ค่ายหมอยาน้อย...

รู้รักษ์คุณค่าสมุนไพร
หญิงไทยรายงาน

เพราะต้องการให้เยาวชนไทยตระหนักถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน และทรัพยากรด้านสมุนไพร พร้อมก่อเกิดจิตสำนึกรักและหวงแหน ที่ได้จากการสัมผัสกับธรรมชาติโดยตรง โดยเฉพาะเยาวชนในท้องถิ่น ที่อาศัยรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะเป็นกำลังที่สำคัญในอนาคต ด้วยการเข้าเรียนรู้และเข้าใจคุณประโยชน์ของพืชสมุนไพรในเบื้องต้น

ดังนั้น ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสังคม มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมมือกับ กลุ่มอนุรักษ์เขาใหญ่ จัดกิจกรรม "ค่ายเยาวชน เรียนรู้คุณค่า กอบกู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น" หรือ "ค่ายหมอยาน้อย" โดยจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ณ ค่ายเยาวชนสุรัสวดี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

เขาใหญ่...อุทยานมรดกของอาเซียน ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครนายก จังหวัดสระบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี สภาพป่าทั่วไปในเขาใหญ่ จะเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น หรือเป็นทุ่งกว้าง ที่สลับกับป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีพันธุ์ไม้ที่มีคุณค่ามากมาย ทั้งที่เป็นไม้เศรษฐกิจ ไม้เนื้อหอม และสมุนไพรต่างๆ

กรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กล่าวถึงที่มาของมูลนิธิแก่เยาวชนว่า "ป้าต้อมเอง...เป็นคนนครนายกค่ะ เขาใหญ่...เป็นที่ที่เดินป่าของทุกๆคนและตัวป้าด้วย ขึ้นมาก็มาร้องเพลง หรือสรวลเสเฮฮา นั่นคือ...ชีวิตบนเขาใหญ่สมัยก่อน แล้วชีวิตมาเปลี่ยนไป เมื่อได้นอนค้างกลางป่า ตรงทุ่งหญ้าที่เรียกว่า ทุ่งงูเหลือม ป้าได้รู้ในความสำคัญของทุ่งหญ้า ที่เป็นแหล่งอาหารสัตว์กินพืช และที่สำคัญพบว่า จิตใจป้าเปลี่ยนไป ป้าเคยเรียนดูนก แต่ไม่รุ่ง เลยหันมาดูใบไม้แทน เพราะใบไม้ไม่หนีไปไหน

...ใบไม้แต่ละใบในป่า เทวดาออกแบบเก๊งเก่ง โดยเฉพาะใบต้าน...ป้าชอบมากค่ะ แล้วป้าเห็นพรรณไม้อื่นๆ และเห็นชีวิตสัตว์ป่า ป้าจึงรู้สึกตัวว่า เป็นเพียงจุดเล็กๆในป่า ยิ่งมาเจอพรานป่า มาเจอหมอยา ทักต้นไม้ยังกับทักคน นี่ต้นหนอนหน่าย เอาไว้ฆ่าหนอน ต้นกำลังทรพี ส่วนรากไปต้มกินมีแรง ผักแปมใบหอมๆ จิ้มน้ำพริกกินอร่อย พอเป็นยากำลังเรียกว่า...เถางูเห่า เพื่อให้ตัวยามีฤทธิ์ ซึ่งความรู้จากหมอยา ป้าจดจำเอาไว้มากมาย

...แล้วป้าก็นำมาทำเป็นยา ใช้ภายในโรงพยาบาล พอเกิดวิกฤตปี 2540 มีคนตกงานกันมาก ทางโรงพยาบาลให้จัดกิจกรรมสอนชาวบ้าน ทำเกี่ยวกับสมุนไพร แล้วได้รับความนิยมอย่างมาก กระทั่งผลิตไม่ทันจำหน่าย และด้วยอยากให้สมุนไพร มีการอนุรักษ์และเห็นคุณค่า จึงตั้งเป็นมูลนิธิขึ้นมา เพื่อมาพัฒนาสมุนไพร จัดทำค่ายเยาวชน หรือทำกิจกรรมด้านสังคม พร้อมกับความตั้งใจของป้าที่ว่า...คนรอบเขาใหญ่ ควรรู้จักเขาใหญ่ นอกจากมารื่นรมย์ หรือมาพักผ่อน แต่ควรรู้ว่า...เขาใหญ่มีคุณค่า ให้อากาศ ให้น้ำ ให้พรรณไม้"

ค่ายหมอยาน้อย ในระยะเวลา 3 วัน จะมี พี่อ๋อ-ณัฐวุฒิ รักษ์กุศล พร้อมพี่ๆกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ มาคอยดูแลและให้ความรู้ต่างๆ โดยวางกระบวนการไว้ 2 หมวด ได้แก่ 1. การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม 2. การเรียนรู้ภูมิปัญญาด้านสมุนไพร

