ตามรอย "ผู้ดีพระนคร"

แรมรอนไป (นอน) เมืองตากอากาศ
ที่นี่รายการเพื่อคุณภาพชีวิต

การเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนวันหยุดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชายหญิงอาชีพใด หรืออายุเท่าไร ต่างก็รอคอยวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อจะไปสังสรรค์เฮฮากับเพื่อน หรือที่คนวัยทำงานเรียกว่าไป "ชาร์จแบตในตัว" ก่อนแล้วจะกลับมาสู้กับงานและชีวิตประจำวันกันต่อไป จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ชื่อว่า เมืองสามอ่าว ประกอบด้วย อ่าวมะนาว อ่าวน้อย อ่าวประจวบฯ อยู่ในอำเภอเมือง มีโค้งอ่าวเชื่อมต่อกันด้วยความมหัศจรรย์ มองจากยอดเขาช่องกระจก เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (เจดีย์สีทอง) วัดธรรมิการาม จะมองเห็นโค้งความงามของทั้งสามอ่าวได้ถนัดชัดเจน

มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ที่โดดเด่นและประทับใจจนใครๆ ต้องนึกถึงก่อนเสมอก็คือ หัวหิน เมืองตากอากาศอันดับหนึ่งของประเทศไทย ดิฉันมิได้กล่าวเกินจริงนะคะ เพราะหัวหินยังคงอบอุ่นและเต็มไปด้วย มนต์เสน่ห์ของยุคสมัยผู้ดีพระนคร หรือชนชั้นสูงสมัยรัชกาลที่ 6 จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน

ผู้เฒ่าเล่าว่า บรรพบุรุษเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่นี่ในช่วงรัชกาลที่ 3 แถวนี้ในอดีตเคยเรียกว่า บ้านสมอเรียง ตามลักษณะเด่นของชายหาดที่มีโขดหินใหญ่น้อยเรียงรายตามแนวชายฝั่ง คำว่า สมอ เป็นภาษาเขมร แปลว่า "หิน" เมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2454) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ ทรงประทานนามชายหาดแห่งนี้ว่า "หัวหิน" เป็นเมืองตากอากาศที่สุดโก้ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

หัวหินเป็นชื่อของอำเภอในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คนกรุงเทพฯ นิยมเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด เดินทางได้สะดวกทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสารประจำทาง และรถตู้ หากอยากจะเก๋ไก๋ไปแบบตามรอยผู้ดีพระนคร แรมรอนไปนอนเมืองตากอากาศ แนะนำให้ใช้บริการรถไฟค่ะ ขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-หัวหิน ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เก้าโมงยี่สิบนาทีไปถึงสถานีรถไฟหัวหินเวลาประมาณ 13.30 นาที ตรวจสอบตารางเดินรถไฟได้ที่เว็บไซต์ www.railway.co.th

ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน ช่วยร่นระยะเวลาการเดินทาง รวมถึงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค มีชุมชนที่เข้มแข็งและใกล้ชิดธรรมชาติ มีศักยภาพด้านการลงทุน เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความเคลื่อนไหวมากกว่าแห่งอื่น หัวหินจึงเป็นเมืองน่าอยู่อันดับต้นๆของประเทศไทย

ดิฉันได้รับเชิญจากทีมประชาสัมพันธ์กลุ่มแสนสิริ ให้เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนกับกิจกรรมเปิดตัว "เอสเคป แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น" (Escape Sansiri Hotel Collection) โรงแรมตากอากาศที่หัวหิน ใช้เส้นทางถนนพระราม 2 ผ่านสมุทรสาคร พักทานอาหารกลางวันที่ ร้านครัวโสภา ดอนหอยหลอด สมุทรสงคราม เดินทางต่อเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ก็จะถึงจังหวัดเพชรบุรีแล้วเข้าสู่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ค่ะ

ดุษฎี ตันเจริญ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดแสนสิริ กล่าวต้อนรับ และเปิดเผยว่า เอสเคป แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น ( Escape Sansiri Hotel Collection) ตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหัวหินและเขาใหญ่ ภายใต้ชื่อ เอสเคป หัวหิน (Escape Hua Hin) และ เอสเคป เขาใหญ่ (Escape Khao Yai) ภายใต้แนวคิด Symphony of Harmonyผ่านสัมผัสทั้ง 5 รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เพิ่มเวลาเช็คอิน-เช็คเอ๊าท์เป็น 06.00 น. จนถึง 14.00 น.

