กราบพระธาตุดอยตุง

มหาเจดีย์พันปี
ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

   นิตยสารหญิงไทยยืนหยัดเคียงข้างคุณผู้อ่าน ผ่านเรื่องราวต่างๆมากมายจนขึ้นสู่รอบปีที่ 40แล้วนะคะ ศรัทธาสัญจรฉบับนี้ จึงขอพาคุณผู้อ่านไปกราบไหว้ "พระธาตุดอยตุง" มหาเจดีย์อายุ 1,105ปี ณ วัดพระมหาชินธาตุเจ้า หรือเรียกโดยทั่วไปว่า "วัดพระธาตุดอยตุง" ปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นสิริมงคลนิมิตหมายถึงความมั่นคงยั่งยืนค่ะ

"พระธาตุดอยตุง" ประดิษฐานอยู่บนยอดดอยตุง ในเขตกิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทางขึ้น "พระธาตุดอยตุง" สายเก่านั้นขับเลยแยกบ้านสันกองราว 1 กม. เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1149 ที่บ้านห้วยไคร้ ระหว่างหลัก กม.871-872 แม้ระยะทางจะสั้นกว่าแต่ก็สูงชัน เราจึงตัดสินใจใช้เส้นทางสายใหม่ผ่านบ้านไทยใหญ่ร่มไทร กม.2 ผ่านจุดชมวิว กม.12 เมื่อถึงจุดที่แยกซ้ายไปพระตำหนักดอยตุงที่หลัก กม.14 แล้วขับตรงไปเรื่อยๆจนถึงวัดน้อยดอยตุง จากจุดนี้ต้องขับขึ้นดอยไปตามทางชัน แคบ และคดเคี้ยวอีก 3-4 กม. ต้องขับด้วยความระมัดระวังมากๆ จนถึงบริเวณที่เรียกว่าสวนเทพารักษ์ จากนั้นเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างแคบและชันมาก ระยะทางประมาณ1กม. จะจอดรถและเดินขึ้นบันไดนาคหรือใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์ในราคา20บาท ทั้งรับ-ส่งก็ได้ค่ะ

องค์พระธาตุดอยตุงแบบล้านนาสีทองอร่าม ท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้าปลายฤดูหนาว เป็นองค์ที่บูรณะขึ้นใหม่ใน พ.ศ.2550 โอกาสเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครองราชย์ครบ 60 ปี ในปี 2549 โดย อารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากรในสมัยนั้นบูรณะให้เหมือนของเดิมสมัยครูบาศรีวิชัย บูรณะไว้เมื่อ พ.ศ.2470 นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปกราบพระธาตุเมื่อ6-7ปีที่ผ่านมา จึงได้เห็นพระธาตุเจดีย์แบบล้านนาทั้งสององค์ หลังจากถูกซ่อนอยู่ภายในเจดีย์ทรงปราสาทที่สร้างครอบไว้มานานถึง 34 ปี