"จริงๆแล้วทั้งสองหมวดนั้น เป็นหมวดที่ใกล้เคียงกันครับ สมุนไพรเป็นพืชที่อยู่ในป่า ที่เราได้นำออกมาใช้กัน โดยในการเข้ามาของน้องๆวันแรก จะให้เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะไปรู้ในป่ามีอะไร เราจะให้รู้ว่า ป่ามีความสำคัญอย่างไร และในผืนป่ามีอะไรอยู่บ้าง ก็มีเกม Nature Game ให้น้องๆเล่นกัน อย่างใช้บัตรทายคำ หรือทายภาพสัตว์ป่า แล้วมีการอธิบาย ความสัมพันธ์ ของสิ่งแวดล้อม จากห่วงโซ่อาหาร ซึ่งกิจกรรม Nature Game รับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ดม กิน มอง ฟัง และสัมผัส" พี่ณัฐวุฒิ กล่าวคร่าวๆ

สำหรับกิจกรรม Nature Game เป็นกิจกรรมมาจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้มีการจัดตั้งให้เป็นสมาคม มาประมาณ 25 ปีแล้ว ในประเทศไทยมีวิทยากร Nature Game ประมาณ 40 ท่าน โดยกิจกรรม Nature Game นั้น จะมีการมาปรับเปลี่ยนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเหมาะสม หรือย่อยให้เด็กรับรู้ได้ง่ายขึ้น อย่างประยุกต์มาเป็นบัตรทายคำ ทำให้ได้สัมผัสด้วยการมอง ผ่านกระบวนการถามตอบ ด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ อย่างการคาดเดา การสันนิษฐาน จากนั้นก็เกิดเป็นแรงจูงใจในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น และนำสู่กระบวนทางธรรมชาติ

ในส่วนกิจกรรมเดินป่า มีการแบ่งเป็น 2 หมวดเช่นกัน คือ สิ่งแวดล้อม และสมุนไพร โดยระหว่างเดินป่า จะบอกถึงความสำคัญ และบอกถึงสรรพคุณ ก็เสมือนกับการจำลอง หมอยาเดินหาสมุนไพรในป่า เพื่อนำมารักษาคนเจ็บป่วย แต่ในระหว่างการเดินป่านั้น ก็ยังมีกิจกรรม Nature Game แทรกเข้าไปด้วย คือ การทำแผนที่เสียง ด้วยการให้เด็กๆหลับตา แล้วชี้ไปตามทิศทางของเสียง เพราะด้วยในผืนป่ามีเสียงพิเศษ ที่ต้องนิ่งเงียบฟัง จะทำให้ยินเสียงเล็กๆ แว่วจากระยะใกล้มาก และไกลมาก ส่วนอีกกิจกรรมใน Nature Game คือการสร้างความประทับใจ ในสิ่งที่พบเห็น หรือ View Point ที่ให้เกาะเป็นขบวน เดินปิดตาในป่าทึบๆ แล้วออกมาเห็นจุดที่สวยที่สุด ซึ่งระหว่างที่เดินอยู่ ก็ต้องไว้ใจเพื่อนที่เดินหน้า

พี่อ๋อ-ณัฐวุฒิ อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า "เมื่อผ่านกิจกรรมเดินป่า เส้นทาง กม.33 - หอดูสัตว์หนองผักชี ก็ยังพามาสอดรับกับกิจกรรมสมุนไพร คือวันแรกๆได้ให้เห็นตำรับสมุนไพร ที่คิดค้นมาจากชาวบ้าน แต่กิจกรรมต่อๆไป จะเป็นการนำเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ เข้ามาประยุกต์ใช้กับสมุนไพร อย่างกิจกรรม R&D เป็นการหาข้อมูล ที่ให้รู้จักวิธีจัดเรียงข้อมูล โดยเมื่อหาสมุนไพรมา จะต้องมีการมาปรับแต่ง เพื่อให้อยู่ในรูปแบบการค้า หลังจากนั้นก็ต้องมาผ่าน QC ทั้งตัววัตถุดิบและแพ็คเกจ ให้เหมาะสมแก่ผู้บริโภค แล้วมาเข้าสู่กระบวนการผลิต ที่เรานำมาให้ศึกษามีอยู่ 3 ตัวอย่าง คือ การทำครีม การทำแชมพู การทำแคปซูล

...กระบวนการผลิตทั้งหมดดังที่กล่าวมานั้น เด็กๆจะได้ค้นหา ทำการปลูก คิดค้น และมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ และวันสุดท้ายเป็นการสรุปผล ในสิ่งที่เด็กๆได้อะไรกลับไปบ้าง แล้วที่สำคัญหลังจากนั้น เด็กๆสามารถขอเข้าดูงาน ณ มูลนิธิโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ได้อีกหนึ่งวันเต็ม ตั้งแต่ไปดูที่หมู่บ้านดงบัง เข้าไปในส่วนรายผลิต เข้าไปดูการ QC ที่เห็นกระบวนการทั้งหมด เพื่อทำให้เด็กๆเกิดแรงบันดาลใจ หรืออย่างน้อยมีความใฝ่ฝัน ที่อยากจะสร้างแปลงสมุนไพร แล้วนำมาส่งให้กับอภัยภูเบศร ซึ่งถือเป็นการรักษาภูมิปัญญาไทย"

ฐานการเรียนรู้ในค่ายหมอยาน้อย อาทิ ฐานการทำข่างปองสมุนไพร (อาหารจากไทใหญ่เพื่อสุขภาพ) ฐานการทำยาสมุนไพร ฐานการทำโดนัสจากสมุนไพร ฐานการทำยาดมจากสมุนไพร ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ได้อย่างมากมาย นอกจากนั้นยังมีวิทยากร จากมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มาให้สาระความรู้เพิ่มเติมอีก ด้วยฐานการเรียนรู้ประยุกต์ใช้สมุนไพร ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฐานเรียนรู้การตรวจสอบคุณภาพ ฐานเรียนรู้การทำครีมบัวบก ฐานเรียนรู้ทำแชมพูอัญชัน และฐานเรียนรู้ทำยาแคปซูล

ปิดท้ายด้วยการมาฟังความรู้สึกที่มีต่อค่ายหมอยาน้อยจากนักเรียนชั้น ม.5/1 โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยา โบนัส-ราชาวดี รัตนจันทรา อายุ 16 ปี เล่าว่า "หนูเคยร่วมค่ายที่นี่ มาแล้วครั้งหนึ่งค่ะ ก็มีการติดต่อกันเสมอ ทั้งพี่ๆวิทยากรเอง ก็เข้าไปที่โรงเรียน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเขาใหญ่ จนได้ร่วมค่ายครั้งนี้อีกครั้ง ซึ่งได้รับรู้เกี่ยวกับสมุนไพร อย่างต้นไทรที่เกาะกินต้นไม้อื่นๆ แล้วต้นที่ถูกเกาะจะตาย ซึ่งดูเหมือนไม่มีประโยชน์ แต่ในความเป็นจริง เปลือกของต้นไทร นำมาทำยารักษากลากเกลื้อน หรือกะเพราต้น...ช่วยในเรื่องขับลม

...ในส่วนฐานการอบรมต่างๆ ก็ได้สูตรการทำอาหารมาหลายอย่าง อย่างโดนัทสมุนไพร หรือยำรางจืด ซึ่งถ้าพูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพ ที่บ้านก็มีคุณยายนั่นละค่ะ ทำให้ทานกันอยู่บ่อยๆ ต่อเมื่อได้ความรู้ในค่ายนี้ไป ก็คิดว่าจะนำเมนูยำรางจืด ไปลองทำให้คุณยายทานบ้าง เพราะทำทานก็ง่าย รสชาติอร่อย และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

...ในส่วนที่โรงเรียน ก็มีให้รุ่นพี่พูดคุยกับรุ่นน้อง ทางเสียงตามสายตอนพัก ก็จะนำความรู้ไปเผยแพร่ หรือหากใครอยากรู้เพิ่มเติม ก็เข้ามาถามไถ่กันได้ อีกทั้งจะนำเอกสารที่ได้จากค่าย ไปแจกจ่ายให้กับน้องๆ ซึ่งมีพวกสูตรการทำขนม หรือการทำอาหารเพื่อสุขภาพค่ะ และก็อยากฝากว่า หากมาเยือนเขาใหญ่ ควรหาโอกาสเดินศึกษาธรรมชาติ จะทำให้เห็นในคุณค่าทั้งสี่มิติ พร้อมได้รับรู้อีกว่า ธรรมชาติ...ก็มีสิ่งที่เหนือธรรมชาติค่ะ"

เยาวชนในชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ ในการอนุรักษ์ธรรมชาติท้องถิ่น ทว่า "ค่ายหมอยาน้อย" หรือ "ค่ายเยาวชน เรียนรู้คุณค่า กอบกู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น" กลับมีเป้าหมายที่ไปไกลกว่านั้น คือ มิได้แค่การอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น แต่หมายถึงอนุรักษ์ธรรมชาติของโลก เขาใหญ่...ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพ มิได้แค่เอาใจช่วยอย่างที่ผ่านมา