ตำราพระโอสถพระนารายณ์

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

นับเป็นหลักฐาน ทางการแพทย์แผนไทย ชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง คือ คัมภีร์ธาตุพระนารายณ์ ฉบับใบลาน หรือตำราพระโอสถพระนารายณ์ ที่ได้บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า ความรู้ทางการแพทย์แผนไทยนั้น มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน มาตั้งแต่สมัยโบราณ ถือว่าเป็นตำราการแพทย์แผนไทยและเภสัช ตำรับฉบับแรกของประเทศไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาของบรรพชน ที่สั่งสมความรู้มา ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สำหรับชื่อ ตำราพระโอสถพระนารายณ์ นั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ว่า "ที่เรียกว่า ตำราพระโอสถพระนารายณ์ เพราะมีตำราพระโอสถ ซึ่งหมอหลวงได้ประกอบถวาย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช หลายขนาน ปรากฏชื่อหมอแลวันคืน ที่ได้ตั้งพระโอสถนั้นๆ จดไว้ชัดเจน อยู่ในระหว่างปีกุน จุลศักราช 1021 (พ.ศ.2202) จนปีฉลู จุลศักราช 1032 (พ.ศ.2204) คือ ระหว่างปีที่ 3 จนถึงปีที่ 5 ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" และพระองค์ได้ทรงพระวินิจฉัยว่า ตำราพระโอสถพระนารายณ์ น่าจะถูกรวบรวมขึ้นมา หลังจากรัชสมัยพระเพทราชา โดยได้ครองราชย์ในระหว่าง พ.ศ.2231-2246 หรือในรัชสมัยพระเจ้าเสือ ที่ครองราชย์ในระหว่างปี พ.ศ.2251-2275 หรืออย่างช้าก็ไม่ควรเกินในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งครองราชย์ในระหว่างปี พ.ศ.2275-2301

นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า "จากบันทึกตำรับยา ในตำราพระโอสถพระนารายณ์เล่มนี้ สะท้อนให้เห็นถึงโรคภัยไข้เจ็บของคนในสมัยอยุธยาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมีการวินิจฉัยโรค อาการ และการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการพยากรณ์โรคไว้ชัดเจน คาดว่าคงเป็นบันทึกตำรับยาที่ดีที่สุดในสมัยนั้น เพราะเป็นยาที่ปรุงขึ้นเพื่อถวายพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้มีการอ้างอิงถึงตำราการแพทย์แผนไทย ที่น่าสนใจอีก 2 เล่ม คือ คัมภีร์มหาโชติรัต และคัมภีร์โรคนิทาน อีกด้วย

...เนื้อหาในตำราประกอบด้วยตำรับยา 81 ตำรับ โดยอธิบายถึงทฤษฎีการแพทย์แผนไทย สมุฏฐานของโรค ความผิดปกติของธาตุทั้ง 4 การปรุงยาแบบโบราณ น้ำกระสายยา หรือเครื่องยาภายในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญหลายตำรับ และเครื่องยาเกือบทั้งหมด ยังมีการใช้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน อาทิ ตำรับยาทาพระเส้น ยานัตถุ์ ยาสีผึ้งบี้พระเส้น ยาสีผึ้งดูดหนอง กัดเนื้อ และเรียกเนื้อ ยาหยอดตา ยาหยอดหู ยาเขี่ย"

สำหรับคุณค่าทางวัฒนธรรม ในตำรานี้มีการรวบรวมตำรับยา ที่มีแพทย์ปรุงถวาย พระนารายณ์และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมการใช้ยาในสมัยนั้น ว่าได้มีการผสมผสานความรู้ทางการแพทย์แผนไทย เข้ากับแพทย์แผนตะวันตก เพราะในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการค้าขายกับต่างชาติ มีมิชชันนารีมาเผยแพร่ศาสนา และมีการนำความรู้การรักษาโรคจากตะวันตกเข้ามา ตำรับยาจึงมีการผสมผสาน อาทิ ยาขี้ผึ้ง ใช้สมุนไพรที่หาได้ในประเทศเป็นหลัก ผสมผสานกับสมุนไพรจีน แขก และทำให้อยู่ในรูปที่ใช้ง่าย ด้วยเทคโนโลยีของฝรั่ง จึงสะท้อนให้เห็นลักษณะของคนไทย ที่ได้รู้จัก "เลือก รับ ปรับ ใช้" ให้เหมาะกับคนไทย ซึ่งไม่เพียงแค่ตำรับยา แต่ยังรวมถึงอาหารการกินด้วย

ส่วนคุณค่าด้านการแพทย์แผนไทย ตามคำกล่าวของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่าตำรับยาในตำรานี้ มีผู้นำไปใช้แล้วได้ผลเป็นอันมาก นับเป็นของขวัญจากบรรพชนที่มอบให้กับคนในยุคนี้ โดยในตำราเล่มดังกล่าว มีการบันทึกตำรับยา 5 กลุ่มโรค คือ โรคและอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น ลงท้อง พรรดึก เบื่ออาหาร ริดสีดวง ท้องขึ้น ท้องพอง โรคและอาการที่เกี่ยวกับเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และประสาท เช่น เส้นตึง เส้นกล่อน อัมพาต ตะคริว โรคและอาการของระบบการหายใจ และโรคตา เช่น หวัด คัดจมูก ปวดศีรษะ ไอ มองคร่อ โรคติดเชื้อ เช่น ฝี แผลเปื่อย ไส้ด้วน ไส้ลาม จุกผาม ม้ามย้อย โรคและอาการไม่สบายอื่นๆ เช่น ไข้ต่างๆ สัตว์พิษกัดต่อย ผมร่วง

คัมภีร์ธาตุพระนารายณ์ ฉบับใบลาน หรือ ตำราพระโอสถพระนารายณ์ ถูกค้นพบในสมัยรัตนโกสินทร์ เดิมเป็นสมบัติของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ตกทอดมายัง พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นชัยนาทนเรนทร ประทานให้หอสมุด ตั้งแต่ พ.ศ.2459 และได้จัดพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2460 โดย สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯให้จัดพิมพ์พระราชทาน ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (นาก โรจนแพทย์) ซึ่งได้รับความนิยมอย่ามาก และตีพิมพ์แผยแพร่ ไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง