สุขภาพความงามจากน้ำมันงา

หน้าต่างสุขภาพ

นุษย์รู้จักนำน้ำมันงามาใช้ในการบำรุงผิวและเส้นผม ตั้งแต่เมื่อหลายพันปีมาแล้ว เพราะในน้ำมันงามีทั้งวิตามิน เกลือแร่ กรดไขมันจำเป็น และโปรตีน ซึ่งมีประโยชน์ทั้งการบริโภคในรูปของอาหาร และใช้นวดโดยตรงกับผิว กับหนังศีรษะและเส้นผม ช่วยป้องกันสิวและริ้วรอยเหี่ยวย่น ช่วยป้องกันผมแตกปลายและช่วยป้องกันผมหงอกก่อนวัย

น้ำมันงากับผิว

เพราะน้ำมันงามีสังกะสีอยู่มาก ซึ่งสังกะสีเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการสร้างคอลลาเจน สังกะสีจึงช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกายที่ชำรุดเสียหายหรือถูกทำลาย ช่วยให้ผิวคงความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่ม ช่วยกระชับผิวหน้า อีกทั้งช่วยระบายสารพิษตกค้างจึงทำให้เป็นสิวน้อยลง

น้ำมันงาช่วยดีท็อกซ์และทำความสะอาดผิว

น้ำมันงามีคุณสมบัติเสมือนเป็นตัวละลายสารพิษออกจากผิว...ผสมน้ำมันงา กับน้ำส้มแอปเปิ้ล (แอปเปิ้ลไซเดอร์) อย่างละครึ่งถ้วย กับน้ำ 1/4 ถ้วย ใช้คล้ายๆกับเป็นโทเนอร์เช็ดผิวหน้าหลังล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ใช้ทุกครั้งหลังล้างหน้าก่อนนอน

บำรุงผิวหน้าให้ใส และดูสุขภาพดี

ใช้น้ำมันงาทาและนวดเบาๆให้ทั่วใบหน้า ขั้นต่อไปสครับหน้าด้วยข้าวที่ป่นให้เป็นผง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เสร็จแล้วซัดด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน

มีสรรพคุณในการรักษาและป้องกัน

น้ำมันงามีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบและป้องกันเชื้อโรคโดยธรรมชาติ ช่วยกำจัดเชื้อรา เช่น โรคน้ำกัดเท้า และช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอด เพียงผสมน้ำมันงากับน้ำอุ่น เท่านี้เราก้ได้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพที่สุดแล้ว

ป้องกันและรักษาผิวไหม้แดด

ใช้เป็นประจำทุกวัน จะช่วยรักษาผิวที่ได้รับผลกระทบจากแสงแดด ลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งและรอยย่นบนผิวหนัง นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันผิวจากมลพิษในอากาศ

อ่อนโยนต่อผิวเด็ก

การนวดน้ำมันงาให้ทารก จะช่วยทั้งเรื่องของการเจริญเติบโตและการนอนหลับ อีกทั้งยังรักษาผิวแห้งและผื่นผ้าอ้อมได้ดีอีกด้วย

รักษาส้นเท้าแตก

ใช้น้ำมันงานวดที่ส้นเท้าทุกคืนก่อนนอน แล้วสวมถุงเท้าทับ น้ำมันจะได้ไม่เลอะเปรอะเปื้อนเครื่องนอน สักสองสัปดาห์จะเริ่มรู้สึกได้ว่า ผิวอ่อนนุ่มขึ้น

นวดผ่อนคลายและเสริมภูมิคุ้มกัน

ผิวเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดในร่างกาย และสามารถผลิตฮอร์โมนได้มากที่สุด การใช้น้ำมันงานวดเบาๆ จะช่วยกระตุ้นให้ผิวผลิตฮอร์โมนที่ช่วยให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย ซึ่งจะเป็นการปรับสมดุลร่างกาย และช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

น้ำมันงาเพื่อสุขภาพผม

อย่างแรกเลยคือ รับประทานงาเป็นประจำ เพราะงาอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย เช่น วิตามินอี เลซิติน กรดไขมันที่จำเป็น และโปรตีน ซึ่งช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ เป็นต้นว่า...

1. ป้องกันผมแตกปลาย

น้ำมันงาเป็นคอนดิชั่นเนอร์ที่ดีเยี่ยมสำหรับผมแห้ง ผมเสีย ผมแตกปลาย หรือผมที่ผ่านการโกรกดัดด้วยสารเคมี น้ำมันงาจะช่วยให้เส้นผมแข็งแรงและชุ่มชื้น

2. ป้องกันและบำรุงหนังศีรษะ

งาอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุสูงมาก ใช้น้ำมันงานวดหนังศีรษะจะช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื้น ไม่แห้ง และแตกเป็นขุย นอกจากนั้นน้ำมันงายังมีคุณสมบัติในการป้องกันเชื้อโรค เชื้อรา และป้องกันการอักเสบ จึงช่วยรักษาการติดเชื้อที่หนังศีรษะ รักษารังแค และป้องกันรูขุมขนอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงและผมบาง

3. กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม

กรดไขมันจำเป็นที่มีอยู่ในงาเป็นอาหารบำรุงรากผมชั้นดี ช่วยให้เส้นผมเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง ใช้น้ำมันงาอุ่นๆ นวดให้ทั่วหนังศีรษะ เพื่อช่วยให้สารอาหารซึมเข้าสู่หนังศีรษะและกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดี

4. ช่วยให้ผมไม่หงอกก่อนวัย

น้ำมันงามีคุณสมบัติทำให้ผมดำโดยธรรมชาติ สามารถใช้เป็น Carrier Oil ได้เช่นเดียวกับน้ำมัน

มะกอก หรือน้ำมันอัลมอนด์ เพื่อช่วยให้ผมดำ ไม่หงอกก่อนวัย

5. เป็นสารกันแดดโดยธรรมชาติ

ใช้น้ำมันงาลูบผมก่อนออกจากบ้าน ช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวีในแสงแดด

แม้ว่าน้ำมันงาจะมีสรรพคุณมากมายแค่ไหน แต่สำหรับคนที่ไม่เคยใช้มาก่อน อย่าเพิ่งหวังว่าจะเห็นผลภายใน 2 - 3 วันนะคะ ต้องใช้เวลาพอสมควรและใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ กว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน อีกอย่างหนึ่งก็คือ เนื่องจากเราต้องใช้กับผิวกับหนังศีรษะโดยตรง จึงควรใช้น้ำมันงาที่มีคุณภาพดี โดยถ้าเป็นน้ำมันงาออร์แกนิคชนิดสกัดเย็น ก็จะดีที่สุดค่ะ