ขนมปาด

อรุณสวัสดิ์ ตลาดเช้า

ไปเที่ยวเดินตลาดเช้าทางภาคเหนือครั้งใด จะพบเจอกับขนมที่ละม้ายขนมเปียกปูนภาคกลาง อยู่ในถาดมีมะพร้าวขูดโรย บ้างก็อยู่ในกะละมัง แต่ออกเป็นสีน้ำตาลใสๆ หมายมั่นไว้หลายครั้งว่าจะลองชิมดู ขนมอื่นๆผ่านลิ้นมามากมาย ขนมนี้ก็ยังไม่เคยได้ลองเสียที

"เข้าหนม" ครั้งแรกๆที่ได้ยินเพื่อนคนเหนือเรียกแทนคำว่า "ขนม" ก็ยังไม่ค่อยคุ้น แต่พอมาเดินตลาดบ่อยๆเข้า จะได้ยินใครๆก็เรียกขนมว่า เข้าหนมไปทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น "เข้าหนมจ๊อก" หรือ "ขนมเทียน" "เข้าหนมหัวหงอก" (เหมือนข้าวต้มแดงข้าวต้มขาว) "เข้าหนุกงา" หรือแม้แต่ "เข้าหลาม"

เช่นนั้น "ขนมปาด" คนภาคเหนือจึงเรียกว่า "หนมปาด"

เพื่อนชาวเหนือเล่าว่าแม่จะทำขนมปาด ตอนช่วงมีงานบุญ เช่น วันพระ วันสงกรานต์ เข้าพรรษา ฯลฯ โดยทำมาจากแป้งข้าวเจ้ากวนกับน้ำอ้อย โดยเริ่มจากนำแป้งข้าวเจ้ามาร่อน ผสมกับน้ำอ้อยและผสมน้ำปูนใส ใช้ไม้พายคน แล้วนำผ้าขาวบางมากรองเอาแต่น้ำ จากนั้นจึงนำไปเทลงในกระทะทองเหลือง นำไปตั้งไฟ กวนจนแป้งสุกและร่อน

พอขนมปาดสุกได้ที่นำมาเทใส่ถาดที่รองด้วยใบตองตึงเช็ดด้วยน้ำมันพืชแล้ว แล้วแกว่งถาดไปมา เพื่อให้หน้าขนมเรียบเสมอกัน ทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงตัดขนมปาดเป็นชิ้นๆ โรยด้วยมะพร้าวขูดผสมเกลือเล็กน้อย รสชาติของขนมปาดเหมือนขนมเปียกปูน แต่หอมมันน้อยกว่า

ขนมปาดนี้ เป็นตัวแทนขนมของชาวล้านนาเลยทีเดียว แต่ละพื้นที่จะมีวิธีทำแตกต่างกัน อย่างชุมชนของชาวไทลื้อ ก็จะมีวิธีทำที่เป็นอัตลักษณ์ของเขาเอง โดยจะนำน้ำข้าวที่โม่แล้ว ผสมแป้งมันและแป้งข้าวโพด นำมาคนรวมกับน้ำกะทิที่ตั้งไฟ ใส่น้ำอ้อย จนใกล้สุกจึงเอาน้ำเย็นเติมลงไป

ขนมปาดของชาวไทลื้อจะเป็นอาหารว่างรับแขกบ้านแขกเมือง ทานคู่กับข้าวแคบ (คล้ายข้าวเกรียบ) และด้วยการใช้มีดปาดขนมเป็นชิ้นๆ ก็เป็นที่มาของชื่อ "ขนมปาด" นั่นเอง