คอมจ๋า อย่าจากฉันไป

หญิงไทยไอที

จากที่ผมเคยไปสัมภาษณ์เพื่อนฝูงที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นอาชีพมาหลายคน ทำให้พอสรุปได้ว่าเมื่อเราใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดิมไปนานๆ จะเกิดผู้ใช้อยู่ 2 กลุ่มคือ พวกอยากได้คอมใหม่ตลอดเวลา กับพวกไม่อยากเปลี่ยนคอมเลย

บังเอิญว่าผมเป็นพวกเปลี่ยนความรู้สึกได้ตามสิ่งแวดล้อมก็เลยเข้าใจทั้ง 2 กลุ่มครับ คือพวกอยากได้คอมใหม่เนี่ยเกิดจากความชื่นชอบให้เทคโนโลยีใหม่ๆ นั่นเอง มีอะไรออกมาใหม่ก็อยากลอง จะได้รู้ว่าโลกไอทีก้าวไปถึงขั้นไหนแล้ว

ส่วนพวกชอบใช้ของเดิมๆ ก็จะเป็นกลุ่มคนที่ประหยัด อดออมเพื่อความมั่นคงของชีวิตและกระเป๋าสตางค์ อะไรพอใช้ได้ ก็ใช้ๆ ไปก่อน ส่วนของใหม่เอาไว้ทีหลัง ให้พวกที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลิกใช้ของเดิมก็ค่อยไปช้อนซื้อมาใช้ในราคาประหยัดได้ในภายหลัง

เพื่อเป็นการเอาใจคนทั้ง 2 กลุ่มในเวลาเวลาเดียวกัน บทความนี้จะมีแค่ 1 ทางเลือกครับ คือเป็นการถนอมคอมพิวเตอร์ให้อยู่กับเรานานๆ ส่วนใครอยากเปลี่ยนใหม่ไวๆ ก็ควรอ่านบทความนี้แล้วทำตาม เพราะทำแล้วจะทำให้ขายทอดตลอดอุปกรณ์ไอทีทำได้ง่ายขึ้น เพราะของจะดูดีเวลาขาย (ขายแล้วเอาเงินมาสมทบซื้อของใหม่)

เริ่มกันเลยนะครับ

จอภาพ สิ่งแรกที่ทำให้หลายคนคิดว่าเป็นทีวีจอแบน หรือไม่ก็คิดว่านี่ล่ะ คือคอมพิวเตอร์ตัวจริง ทั้งที่เป็นความเข้าใจผิดเข้าอย่างจัง

จอภาพเป็นเพียงอุปกรณ์ในการแสดงผลการทำงานของคอมพิวเตอร์ครับ หรือถ้าเป็นจอภาพหรูๆ แบบที่มี "ทัชสกรีน" หรือจอระบบสัมผัสก็จะเพิ่มความสามารถในการสั่งงานคอมพิวเตอร์เข้าไปด้วย

สิ่งที่ทำให้จอภาพมีอายุการทำงานสั้นลงนั่นคือฝุ่นครับ เพราะถ้าฝุ่นเกาะด้านหน้า (เรื่องนี้เป็นปัญหาของทุกอุปกรณ์ที่มีจอ) ก็จะทำให้ภาพมืดลง พอมืดลงหลายคนก็แก้ปัญหาด้วยการปรับแสงของจอภาพให้สว่างขึ้น ซึ่งเป็นการใช้งานจอภาพอย่างหนัก จนเป็นเหตุให้อะไรๆ ของจอภาพเสื่อมสภาพไปตามการใช้งานหนักๆ

แล้วถ้าเป็นจอคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะก็จะมีปัญหาฝุ่นเพิ่มมาที่ด้านหลังของจอภาพอีก เพราะส่วนนี้ใช้ในการระบายความร้อนที่เกิดจากการทำงานของจอภาพ ถ้ามีฝุ่นเยอะๆ นอกจากจะทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดีแล้ว เผลอมีฝุ่นตกเข้าไปข้างใน วันดีคืนดีอาจมีควันลอยพุ่งออกมาจากด้านหลังจอก็เป็นได้ เพื่อนผมคนนึงเคยทำจอพังมาแล้ว เล่นวางแก้วใส่น้ำแข็งไว้บนหลังจอ (สมัยนั้นเป็นจอตู้ ที่เรียกว่าจอ CRT) โชคดีจอไม่ระเบิด แค่มีควันพุ่งออกมา ตามด้วยเสียง "พรึ่บ" เบาๆ แล้วจอก็ดับไปแบบไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย

สิ่งที่ต้องจำเอาไว้ในการใช้จอภาพคือ

  1. ห้ามวางจอภาพไว้ในบริเวณที่แดดส่องถึง
  2. หมั่นทำความสะอาดโดยใช้ผ้าชื้นๆ (ห้ามเปียก) เช็ดถูจอภาพ แล้วใช้ผ้าแห้งรีบเช็ดตาม
  3. จอภาพที่ดีความมีฟิล์มกันรอยแปะกันหน้าจอเอาไว้ด้วยครับ เผื่อเกิดอะไร เราจะได้เปลี่ยนแค่ฟิล์มราคาไม่กี่ร้อยบาทได้
  4. ถ้าไม่ใช้งานก็อย่าเปิดจอภาพทิ้งไว้ สังเกตได้จากไฟแสดงสถานะหน้าจอ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่มุมล่างด้านขวาของจอคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ปิดได้ก็ปิดซะ นอกจากจะประหยัดพลังงานแล้ว ยังทำให้จอภาพเสื่อมสภาพได้ช้าลงอีกด้วย

ซีพียู คือส่วนหัวสมองของคอมพิวเตอร์ตัวจริงครับ หรือจะเรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ตัวจริงก็คงไม่ผิดนัก ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะก็มักจะมาในรูปแบบกล่องสี่เหลี่ยม แล้วก็มีพัดลมเป่าลมร้อนออกมาไม่ด้านข้างก็ด้านหลัง หรือบางทีเราอาจจะเห็นพัดลมเป่าออกมาทางด้านบนด้วยก็ได้ โดยพัดลมพวกนี้มีหน้าที่ในการระบายความร้อนที่เกิดจากการทำงานของซีพียู ปัญหาคือพัดลมพวกนี้ชอบเป็นที่สิงสถิตของบรรดาฝุ่นแทบทุกประเภทก็เลยทำให้การระบายความร้อนทำได้แย่ลงเรื่อยๆ

สิ่งที่ควรทำคือ

  1. ตั้งคอมพิวเตอร์ไว้ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก
  2. ถ้ามีห้องแอร์ก็ควรใช้คอมพิวเตอร์ในห้องแอร์
  3. ถ้าพบฝุ่นเกาะตามพัดลมเยอะๆ ก็ควรทำความสะอาดเอาฝุ่นพวกนี้ออกให้หมด โดยอาจใช้แปรงทาสีปัดฝุ่นทิ้งก็ได้

ตามตำราเขาบอกว่า ถ้าจะให้ดีควรเปิดฝาซีพียู แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นสำหรับคอมพิวเตอร์ ขอเน้นว่า "สำหรับคอมพิวเตอร์" เท่านั้น ทำการดูดฝุ่นออก แต่เรื่องนี้ผมขอนอกตำราแนะนำว่า "อย่า" เชียวครับ เพราะถ้าไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้ด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พอเพียง อาจทำความเสียหายให้ซีพียูได้

แบตเตอรี่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของโน้ตบุ๊คครับ คือปกติแล้วเครื่องโน้ตบุ๊คนั้นถูกสร้างมาเพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ทุกที่ เขาก็เลยใส่แบตเตอรี่เก็บพลังงานมาให้ใช้ด้วยจะได้ทำงานได้โดยไม่ต้องมีปลั๊กไฟ ปัญหาคือหลายคนคิดว่าถ้าแบตฯ ไม่หมด ก็จะไม่ควรเสียบปลั๊ก ต้องรอจนเครื่องเตือนก่อน แล้วค่อยเสียบปลั๊ก เพราะเชื่อว่าการทำแบบนี้จะช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ได้

ถ้าใครคิดแบบนี้ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับว่า "คุณคิดผิด" เพราะการทำแบบนี้ใช้ได้กับแบตเตอรี่ประเภทเดียวคือ NiCd ซึ่งปัจจุบันไม่มีใช้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คกันแล้วครับ

วิธีการใช้งานที่ถูกต้องคือ อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่มีพลังงานน้อยกว่า 60% ให้เราชาร์ตจนเต็มไว้สม่ำเสมอจะดีที่สุด เพราะถ้าปล่อยให้พลังงานเกือบหมดแล้วค่อยเสียบปลั๊กจะทำให้เซลล์แบตเตอรี่เกิดความร้อนมาก อันเป็นเหตุให้แบตฯ เสื่อมเร็วขึ้น

ตามทฤษฎีกล่าวไว้ว่า ไม่ควรชาร์ตจนแบตเตอรี่เต็ม 100% อยู่ตลอดเวลา เพราะนี่ก็ทำให้อายุแบตฯ ลดลงอีกเช่นกัน ก็เลยทำให้คิดว่า แบตฯ นี่เรื่องมากจริงๆ น้อยไปก็ไม่ได้ เยอะไปก็ไม่ดี

ผมเลยขอแนะนำว่า ซัก 10-15 วัน ก็ใช้งานโน้ตบุ๊คโดยไม่เสียบปลั๊กดู พอแบตฯ ลดลงมาถึง 60% ก็ค่อยเสียบปลั๊กกลับเข้าไป หรือไม่ก็พอชาร์ตจนแบตฯ เต็มแล้วก็ถอดแบตฯ ออก แล้วใช้งานโน้ตบุ๊คโดยไม่ต้องมีแบตเตอรี่ดู (ยุ่งยากเนอะ เอาวิธีแรกดีกว่า 15 วัน งดเสียบปลั๊กซักที)

ติดฟิล์ม ก็ยังคงเป็นเรื่องของโน้ตบุ๊คอยู่ครับ แต่ก็สามารถนำไปใช้กับ สมาร์ทโฟน ไอโฟน ไอแพดได้ คือพอซื้ออุปกรณ์พวกนี้มา เราต้องรีบติดฟิล์มกันรอยครับ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันรอยขีดข่วนแล้ว เวลาที่เราจะนำไปขายทอดตลาดก็เพียงแกะฟิล์มกันรอยพวกนี้ออกไป อุปกรณ์พวกนี้ก็จะดูใหม่ "ใสกริ้ง" น่าจับต้อง น่าเลือกซื้อมาใช้งานทันทีครับ

และนี่คือวิธีการถนอมคอมพิวเตอร์ให้อยู่กับเราได้นานๆ หรือถ้าใครที่อยากเปลี่ยนคอมพิวเตอร์บ่อยๆ ก็ควรใช้วิธีนี้ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของเราดูดีเวลาขายจะได้ค่าตัวสูงๆ อย่างไงล่ะครับ จะได้มีเงินทุนในการเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ไม่ลำบากนักไงล่ะครับ