"จากการเล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะโครงการในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นบ้านหลังที่สองหรือบ้านพักตากอากาศในเมืองท่องเที่ยว จะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษด้านดีไซน์ ไลฟ์สไตล์ และบริการตอบรับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวในหัวเมืองตากอากาศได้เป็นอย่างดี"

เอสแคป แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น แบรนด์ดีไซน์รีสอร์ทระดับกลาง มูลค่าลงทุนรวม 370 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายฐานพัฒนาธุรกิจโครงการในลักษณะการเช่าพักอาศัยที่สามารถสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องในระยะยาว หลังจากเปิดให้บริการ คาซ่า เดล มาเร่ ที่หัวหินเมื่อ ค.ศ.2003 ตั้งเป้ารองรับกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีภาพลักษณ์เป็นดีไซน์รีสอร์ทระดับกลาง

โรงแรมตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ของถนนเพชรบุรีที่มีความทันสมัย ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Heritage Fishing Village of Thailand สะท้อนภาพ "หมู่บ้านชาวประมง" ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ด้วยแรงบันดาลใจจากสีสันที่สดใส สื่อถึงช่วงเวลาสนุกสนาน ความมีชีวิตชีวาของหาดทรายชายทะเลหัวหินที่มีประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองตากอากาศแบบ Heritage ยอดนิยมมายาวนาน

ห้องพัก 46 ห้องประกอบด้วยห้องพักแบบดีลักซ์ และห้องพักแบบดีลักซ์ พูล แอ็คเซส 3 แบบ 3 สไตล์สะท้อนภาพ ทะเล (Sea) หาดทราย (Sand) และแสงแดด (Sun) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานธรรมชาติและเอกลักษณ์เของหัวหินสะท้อนผ่านกลิ่นหอม เสียงเพลง การตกแต่งให้เลือก

Sea กลิ่นไอแห่งทะเลและเสน่ห์ของฟากฟ้า ถ่ายทอดผ่านดีไซน์โทนสีฟ้าสดใส เติมเต็มด้วยกลิ่นหอมเฉพาะที่ปรุงขึ้นพิเศษ ผสานเสียงเพลงแห่งทะเล สไตล์ Acoustic Guitar สร้างบรรยากาศสบายเสมือนได้ฟังเสียงของเกลียวคลื่นตลอดการพักผ่อน

Sand สัมผัสผืนทรายละมุนละไมด้วยกลิ่นหอม เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงแห่งหาดทรายในสไตล์ Sweet Bossanova อบอุ่นและผ่อนคลาย สะท้อนความสุขที่ไม่ต้องการความรีบเร่ง (Slow Life)

Sun กรุ่นกลิ่นไอของแสงแดดที่สร้างสรรค์เป็นห้องพักสีแดงสดใส ให้คุณผ่อนคลายกับกลิ่นหอมเฉพาะตัว พร้อมคึกคักกั[เสียงเพลงสไตล์ La Tino Tempo ที่ให้อารมณ์สนุกสนานและกระฉับกระเฉง

เมนูอาหารขึ้นชื่อ ดี-เด่น-ดัง ของหัวหิน ไม่ต้องตะลอนออกไปไกล เพราะได้รวบรวมจัดไว้ให้ลิ้มลองในห้องอาหารและบาร์ Lantern บอกเล่าความเป็นอยู่ดั่งเดิมของคนพื้นที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของหัวหินได้อย่างชัดเจน อาทิ อาร์ตพิซซ่าเรียสูตรโรมันโบราณ (หมู่บ้านศิลปิน) ห่อหมกทะเลปลาจtระเม็ดทอดและปลาหมึกผัดไข่เค็ม (ร้านโกทิ) ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่กับไก่ทอด (ร้านครัวกรรณิการ์) เกาเหลาเลือดหมูกับหมูสะเต๊ะ (ร้านเจ๊กเปี๊ยะ) ขนมซ่อนลูกสูตรชาววัง (ขนมหวานแม่เก็บ) ฯลฯ

โครงการเอสเคป หัวหิน แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น เป็นโครงการแรกของบริษัท และจะเปิดตัวโครงการเอสเคป เขาใหญ่ แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น ต่อไปในปี 2557โดยกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าพักที่เอสเคป หัวหิน เป็นกลุ่มคนไทย 60 % และชาวต่างชาติ 40 % ส่วน เอสเคป เขาใหญ่ เป็นกลุ่มลูกค้าคนไทย 80% และชาวต่างชาติ 20 %

เอสเคป เขาใหญ่ แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น จะตั้งอยู่บนถนนผ่านศึก-กุดคล้า ซึ่งเป็นถนนสายใหม่มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ เพียง 3 กิโลเมตรจากจังหวัดนครราชสีมา และเพียง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ประกอบด้วยห้องพักแบบดีลักซ์ จำนวน 48 ห้อง และห้องพักในแบบ Pool Villa อีก 6 ห้องพัก รวมทั้ง Escape Pool Villa อีก 1 หลัง โดยคาดว่าจะสามารถเปิดบริการได้ ในปี 2557

อย่างไรก็ตามแผนการพัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์ เอสเคป แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น ในอนาคตอาจมีการเปิดเพิ่มเติมในเมืองตากอากาศที่มีศักยภาพ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาในจังหวัดที่แสนสิริมีการเปิดตัวโครงการ และเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่ดี ทั้งนี้ยังได้คาดหมายว่าภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะมีลูกค้าจากกลุ่มอาเซียนและนักท่องเที่ยวมาช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจโรงแรมมีความคึกคักและเป็นโอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจต่อไป

ในช่วงค่ำมีกิจกรรม Workshop by Vice Versaได้ทดลองผสมเครื่องดื่มจากผู้เชี่ยวชาญ ชมมินิคอนเสิร์ต และรับประทานมื้อค่ำ รุ่งเช้า 07.00-08.00 น. มีกิจกรรม ตักบาตร ณ ริมหาดทรายหัวหิน เป็นภาพความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น แล้วจึงไปรับประทานมื้อเช้าเติมพลังก่อนไปเดินสำรวจบริเวณใกล้ๆ

เสร็จสิ้นภารกิจเก็บภาพบรรยากาศของโรงแรม มีเวลาให้ผ่อนคลายตามอัธยาศัย ดิฉันจึงถือโอกาสออกไปทบทวนความทรงจำดีๆ ที่มีกับแหล่งท่องเที่ยวของหัวหิน เริ่มกันตั้งแต่ ชายหาดหัวหินซึ่งยังคงทำหน้าที่เหมือนกับเจ้าบ้านผู้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งชายไทย และชาวต่างประเทศเสมอมา บ้านพักตากอากาศสมัยเก่า โขดหิน ม้าแกลบ และเป็นชายหาดกว้างที่ไม่มีถนนเลียบชายหาดทอดตัวยาวกว่า 5 กิโลเมตร

การขี่ม้าเลียบชายหาด กิจกรรมยอดฮิตของเจ้านายสมัยก่อที่สืบมาถึงปัจจุบัน ม้าแกลบ เอกลักษณ์หัวหินที่ทุกคนจำได้ นอกจากนี้ยังมีกีฬาทางน้ำ ไคต์บอร์ดดิ้ง และไคต์เซิร์ฟ กำลังได้รับความนิยมโดยเฉพาะในฤดูร้อน จะมีสายลมพัดแรงพาให้ผู้เล่นขึ้นไปมองเห็นความงามของหาดทรายหัวหินในมุมสูง

สถานีรถไฟหัวหิน สร้างเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยที่สุดของประเทศไทย งดงามในด้านงานศิลปะและวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียน มีรายละเอียดที่สวยงามประดับเสาและค้ำยัน การใช้สีขาวและแดงเป็นสัญลักษณ์ และเป็นต้นแบบของอาคาร แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยมีเอกลักษณ์คือ พลับพลาพระมงกุฎเกล้า พลับพลาจัตุรมุข ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สำหรับประทับทอดพระเนตรกองเสือป่าและลูกเสือทั่วประเทศฝึกซ้อมยุทธวิธีประจำปี

มาถึงซอยหัวหิน 84 ต้องมาเลือกซื้อหาของฝากที่คลาสสิค ผ้าโขมพัสตร์ ผ้าขาวที่นำมาพิมพ์ลาย ใช้เทคนิคการพิมพ์ลายซิลค์สกรีนจากโรงทอผ้าที่ดำริเริ่มโดย พระองค์เจ้าบวรเดช และ หม่อมเจ้าหญิงผจงรจิตร์ กฤดากร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในสมัยนั้น ต่อมาประยุกต์เป็นผ้าพิมพ์ใหม่ๆที่ร่วมสมัยกับปัจจุบัน