ตำนานพระธาตุดอยตุง กล่าวถึงพระพุทธเจ้าทั้ง4 พระองค์ ที่ล่วงมาแล้วในภัทรกัปนี้ หลังจากบิณฑบาตที่เมืองราชคฤห์ และเมืองมิถิลาแล้ว ทุกพระองค์ก็ได้เสด็จมายังภูเขานี้ และประทับนั่งบนยอดเขา ในอนาคตพระศรีอริยเมตไตรย ก็จะทรงมีพระจริยวัตรอย่างนี้เช่นกัน ตามตำนานเล่าว่า เดิมสถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า ดอยดินแดง อยู่บนเขาสามเส้นของกลุ่มลาวจก ในสมัยพระเจ้าอุชุตะราช กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์สิงหนวัติ ผู้ครองโยนกนาคนคร ราวปี 1452 พระมหากัสสปะ ได้นำพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย (ไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้ามาถวาย ตามคำทำนายของพระพุทธองค์ว่า "ดอยดินแดงแห่งนี้ ต่อไปจะเป็นที่ประดิษฐานพระมหาสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในภายภาคหน้า" พระเจ้าอุชุตะราชมีพระราชศรัทธา ได้เรียกหัวหน้าลาวจกมาเฝ้า พระราชทานทองคำจำนวนแสนกษาปณ์ ให้เป็นค่าที่ดินบริเวณดอยดินแดงแก่พวกเขา แล้วทรงสร้างพระสถูปขึ้น โดยนำธงตะขาบยาว 3,000 วา ไปปักบนดอย เมื่อหางธงปลิวไปไกลเพียงใด ให้กำหนดเป็นฐานพระสถูปเพียงนั้น ดอยดินแดงจึงได้ชื่อใหม่ว่า ดอยตุง (ตุงแปลว่า ธง) เมื่อสร้างพระสถูปเสร็จ จึงนำพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ พระธาตุดอยตุงแต่เดิมมีองค์เดียว รูปแบบการก่อสร้างเป็นศิลปะเชียงแสนย่อมุมไม้สิบสองคล้ายกับพระธาตุดอยสุเทพ

ในครั้งโบราณกาลนั้นเมืองเชียงรายเป็นเมืองร้างอยู่หลายครา พระธาตุดอยตุงจึงขาดการบูรณปฏิสังขรณ์ ตัวพระธาตุทรุดโทรม และพังทลายลง ครั้นกาลล่วงมาอีก 100 ปี ถึงสมัยพระเจ้าเม็งรายมหาราช แห่งราชวงศ์ลาวจก มีพระอรหันต์องค์หนึ่งชื่อว่า พระมหาวชิระโพธิเถระ ได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวายจำนวน 50 องค์ พระเจ้าเม็งรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้นอีกองค์หนึ่ง เหมือนกับพระเจดีย์องค์เดิมทุกประการเพื่อตั้งคู่กัน พระธาตุดอยตุงจึงมีพระเจดีย์คู่จนถึงทุกวันนี้ และเนื่องจากปู่เจ้าลาวจกกับพระยาเม็งราย ต้นวงศ์กษัตริย์เชียงใหม่ต่างก็ประสูติในปีกุญ (หรือปีกุน) พระธาตุดอยตุงจึงถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีกุน

ต่อมาใน พ.ศ.2470 องค์พระธาตุทรุดโทรมมาก ครูบาศรีวิชัยกับประชาชนชาวเมืองเชียงรายได้ทำการบูรณะองค์พระธาตุขึ้นใหม่ในแบบล้านนา กล่าวคือเป็นเจดีย์ก่ออิฐสอปูน ทรงระฆัง 8 เหลี่ยม ตั้งบนฐานปัทม์ (บัว) 8 เหลี่ยม ประดับลูกแก้วอกไก่ 1 ชิ้น ฐานล่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสลดหลั่น 3 ชั้น องค์ระฆังและบัลลังก์ 8 เหลี่ยมรองรับปล้องไฉน มีปลียอดประกอบฉัตร 5 ชั้น 29ปีต่อมา วิหาร และพระประธานก็ถูกภัยธรรมชาติทำให้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ส่วนองค์พระเจดีย์นั้นยังมีรูปทรงปกติดีอยู่ ใน พ.ศ.2499 ได้มีอุบาสิกาชาวจังหวัดพะเยา ชื่อ นางทองคำ ฮั้นตระกูล ได้มีกุศลเจตนาทำการลงรักปิดทองพระเจดีย์ทั้ง 2 องค์ ให้เหลืองอร่ามไปทั่ว ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2500 องค์สรภาณมธุรส (บ๋าวเอิง) เจ้าอาวาสวัดสมานัมบริหาร กทม. พร้อมด้วยอุบาสิกา ทองคำ ฮั้นตระกูล ได้ทำการก่อสร้างอุโบสถขึ้นหนึ่งหลัง พร้อมทั้งพระประธานในอุโบสถ พระสาวก และหมอชีวกโกมารภัจจ์

