"บ้านพิษณุโลก" ที่นี่...มีอาถรรพณ์

ประสบการณ์ลี้ลับ

"บ้านพิษณุโลก" คฤหาสน์ที่เคยใช้เป็นบ้านพักนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งมีกิตติศัพท์ร่ำลือว่า "ผีดุ" มากจนอยู่ไม่ได้ จึงไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดย้ายเข้าไปพักอย่างถาวร คฤหาสน์หลังนี้เมื่อครั้งที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเข้าไปพักเพียง 2 วันแล้วก็ย้ายออก หรือ นายชวน หลีกภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ถาวร อยู่ไม่นานก็ย้ายออกไปอยู่บ้านซอยหมอเหล็ง ซึ่งหลังเล็กและแคบกว่า โดยที่บ้านพิษณุโลกเวลานั้นได้ใช้เป็นบ้านรับรองแขกของนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

แบบสถาปัตยกรรมของ "บ้านพิษณุโลก" มีความสวยงามมาก ออกแบบและสร้างโดย มาริโอ ตามานโญ สถาปนิกประจำราชสำนักสยาม (พ.ศ.2443-2468) เป็นชาวอิตาลี มีเนื้อที่ 25 ไร่ 3 งาน ชื่อเดิมคือ "บ้านบรรทมสินธุ์" ตั้งอยู่บนถนนพิษณุโลก ข้างโรงพยาบาลมิชชั่น บ้านพิษณุโลก หรือบ้านบรรทมสินธุ์นี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสร้างและพระราชทานให้กับมหาดเล็กส่วนพระองค์ คือ "พลตรีพระยาวนิรุทธเทวา (ม.ล.ฟื้น พึ่งบุญ) พร้อมกับพระราชทาน "บ้านนรสิงห์ (ทำเนียบรัฐบาล)" ให้แก่ พลเอกเจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ)

ต่อมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ซื้อบ้านหลังจากเจ้าของเดิมเพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นซื้อไปเป็นสถานทูต เนื่องจากบ้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับกองพันทหารราบที่ 3 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ บ้านนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "บ้านไทยพันธมิตร" มาภายหลังเปลี่ยนอีกครั้งเป็น "บ้านพิษณุโลก" รัฐบาลในสมัย พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ พ.ศ.2522 ได้ปรับปรุงบ้านพิษณุโลก เพื่อใช้เป็นบ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่มาแล้วเสร็จในรัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ในปี 2524 ซึ่ง พลเอกเปรมท่านย้ายเข้าไปพักเพียง 2 วัน ก็ย้ายออกไปพักที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ จนถึงยุคของ พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ใช้บ้านนี้เป็นที่ทำงานของคณะที่ปรึกษาจนมีชื่อเรียกติดปากสื่อมวลชนว่า "ที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก" แต่ไม่ได้ใช้เป็นที่พัก

สมัย นายชวน หลีกภัย ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าพักบ้านพิษณุโลก และอยู่ได้นานกว่าใคร แต่สุดท้ายก็ย้ายออกไปพักที่บ้านซอยหมอเหล็งอย่างถาวร

เสียงร่ำลือถึง "วิญญาณเจ้าของเดิม" ที่อยู่ในบ้านพิษณุโลกนี้มีมาช้านาน มีหลายคนเคยได้ยินเสียงแปลกๆที่มาจากรูปปั้นต่างๆภายในบริเวณบ้าน เช่น ม้า รูปปั้นโรมัน รวมถึงงูยักษ์ที่ออกมาเลื้อยให้เห็น

นอกจากนี้ในยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีก็เคยเกิดเหตุประหลาดขึ้นกับคนงานของ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร โดยเมื่อคุณหญิงได้ไปตรวจสถานที่ภายในบ้านพิษณุโลก เพื่อปรับปรุงทำความสะอาดและจัดสถานที่ให้เรียบร้อย เพื่อใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกต่างประเทศและใช้เป็นที่ประชุมของทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าเมื่อคุณหญิงนำคนงานมาจากบ้านหลายคน มาถึงก็ทำความสะอาดกันยกใหญ่ แต่จู่ๆก็เกิดเหตุประหลาดกับคนงานหญิงคนหนึ่ง ทั้งๆที่เวลานั้นเป็นตอนกลางวันแสกๆ ก็ยังมีเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณหญิงให้คนงานชุดหนึ่งปัดกวาดเช็ดถูบริเวณห้องโถงชั้นล่าง ส่วนคุณหญิงนำคนงานอีกชุดหนึ่งไปทำความสะอาดชั้นบน ระหว่างที่คนงานกำลังง่วนอยู่กับการเช็ดถูพื้นที่ชั้นล่าง จู่ๆคนงานคนหนึ่งก็นั่งลงและมีอาการหลังค่อมเหมือนคนแก่ขึ้นมาทันใด แต่ก็ยังก้มหน้าก้มตาเช็ดพื้นต่อไปอย่างขะมักเขม้น เพื่อที่อยู่ข้างๆมองด้วยความสงสัยแต่ยังไม่มีใครปริปากว่าอะไร หลังจากนั้นอีกสักพักเพื่อนคนงานอื่นก็เลิกทำความสะอาดตรงนั้น แต่เธอก็ยังก้มหน้าทำต่อไป แม้เพื่อนจะเรียกเธอก็ไม่ขานรับ ได้แต่บ่นพึมพำด้วยเสียงที่ผิดแผกไปจากเสียงเดิม คือเสียงคล้ายคนแก่ว่า "มันรกหูรกตาไปหมด อะไรๆก็สกปรก ไม่ทำความสะอาดกันเลย"

เมื่อเพื่อนคนงานได้ยินก็แปลกใจ หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ไม่คิดว่ามีอะไร เพราะยังกลางวันอยู่ จนเพื่อนคนงานคนหนึ่งทนไม่ได้ขึ้นไปตามคุณหญิงที่ชั้นบนและเล่าเรื่องให้ฟัง คุณหญิงจึงลงมาดูและเข้าไปใช้มือตบไหล่ถึง 2 ครั้ง เพื่อเรียกสติให้กลับมา แต่เธอก็ยังนิ่งเฉยไม่มีท่าทีรับรู้ใดๆ ทั้งๆที่ปกติจะเป็นคนกลัวเกรงบารมีของคุณหญิงมากที่สุด แม้ว่าคุณหญิงจะโทรศัพท์เข้ามือถือที่ให้เธอไว้ใช้ส่วนตัว เสียงโทรศัทพ์ดังอยู่นาน เจ้าตัวก็ยังไม่รับสาย จนสุดท้ายคุณหญิงต้องให้คนงานไปเอาลูกประคำและน้ำมนต์ที่อยู่ในรถมา เมื่อเอาลูกประคำคล้องคอ พร้อมเอาน้ำมนต์ให้ดื่ม เจ้าตัวยังแสดงความไม่พอใจ ตวาดเสียงดังว่า "เอาอะไรมาให้กิน" แล้วเทน้ำมนต์ทิ้งทันที จากนั้นจึงเริ่มสงบลง เมื่อรู้สึกตัว เธอเล่าว่าตลอดเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นนั้นเธอรู้ตัวตลอดว่ากำลังทำอะไร แต่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย

เรื่องทำนองนี้ยังเกิดขึ้นอีกในสมัย นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ใช้สถานที่นี้ประชุมส.ส.ของพรรค ในระหว่างประชุมได้มีส.ส.ท่านหนึ่งลุกขึ้นยืนกลางวงแล้วชี้นิ้วกราดใส่หน้าเพื่อนส.ส.และนายบรรหาร พร้อมแผดเสียงใส่ว่า "พวกแกมาทำอะไรกันที่นี่" ทำให้ทุกคนตกใจและยังจำเหตุการณ์นั้นได้ติดตา

ในสมัย นายชวน หลีกภัย เอง นายนิพนธ์ บุญญภัทโร รองเลขานายกฯ ในขณะนั้นก็ได้ยินกิตติศัพท์ของบ้านพิษณุโลกมาเหมือนกัน เช่นว่า วันดีคืนดีคนงานที่เข้ามาทำงานในบ้านพิษณุโลกก็จะเห็นท้าวหิรัญพนสร (ฮู) มาปรากฏให้เห็นตอนดึก บางคนยังเคยได้ยินเสียงม้าร้องบ้าง วิ่งบ้าง ทั้งๆที่ในบ้านพิษณุโลกก็ไม่ได้เลี้ยงม้าไว้ซักตัว มีเพียงรูปปั้นม้าเท่านั้น จึงเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ที่เกิดจากม้าทองแดงที่ตั้งอยู่บริเวณสนามหญ้า จึงทำการแก้อาถรรพณ์ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีอยู่เย็นเป็นสุข ด้วยการนำพราหมณ์จากภาคใต้ขึ้นมาทำพิธีปัดรังควาน ซึ่งนายกฯชวน หลีกภัย แม้ท่านจะไม่กลัวผี แต่ท่านก็สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านพิษณุโลกก่อนเข้าพักทุกครั้ง และคาดกันว่าเหตุที่นายกฯชวนพักอยู่ที่บ้านพิษณุโลกได้นานกว่าใครเป็นเพราะท่านใช้โซฟาในห้องทำงานซึ่งอยู่ด้านหน้าห้องนอนเป็นที่นอน ไม่ได้ใช้เตียงนอนภายในห้องนอนของบ้านแต่อย่างใด จึงถือได้ว่าเป็นการให้เกียรติเจ้าของบ้าน ท่านจึงอยู่ได้นานกว่าใครก็เป็นได้