Otsukimi...เทศกาลชมจันทร์ของชาวญี่ปุ่น

โน้ตบุ๊ค

เมื่อคืนวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นที่ฮือฮากันมาก และได้มีการแชร์รูปภาพกันว่อนในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง ถึงภาพพระจันทร์เต็มดวง หรือ Super Full Moon ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในรอบปี ด้วยระยะ 356,896 กิโลเมตร ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่กว่าปกติประมาณ 10 เท่า หากใครพลาดโอกาสในปีนี้ ก็ต้องรอไปถึงวันที่ 20 กันยายน ปีหน้าเลยละค่ะ!

ในเดือนกันยายนนี้ ความงามของพระจันทร์ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเดือนสิงหาคมทนักหรอก เนื่องจากในวันที่ 8 กันยายน จะเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ แม้อาจไม่ได้เห็นพระจันทร์ดวงใหญ่ระดับ Super Full Moon แต่ก็งดงามส่องสว่าง สดใสไปทั่วหล้าได้เช่นเดียวกัน เมื่อปีก่อน "บันนี่" เคยเขียนถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ทั้งของจีนและของไทยไปแล้ว แต่หลังจากได้ท่องเที่ยวญี่ปุ่นหลายครั้งต่อเนื่องกัน จึงอยากพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับเทศกาลชมพระจันทร์ของญี่ปุ่นกันดูบ้างในปีนี้

เทศกาลชมพระจันทร์ของชาวญี่ปุ่น เป็นเทศกาลสืบเนื่องมานานหลายร้อยปี โดยญี่ปุ่นได้รับวัฒนธรรมนี้จากชาวจีน กล่าวกันว่าวัฒนธรรมการไหว้พระจันทร์เข้ามาเผยแพร่อิทธิพลในญี่ปุ่น ตั้งแต่ระหว่างสมัยนาระ และเอฮัน ราว ค.ศ. 710-1185 และได้เริ่มต้นเทศกาลชมพระจันทร์อย่างเป็นทางการ เมื่อ ค.ศ.909

เทศกาลชมพระจันทร์ ที่มีชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า Otsukimi เกิดขึ้นในเดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำ โดยยึดตามปฏิทินทางจันทรคติ ซึ่งก็ตรงกับวันของเทศกาลไหว้พระจันทร์ของชาวจีนเช่นกัน เทศกาล Tsukimi นี้ เป็นเทศกาลชมจันทร์ในช่วงเวลาของฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมีกลางคืนที่ยาวนาน และเป็นช่วงที่มีพระจันทร์สวยที่สุดในรอบปี (ในอดีต คงยังไม่มีปรากฏการณ์ Super Full Moon มังคะ) ชาวญี่ปุ่นจึงได้จัดพิธีขอพรจากดวงจันทร์ เพื่อให้เก็บเกี่ยวได้ผลผลิตที่ดี ในอดีตชาวญี่ปุ่นไม่ว่าจะอยู่ในชนชั้นใด จะนั่งชมจันทร์ด้วยความสงบ ไม่ส่งเสียงอึกทึก สดับสรรพสำเนียงของธรรมชาติยามค่ำคืน ในความเงียบ พวกเขาอาบแสงจันทร์ บ้างก็เขียนและขับกวีที่ลานบ้าน บางคนพากันไปชมที่วัด บ้างก็ไปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาชินโต เนื่องจากบางคนเชื่อว่า วัฒนธรรรมนี้ พัฒนามาจากประเพณีของลัทธิชินโต เพื่อขอพรจากเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ ให้พืชผลอุดมสมบูรณ์

ในเทศกาลนี้ มีการจัดเตรียมโต๊ะไม้เตี้ยสำหรับไหว้พระจันทร์ มีขนมดังโงะ ซึ่งทำจากแป้งข้าวเหนียวนึ่งใส่ไส้ถั่วแดง จัดเรียงเป็นทรงสามเหลี่ยม ถั่วแระญี่ปุ่น ประดับโต๊ะด้วยรูปกระต่าย หญ้าสิสิกิ ดอกคิเดียว ที่จัดเช่นนี้ เพื่อให้ขนมดังโงะเปรียบดั่งผลผลิตที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ อาจมีผลไม้ตามฤดูกาลเพิ่มเข้าไป อาทิ ลูกพลับ หรือเกาลัด เผือก มัน เห็ดมัตสุดาเกะ และ เหล้าสาเก

นอกจากการดื่มด่ำความงามจากแสงจันทร์แล้ว ชาวญี่ปุ่นยังมีธรรมเนียมการเล่านิทานให้ลูกหลานฟังอีกด้วย ทุกเรื่องล้วนเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระต่ายขาวแห่งอินาบะ ทาเคโทริ โมโนกาดาริ หรือเรื่องเจ้าหญิงคางุยะ ขับเพลงชมจันทร์

สำหรับนิทานเรื่องกระต่ายบนดวงจันทร์นั้น ชาวอาทิตย์อุทัยเชื่อว่า ชายชราที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ มองลงมายังพื้นโลก และพบเห็นสิ่งมีชีวิต 3 เกลอ มี ลิง หมาป่า และกระต่าย เพื่อจะทดสอบจิตใจที่เปี่ยมเมตตา ชายชราผู้นั้นจึงจำแลงตัว กลายมาเป็นขอทาน และลงมายังพื้นโลก โดยขอให้สัตว์ทั้ง 3 หาอาหารให้ตน ลิงนำผลไม้มาให้ หมาป่านำปลามา แต่กระต่ายได้เสนอให้ชายชรากินเนื้อของเขาด้วยการโยนตัวเองเข้าไปในกองไฟ เมื่อได้ยินดังนั้น ขอทานเฒ่าจึงกลับร่างเป็นชายชราจากดวงจันทร์เช่นเดิม และเชื้อเชิญกระต่ายขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ นี่คือที่มาของความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ว่า คืนใดที่ดวงจันทร์สาดแสงสวยงาม กระจ่างตา พวกเขาจะเห็นกระต่ายกำลังตำข้าวอยู่บนดวงจันทร์

เป็นที่น่าเสียดายว่า ทุกวันนี้ เมืองใหญ่ๆในญี่ปุ่น เต็มไปด้วยอาคารสูง ทำให้บดบังพระจันทร์อันงดงามในยามค่ำคืนไปเสียหมด เทศกาลชมพระจันทร์ จึงถูกลดความสำคัญลงไปเรื่อยๆ แต่ในชนบทก็ยังมีผู้รักษาวัฒนธรรมประเพณีนี้ไว้ แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าเทศกาลไหว้พระจันทร์ของชาวจีน แต่ก็ยังคงอนุรักษ์เอกลักษณ์ไว้คู่กับชาวอาทิตย์อุทัยต่อไป