จากตัวเมืองหัวหิน 4 กิโลเมตร ถนนหัวหิน-ป่าละอู เป็นที่ตั้งของ บ้านศิลปิน แหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่มีศิลปินพร้อมครอบครัวร่วมกันสร้างผลงานศิลปะหลายสาขาที่สามารถพูดคุยกับเจ้าของผู้ผลิตชิ้นงานได้โดยตรง และเป็นจุดนัดพบของการทำกิจกรรมศิลป์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ มีแกลเลอรี่นิทรรศการแสดงภาพวาดสีน้ำสีน้ำมัน หมุนเวียนมาจัดแสดงตลอดปี

บ้านวาดเขียน เวิร์คช็อปที่ไม่จำกัดอายุ ในช่วงบ่ายวันเสาร์-อาทิตย์ จะเห็นกลุ่มครอบครัว พ่อแม่ลูก ลุงป้าน้าอา คุณตา คุณยาย หรือคุณปู่ คุณย่า มานั่งวาดรูปอยู่กับลูกๆหลานๆพูดคุยหยอกเย้ากันด้วยความรักและผูกพัน จริงดั่งคำกล่าวว่าที่ว่า ศิลปะไม่แบ่งชนชั้น เพศ วัย และฐานะทางสังคม กิจกรรมที่นี่มีให้เลือกทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพ้นท์ลายบนเสื้อ ผ้าพันคอ ด้วยการละเลงสีและวาดเส้นเป็นลวดลายด้วยฝีมือ

วิกหัวหิน ซอยหัวหิน 114 โรงละครที่แบ่งพื้นที่เป็นโรงแรม Arts Camp และโรงเรียนภัทราวดีมัธยมศึกษา สร้างขึ้นโดย ครูเล็ก-ภัทรวดี มีชูธน เข้ามาที่นี่จะเห็นงานประติมากรรมปูนปั้นของ ครูดี (ดุษฎี รักษ์มณี ศิลปินปั้น) มีลานกิจกรรมกลางแจ้ง และห้องเรียนศิลปะสำหรับคนทุกกลุ่มทุกวัย การแสดงดนตรี การเต้นรำ การแสดง Acrobatics หรือการแสดงศิลปะกายกรรมแห่งแรกของประเทศไทยด้วย

ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม พาย้อนยุคกลับไปสู่ช่วงรัชกาลที่ 6 โทนสีขาว-แดง มีร้านค้ากว่า 200 ร้าน และเรือขายสินค้าอีกกว่า 40 ลำ จำหน่ายของเล่นเด็กสมัยโบราณ สินค้าแฮนด์เมด ที่นี่มีร้านอาหารอร่อยกระจายอยู่ทั่วไป แวะเวียนไปเลือกชิม-ชม-ชิลด์ ได้ตามอัธยาศัยที่ซอยหัวหิน 112 ถนนหนองหอยทับใต้ค่ะ

เพลินวาน แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างวิถีชีวิตในอดีตของหัวหิน มีเอกลักษณ์งานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกัน เสน่ห์เพลินวานคือการรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ในหมู่บ้านย้อนยุคที่จำลองบรรยากาศของรถไฟ โรงแรม ร้านอาหารโบราณ ร้านอาหารร่วมสมัย โรงหนังกลางแปลงมาอยู่ไว้ด้วยกัน สะดุดตามที่สุดก็คือ ชิงช้าสวรรค์ ที่หมุนพาให้เข้าไปใกล้จนเผลอใจคิดจะไขว่คว้าให้ถึงดวงดาว

ตลาดโต้รุ่ง ซอยหัวหิน 72 สีสันยามราตรีของหัวหิน ที่ดึงดูดให้นั่งท่องเที่ยวหลั่งไหลมาได้อย่างต่อเนื่องทุกคืนวัน มีร้านอาหารซีฟู้ด และอาหารทะเลสดเรียงรายเต็มอยู่สองข้างทาง ทั้งปิ้ง ย่าง กลิ่นหอมยั่วใจ ยิ่งได้น้ำจิ้มรสจัดถูกใจ รับรองได้ว่าอร่อยคิวยาวค่ะ

ทะเลไม่เคยหลับฉันใด หัวหินก็ยังไม่คลายสิ้นมนต์ขลัง "เสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวและวิถีชีวิต" ของผู้คนในทุกหนแห่งของประเทศไทย ยังคงรอคอยให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสเรียนรู้ และค้นหาความสุขใจสไตล์วันวาน การถวิลหาอดีต "เติมเต็มพลังชีวิต" เพื่อพร้อมรับการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพกันไป