หมดปัญหาผมบาง หลุดร่วง และรังแค

ปกิณกะความงาม

หนังศีรษะควรได้รับการดูแล ไม่น้อยไปกว่าผิวส่วนอื่นๆ ซึ่งสารเคมีจากการจัดแต่งทรงผม การทำสี และมลพิษต่างๆ ล้วนกระตุ้นให้หนังศีรษะระคายเคือง หากสะสมนานๆอาจก่อให้เกิดการอักเสบ นำไปสู่ปัญหารังแค และผมขาดหลุดร่วง

หลายคนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ที่ช่วยลดปัญหาอย่างรวดเร็ว แต่อาจมีสารเคมีตกค้าง ทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นภัยต่อหนังศีรษะและรูรากผม แม้ว่าจะเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะมากเท่าไหร่ แต่ปัญหารังแคและผมบางขาดหลุดร่วง ก็ยากที่จะหายขาด เพราะไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด

ผศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ ให้สาระความรู้ในงานเปิดตัว "ยูเซอริน เดอร์โมคาร์พิลเเลร์" ว่า

สัญญาณอันตราย...ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน

อาการผมร่วงเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นผมร่วงจากพันธุกรรม ผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลง ระดับฮอร์โมนจากการใช้ยาบางชนิค จากความเครียด จากสารเคมีต่างๆบนหนังศีรษะ ที่มาจากการจัดแต่งทรงผม การทำสี การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมบางชนิด ที่อาจมีสารที่รุนแรง หรือแม้แต่มลพิษต่างๆในชีวิตประจำวัน อาจตกค้างฝังลึกที่รูรากผม ทำให้หนังศีรษะแห้ง และระคายเคือง เส้นผมจึงอ่อนแอ หรือขาดหลุดร่วงง่าย

สัญญาณอันตรายที่นำมาสู่ปัญหา...รังแค

ปัญหารังแคเกิดจากความผิดปกติ ในการแบ่งตัวของเซลล์หนังศีรษะ และหลุดร่อนออกมาติดบนเส้นผม เมื่อเส้นผมและหนังศีรษะ ต้องเผชิญกับมลพิษ ทำให้เกิดการสะสม ของสิ่งสกปรก รวมทั้งสารเคมีจากการทำสี และจัดแต่งทรงผมทุกวัน ทำให้หนังศีรษะแห้งระคายเคือง สำหรับกลุ่มประเภทหนังศีรษะมัน ความมันจะก่อให้เกิดความอุดตัน นำมาซึ่งแบคทีเรียและเชื้อราสะสม ทำให้หนังศีรษะระคายเคืองเสียสมดุล เซลล์หนังศีรษะจึงผลัดเซลล์ผิดปกติ หลุดออกเป็นรังแค โดยส่วนมากมักมีอาการคันร่วมด้วย และจะมีอาการคันที่รุนแรงได้ กรณีที่หนังศีรษะเกิดการติดเชื้อ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ การติดเชื้อราแบบกลาก การแพ้สารเคมีที่สัมผัสหนังศีรษะ การเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือผิวหนังอักเสบ

โดยรังแคแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ รังแคเปียก ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับบุคคลที่หนังศีรษะมัน ลักษณะของรังแค จะเป็นเกล็ดเล็กละเอียดเป็นมันเงา มักมีอาการคันร่วมอยู่ด้วยเสมอ เพราะหนังศีรษะมีไขมันเคลือบ จึงมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่เป็นรังแคชนิดนี้ มักเป็นๆหายๆ และต่อเนื่องยาวนานเป็นปีๆ ส่วนรังแคแห้ง มีลักษณะเป็นขุยขาว เป็นเกล็ดแห้งและหลุดร่อนออกมาติดกับเส้นผม และเป็นรังแคที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่มีหนังศีรษะแห้งเท่านั้น จึงพบได้มากกับบุคคลที่มีลักษณะเส้นผมใหญ่ หยาบกระด้าง หรือผมแห้ง

นอกจากนั้นภายในงานยูเซอริน ยังมีแขกรับเชิญ เอ็ม-ศิรประภา จีระพันธุ มาร่วมแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว เกี่ยวกับปัญหาหนังศีรษะและเส้นผมว่า "เอ็มเชื่อว่า ทุกคนในที่นี้ จะต้องเคยเจอกับปัญหาเส้นผม และหนังศีรษะกันมาบ้าง เอ็มเองก็เหมือนกันค่ะ เพราะเอ็มต้องทำผมออกงานบ่อยๆ ในแต่ละครั้งก็จะต้องเจอ ทั้งสเปรย์ เจล หรือสารเคมีสารพัด อีกทั้งยังเป็นคนที่ชอบเปลี่ยนสีผม หลายครั้งเจอกับปัญหาผมหลุดร่วงและรังแค ที่ทำให้ไม่มั่นใจและเป็นกังวล ด้วยปัญหาดังกล่าว มีผลต่อภาพลักษณ์และบุคลิกภาพ"

มาร์ค-ม.ล.จุลจักร จักรพันธุ์ แขกรับเชิญพิเศษกล่าวว่า "ผมเองก็เจอปัญหาหนังศีรษะและเส้นผม ด้วยงานของผมบางโปรเจ็คท์ ต้องออกไปตรวจไซท์งาน เพื่อคำนวณมูลค่าโครงการ ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ในเขตชนบทที่แวดล้อมด้วยดินลูกรัง ทำให้ต้องเผชิญมลพิษและฝุ่นควันต่างๆ จึงมีบ้างที่รู้สึกคันและระคายเคืองหนังศีรษะครับ ครั้งนึงผมเคยมีอาการแพ้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ซึ่งหลังจากที่ใช้ไปไม่นาน ก็เกิดอาการแสบที่หนังศีรษะ และเริ่มมีผมร่วง ตอนนั้นรู้สึกเป็นกังวลมาก ผมว่าปัญหาผมร่วงหัวล้าน เป็นหนึ่งปัญหาที่ผู้ชายกังวลที่สุด ผมก็ไปปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการดังกล่าว และได้รับคำแนะนำให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ หลังจากนั้นผมเลยต้องระมัดระวัง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นให้มาก"

5 พฤติกรรมสู่สุขภาพหนังศีรษะที่ดี

1. ก่อนสระผมด้วยแชมพู ให้ล้างผมด้วยน้ำเปล่า เป็นเวลา 15 วินาที ก่อนลงแชมพูทุกครั้ง เพื่อช่วยชะล้างสิ่งสกปรก ที่ติดอยู่บนเรือนผมออกไปก่อน จากนั้นค่อยใช้แชมพู เพื่อการทำความสะอาดอย่างล้ำลึกต่อไป เพื่อสุขภาพผมที่ดียิ่งขึ้น

2. การขยี้เส้นผมหรือเกาหนังศีรษะแรงๆในขณะที่สระผม ทำให้เกิดการติดเชื้อของหนังศีรษะ ที่มาการเกิดปัญหารังแคและผมร่วงเรื้อรั้ง จึงควรใช้วิธีการนวดหนังศีรษะ โดยใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบาๆ ทั้งก่อนการชโลมแชมพู และระหว่างการสระผม นอกจากถนอมเส้นผมและหนังศีรษะ ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีอีกด้วย

3. ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นสระผม เพราะน้ำอุ่นจะทำให้น้ำมันธรรมชาติ ถูกชะล้างออกมากเกินไป ทำให้หนังศีรษะขาดน้ำมัน ที่จะปกป้องไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น นอกจากนี้ควรลดอุณภูมิ ในการเป่าและจัดแต่งทรงผม โดยควรถือดรายเป่าผม ให้ออกห่างจากเส้นผมประมาณ 1 ฟุต เพื่อลดในการทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมโดยตรง

4. ไม่ควรเข้านอนและมัดผม ในขณะที่ผมยังเปียกหรือชื้นอยู่ เนื่องจากเชื้อราที่เกิดจากความเปียกชื้นของเส้นผมนั้น จะมาก่อตัวจับกลุ่มกันที่บริเวณหนังศีรษะ และหากได้ปล่อยทิ้งไว้นานๆ ความชื้นจะแพร่กระจาย ไปยังหมอนหนุนศีรษะ และกลายเป็นเชื้อรา มารังควานที่ศีรษะ ทำให้หนังศีรษะ ทั้งมีกลิ่นเหม็นอับ มีอาการคัน มีรังแค รากผมไม่แข็งแรง และท้ายที่สุด ผมจะเปราะบาง ขาดความประกายเงางาม และหลุดร่วงไปในที่สุด

5. ควรหมั่นทำความสะอาดแปรงและหวี อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากสิ่งสกปรกและน้ำมัน ที่ตกค้างอยู่ตามหวีและแปรง หลังจากการหวีผม เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรค ที่จะกลับเข้าสู่เส้นผมและหนังศีรษะของเรา ทำให้เกิดการหมักหมม กลายเป็นเชื้อโรคและเชื้อรา นำไปสู่ปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ ที่ทุกคนไม่พึงปรารถนาค่ะ