วิจิตรศิลป์แห่งผ้ายกเมืองนคร

ตอนที่ 1 ตำนานผ้า
เส้นไหม ใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

ในสมัยก่อน "ผ้ายกเมืองนคร" เป็นของที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้กับบุคคลสำคัญ เจ้านาย และข้าราชบริพารชั้นสูง ใช้สวมใส่เวลาเข้าเฝ้าเป็นการแสดงสถานะของบุคคล ถือเป็นผ้าสำหรับเจ้าเมือง พระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางชั้นสูง

ต่อมามีการดัดแปลงเป็นผ้าสำหรับคหบดี เจ้านายลูกหลานเจ้าเมือง และสามัญชนทั่วไปใช้นุ่งสำหรับงานพิธีสำคัญต่างๆ ข้อมูลจาก ศูนย์สารสนเทศหม่อนไหมและประชาสัมพันธ์ กรมหม่อนไหม กล่าวถึงประวัติ ของ "ผ้ายกเมืองนคร" ไว้ว่า เป็นผ้าพื้นเมืองที่ทอสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรตามพรลิงค์ (ตัมพะลิงค์) ซึ่งเป็นอาณาจักรที่มีมาก่อนสมัยพุทธศตวรรษที่ 7 (ปัจจุบันคือจังหวัดนครศรีธรรมราช) เป็นเมืองท่าศูนย์กลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า และการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม จึงมีการรับศิลปวัฒนธรรมจากจีน อินเดีย และอาหรับ ชาติต่างๆเหล่านี้คงจะนำเอาวิชาการทอผ้ามาถ่ายทอดไว้ ซึ่งทำให้ชาวพื้นเมืองรู้จักการทอผ้าทั้งผืนเรียบและผ้ายกดอก

ส่วนการทอผ้ายกที่ลวดลวดลายสีสันวิจิตรงดงาม เพิ่งเริ่มทำกันในสมัยอยุธยาตอนปลาย หรือรัตนโกสินทร์ ในพ.ศ.2354 เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ยกกองทัพไปปราบกบฏ ขากลับกวาดต้อนครอบครัวเชลย ได้นำช่างทอผ้ายกจากเมืองไทรบุรี มาฝึกสอนลูกหลานให้รู้จักวิธีการทอ แต่เดิมผู้ทอผ้ายกเมืองนครจึงมีเฉพาะในวังเจ้าพระยานคร ซึ่งการผูกลายมีความสลับซับซ้อนมาก ถือเป็นความลับที่ไม่ถ่ายทอดให้ใคร กาลต่อมาจึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมกับความรู้ดั้งเดิมโดยใช้กรรมวิธีการทอที่สลับซับซ้อนด้วยความพิถีพิถัน

ผ้ายกเมืองนครทอด้วยไหมเนื้อละเอียด นิยมเป็นสีเดียวกันเกือบทั้งผืน สอดแทรกลวดลายด้วยดิ้นทอง มีลักษณะประณีตเหมาะสมสำหรับใช้เป็นผ้านุ่งโจงกระเบนหรือผ้านุ่งแบบหน้านางประกอบกับวัสดุที่นำมาทอเป็นสิ่งที่สูงค่ามีราคา จึงถือได้ว่าผ้ายกเมืองนครเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นเยี่ยมตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนกลายเป็นเอกลักษณ์การทอผ้าที่สูงค่าแห่งเมืองนคร

(สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มทอผ้าบ้านเนินม่วง 105/1 หมู่ที่ 4 ตำบลขอนหาด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 08-1476-5754 )