เสมอสสารที่ไม่เคยสูญหายไปจากโลก มันเกาะติดเหมือนปรสิตไปกับเรา เพียงแค่หมั่นเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาไม่ให้จำเจเท่านั้นเอง

จำได้แม่นว่าตอนเด็กทุกข์เหลือเกิน เรื่องที่ผู้ใหญ่ชอบปล่อยให้อยู่คนเดียว ทั้งๆที่กลัวผี ดูเหมือนผู้ใหญ่จะมีอะไรทำอยู่ตลอดที่ต้องทิ้งเราเอาไว้คนเดียว

แต่พอโตขึ้นมาหน่อย เป็นวัยรุ่นต้องการเวลาส่วนตัวมากๆ ผู้ใหญ่ก็ดันมาสุมแออัดอยู่ในห้องเดียวกัน คอยเซ้าซี้กวนใจอยู่นั่นแล้ว

ถ้ามีอะไรมาวัดได้ก็อาจจะเห็นว่าทุกข์เท่าเดิมเป๊ะ แต่คนละสาเหตุเหมือนกระจกกลับด้านจนน่าขัน

นี่ยังเป็นแค่ตัวเอง แค่เป็นตัวเองตอนเด็ก กับตอนวัยรุ่น ลองคิดดูสิ ลองเอาใจเราไปใส่ในร่างกายของเขา ของคนที่เราคิดว่า "มีชีวิตที่ดีกว่า" ดู เปลี่ยนจากมองด้านสว่างสดใสของเขาในเฟซบุ๊ค ไปสู่ด้านที่ไม่ได้หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ เหงาๆในเงามืดดูบ้าง

เพื่อนคนหนึ่งทำงานเก่ง มนุษย์สัมพันธ์กว้างขวาง เข้าไหนเข้าได้ แต่ตอนนี้ติดหนี้ยืมสินเขาไปทั่วจนเพื่อนฝูงเป็นกังวล

เพื่อนอีกคนหนึ่งน่าจะเรียกได้ว่าเป็นนักเรียนดีเด่น ตั้งใจเรียน เป็นที่รักของครูบาอาจารย์ ครอบครัวอบอุ่น แต่ก็ไม่ได้ไปเรียนต่อดังใจ

เพื่อนอีกคน หน้าตาดี มีแฟนเอาใจ ชอบทำบุญสุนทาน แต่ก็ทะเลาะกับแฟนบ่อยๆ

ทุกคนมีปัญหา มีความทุกข์ มีความไม่ได้อย่างใจทั้งนั้นแหละ

แม้แต่เวลาที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง ก็ไม่มีใครหรอก ที่ไม่มีเงามืดเป็นของตัวเอง

 

ทีนี้มาพูดถึงเรื่อง "เป็นคนดีกว่า" กันบ้าง

เคยสังเกตบ้างไหมว่า บ่อยครั้งที่เราก็คาดหวังให้คนอื่นทำในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้

เราเหนื่อย ร้อน หงุดหงิด อารมณ์เสียเป็น แต่กลับอยากจะให้คนอื่นทำตัวมีเหตุผลกับเราตลอดเวลา

เราขี้เกียจได้ ไม่อยากเอื้อมมือไปหยิบรีโมทได้ แต่หลานของเราที่นั่งห่างออกไปสองวาต้องกระตือรือร้นเสมอ (เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าหัดขี้เกียจนะ!)

น้ำเสียงเราอาจจะห้วน กระด้างไปบ้าง เราไม่รู้สึกตัวหรอก (อย่าคิดมากสิ เสียงเราก็เป็นแบบนี้) แต่คู่สนทนาของเราต้องสุภาพอ่อนโยนเสมอ

ถ้าเมื่อไหร่มองได้ว่า คนส่วนใหญ่ก็แค่ "พอใช้ได้" เหมือนๆกันกับเรา เราก็อาจจะเป็นคนที่น่าคบหาขึ้นอีกเยอะเชียวละ

เคยรู้สึกว่า คนรู้จักคนหนึ่งควรจะมีมารยาทมากกว่านี้

แต่คิดอีกที เราก็ไม่เคยชนะการประกวดมารยาทงาม (ที่จริงกระทั่งลงแข่งยังไม่คิดจะเคย) อีกทั้งด้านดีของคนมารยาทไม่ค่อยงามคนนี้ก็คือ เขาเป็นคนคิดยังไงก็พูดและทำยังงั้น (จะว่าไปแล้ว คนมารยาทไม่ค่อยงามทั้งหลายเท่าที่เจอมาก็ไม่ค่อยหน้าไหว้หลังหลอกกันหรอกมั้ง ถ้ามีคงต้องเรียกตรงกันข้ามคือหน้าหลอกหลังไหว้ แต่จะมีใครที่ต่อหน้าทำเป็นคนหยาบกระด้างแล้วลับหลังเป็นคนดีบ้าง ก็ออกจะไม่ค่อยมีใครพบเห็น...ถ้าใครเจอก็บอกทีนะ จะไปขูดหวย)

เขาซะอีกที่ตกเป็นเป้าการนินทา ทั้งๆที่เป็นคนเปิดเผยไร้พิษภัย

ทุกคนมีความทุกข์ และทุกคนก็มีข้อเสีย

แต่! ทุกคนก็มีรอยยิ้มกลบทุกข์ และทุกคนก็มีข้อดี

เมื่อคิดดูให้ดีๆแล้ว ไม่มีใครดีกว่าใคร หรือแย่กว่าใครไปสักเท่าไหร่หรอก ในโลกบูดๆเบี้ยวๆใบนี้