ใน พ.ศ.2516 มีการปรับเปลี่ยนแบบเจดีย์องค์พระธาตุดอยตุง จากรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนามาใช้แบบของส่วนกลาง โดยมอบหมายให้ อาจารย์ประกิต (จิตร) บัวบุศย์ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง ท่านคิดค้นวิธีการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมไว้ โดยวิธีหล่อคอนกรีตมาประกอบครอบเจดีย์คู่ทั้งสององค์ นับแต่นั้นพระธาตุดอยตุงจึงเปลี่ยนรูปโฉมเป็นเจดีย์ทรงปราสาท สมัยต้นรัตนโกสินทร์ บุด้วยกระเบื้องโมเสกสีทอง มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป 8 ซุ้ม มีฉัตรประดับทั้ง 4 มุม และดำเนินการก่อสร้างวิหารหลวงที่ประดิษฐานพระประธานสิงห์หนึ่งเชียงแสน และพระประธานสิงห์หนึ่ง พ.ศ.2525 คุณไศลยนต์ ศรีสมุทร์ เจ้าของและผู้จัดการตลาดแม่สาย ได้ทำการเทลานพระธาตุ และทางวัดก่อสร้างรั้วรอบบริเวณลานพระธาตุอีกชั้นหนึ่ง และจุดที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งใกล้ๆพระธาตุ คือ รอยปักตุง เป็นรอยแยกบนพื้นยาวประมาณ 1 ฟุต อยู่ด้านหน้าพระธาตุ เชื่อกันว่าเป็นรอยแยกที่ใช้ปักฐานตุง บูชาพระธาตุ เมื่อ 1,000 ปีก่อน

จุมภฏ ตรัสศิริ นายช่างโยธา 7 สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ผู้ควบคุมการบูรณะพระธาตุดอยตุง กล่าวว่า ...ประมาณ ปี 2546 มูลนิธิมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้ศึกษาพบว่าพระธาตุองค์ปัจจุบัน สร้างครอบพระธาตุแบบล้านนาสมัยครูบาศรีวิชัย จากนั้นจึงเสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพิจารณา ต่อมาจึงตั้งกรรมการโครงการอนุรักษ์โบราณสถานพระธาตุดอยตุงกลับคืนสู่สมัยล้านนา มีการจัดประชุมหลายรอบจนได้ข้อยุติ ให้กรมศิลปากรเป็นผู้จัดงบประมาณการบูรณะพระธาตุดอยตุง ครั้งล่าสุดเมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2550 โดยคณะนายช่างทำการตัดเลาะเจดีย์ออก เริ่มต้นจากส่วนยอดไล่ลงมาจนถึงฐาน ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดฐานอนุรักษ์ผู้รับงานเลาะองค์เจดีย์ ต้องออกแบบเครื่องมือที่ใช้ถอดชิ้นส่วนพระธาตุใหม่ ต้องทำรางสำหรับตัดโดยเฉพาะ เพราะพระธาตุมีความเว้าโค้ง ต้องค่อยๆ เลื่อนรางตัดออกทีละรอยจนครบรอบประมาณ 8 ครั้ง เริ่มจากถอดบนยอดเจดีย์ก่อน วางแผนไว้ว่าจะตัดให้ได้ 19 ชิ้น ชิ้นละประมาณ 500 กิโลกรัม ต้องตัดต่อโครงสร้างคอนกรีตให้ตรงเพื่อชาวบ้านอาจนำไปประกอบเป็นองค์ใหม่ หรือนำไปจัดแสดงนิทรรศการ บอกพัฒนาการความเป็นมาของการสร้างพระธาตุ

หลังจากเลาะเจดีย์ที่ครอบอยู่ออก เผยให้เห็นเจดีย์ทรงล้านนาด้านในแล้ว ได้ทำการหุ้มทองจังโก คือเอาแผ่นโลหะมาบุดุนตามลวดลายองค์พระธาตุแล้วปิดทององค์เดิมไว้ ซึ่งขั้นตอนการหุ้มทององค์พระธาตุดอยตุงนี้ ศิษยานุศิษย์ของ พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) จังหวัดอุทัยธานี ได้บริจาคเงินในการซื้อทองบูรณะทั้งหมด ในการนี้ได้มีการขุดตรวจชั้นดินทางโบราณคดี พบร่องรอยหลักฐานซากพระเจดีย์พระธาตุสมัยก่อนครูบาศรีวิชัย ซึ่งเป็นร่องรอยพระธาตุดอยตุงรุ่นแรกอยู่ใต้ดินลึกไปอีก 2 เมตร พังทลายลงแล้วเหลือแต่ฐานสี่เหลี่ยม

วัดพระธาตุดอยตุงนั้นจะมีบริเวณ 2 เขตด้วยกันคือ ชั้นบนนั้นจะเป็นเขตพุทธาวาส นับเอาตั้งแต่ประตูวัดที่มียักษ์นั่งถือขวานอยู่นั้นขึ้นไป ท่านห้ามไม่ให้ใครทำสกปรกรุงรัง เช่น ถ่ายหนัก ถ่ายเบา เพราะห้องน้ำไม่มี จากที่ประตูวัดลงมา 1 กิโลเมตร เป็นเขตสังฆาวาส เป็นที่อยู่พำนักของพระสงฆ์ องค์เณร และประชาชนทั่วไป ดังนั้น ควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยที่วัดน้อยดอยตุงก่อนขึ้นมานมัสการพระธาตุ

ดอยตุงเป็นแกนกลางของความศรัทธาในพระบรมธาตุ เชื่อมต่อด้วยภูเขาข้างๆอีกสองลูก ที่มีสัณฐานคล้ายผู้หญิงนอนหงาย จึงชื่อว่า ดอยนางนอน มีดอยจ้องหรือดอยจิกจ้องอยู่ทางทิศเหนือศีรษะของนางนอน มีดอยย่าเฒ่า หรือ ดอยปู่เฒ่า อยู่ตรงกลางอกและเป็นที่ตั้งของ ถ้ำปุ่มที่ปรากฏอยู่ในตำนานด้วย ส่วนดอยตุงนั้นอยู่ทางใต้คือส่วนท้อง ทางตะวันออกด้านหน้าของดอยปู่เฒ่าและดอยตุงเป็นภูเขาอีกลูกหนึ่ง เรียกว่า ดอยถ้ำปลา และมีถ้ำอื่นๆอีกหลายถ้ำ เช่น ถ้ำตุ๊ปู่ ถ้ำกู่แก้ว ถ้ำปลา ถ้ำเปลวปล่องฟ้า บริเวณถัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาหยุดพักและฉันน้ำที่บ่อนี้ ถัดขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีดอยอีกลูกหนึ่ง สัณฐานคล้ายช้างนอนหมอบ จึงชื่อว่า ดอยช้างมูบ มีพระธาตุประจำคือ พระธาตุช้างมูบ สถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ภูเขาโดยรอบมีเรื่องราวตำนานทางพุทธศาสนารองรับ ทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดเชียงรายที่มีชื่อเสียง

ชาวเชียงรายมีประเพณีการเดิน ขึ้นดอยบูชาพระธาตุดอยตุง เป็นประจำทุกปี ในเดือน 6 เหนือ ขึ้น 13-15 ค่ำ ในแต่ละปีจะมีคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวไปนมัสการจำนวนมาก คำไหว้พระธาตุดอยตุง พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำปีกุน กล่าวดังนี้ค่ะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ....(3 จบ)

พิมพา ธะชัคคะ ปัพพะเต นะจุฬาธาตุ จิรัง มะหาคะมา นะมามิหัง อะหังวันทามิ สัพพะทาฯ (3 จบ)