ในเพลากับกะโรม :

หาดทราย สายลม และน้ำตก
สายลม แสงแดด

อยู่ๆ ขณะกำลังนอนเหยียดยาวอยู่ที่บ้านอย่างสบายอารมณ์ น้าสาวก็โทร.มาหา

"ว่างไหม"

นักวิจัยฝุ่นอย่างเราย่อมตอบว่าว่าง และแล้วทันทีที่คำว่า ว่าง หลุดพ้นจากริมฝีปากไป ก็กลายเป็นคนไม่ว่างขึ้นมาทันที เพราะประโยคต่อมาคือ "ไปช่วยงานที่นครฯหน่อย"

นครฯในประเทศไทยมีหลายนคร แต่ในที่นี้คือนครศรีธรรมราช ไม่ใช่นครปฐม หรือพระนครศรีอยุธยาแต่อย่างใด

อา...ต้องพักงานวิจัยฝุ่นไว้ก่อนสินะ

ดูเหมือนว่าหน้าหนาว (ซึ่งแสนจะหายากของกรุงเทพฯ) ทีไร สุดแสงดาวจะมีดวงได้บินหนีหนาวลงใต้ทุกที ทั้งๆที่ไม่ใช่นกสักหน่อย แม้แต่ปีเกิดก็ไม่ใช่ตัวอะไรที่มีปีกด้วย

ตั้งแต่ต้นตุลาเป็นต้นมา ก็หอบกระเป๋าเสื้อผ้าตามน้าสาวคนเล็กสุดขึ้นเครื่อง เหาะมาลงที่นครศรีธรรมราช จนบัดนี้ก็เป็นเวลาร่วมๆเดือนหนึ่งได้แล้ว โดยที่นอกจากจะเอาตัวเองอพยพหนีหนาวลงมาแล้ว ก็ยังหลอกเพื่อนให้ตามมาได้ด้วยถึงหนึ่งคน มาช่วยงานน้าเพราะธุรกิจกำลังเจอมรสุม เหมือนที่ฝนกำลังพร่างพรมลงภาคใต้นี่แหละ

ถึงจะอดเจอลมหนาวที่นานครั้งจะแวะมาทักทาย แต่การมาทำงานอยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ก็มีข้อดีหลายอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ หนึ่งในนั้นก็คือการได้ไปเที่ยวกันทุกสุดสัปดาห์เลยน่ะสิ ยิ่งมากับเพื่อนด้วยแล้ว ถึงพระพิรุณจะไม่ใคร่เป็นใจ เราก็ปักตะไคร้ไปกันจนได้นั่นแหละ

อาทิตย์โน้นนั่งสองแถวต่อรถตู้ต่อมอเตอร์ไซค์ ไปหาดในเพลา ที่ขนอม (แอบย่องไปกันสองคน น้าไม่รู้เรื่องนี้ นึกว่าเป็นเด็กดีนอนอยู่ที่ห้อง ดังนั้น อย่าเอ็ดไป) หาดเงียบสงบดีมาก ฟ้าใส ทรายสะอาด และโขดหินสวยๆเรียงราย ชายทะเลโล่ง ว่าง นานๆครั้งถึงจะเห็นฝรั่งในชุดว่ายน้ำโชว์พุงขนรุงรังเดินผ่านไป ที่เป็นผู้หญิงก็สวมบิกินี่ ร้านอาหารติดริมหาดที่คุณลุงวินมอเตอร์ไซค์พาไปฝากท้อง มีกลุ่มเด็กชายวัยเกือบรุ่นสี่ห้าคนนั่งสรวลเสเฮฮาอยู่ เห็นแล้วนึกถึงตัวเองสมัยที่ยังเด็ก (กว่านี้)

กินอาหารทะเลให้หายอยาก จากนั้นก็ลงไปเดินเล่นบนพื้นทรายกัน แต่ละคนแต่งตัวเตรียมพร้อมมาก คือพร้อมรับมือกับแดด ไม่ใช่พร้อมเล่นทะเล เสื้อแขนยาวกับกางเกงยีนส์ สุดแสงดาวเดาะรองเท้าผ้าใบไปอีกคู่ ได้อารมณ์ซะไม่เหลือดี ไม่ใช่ว่าเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นไม่มี แต่วันนั้นเกิดเบลอทั้งคู่ ไม่มีใครเตือนใครเลยว่าแต่งตัวผิดกาลเทศะ โธ่

เอาน่า...ก็รองเท้าผ้าใบคู่ใจคู่นี้แหละ พาสุดแสงดาวไปเหยียบทั้งหิมะและชายหาดที่ญี่ปุ่นมาแล้ว จะใจดำไม่พามันไปเที่ยวทะเลบ้านเราซึ่งสวยกว่าตั้งเยอะก็กระไรอยู่ คนรักจักรยานเขายังว่า "บางทีมันแบกเรา บางทีเราแบกมัน"

คนเดินเท้าอย่างเราจะหิ้วรองเท้าเดินหาดบ้างก็จะเป็นไรไป

การท่องเที่ยวนอกฤดูกาลอย่างนี้ดีเหลือ เพราะหน้ามรสุมนักท่องเที่ยวน้อย แม้แต่คนพื้นที่นอกจากที่เป็นพนักงานโรงแรมหรือเจ้าหน้าที่อุทยานแล้วก็แทบไม่เห็น หาดทั้งหาดหรือบางทีน้ำตกทั้งชั้นเปรียบเสมือนเป็นของเรา แต่ต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะเจอใคร ใครก็เตือน "ระวังน้ำป่า ถ้าฝนลงให้รีบกลับทันทีเลยนะ"

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมและตอนนี้ทำงานอยู่กรุงเทพฯ เลยบินลงมาสมทบ แล้วรวมพลสามสหายไปเที่ยวน้ำตกกัน น้ำตกแห่งนั้นมีชื่อว่าน้ำตกกะโรม อยู่ในพื้นที่ทำการของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง (จริงๆเราแวะไปลานสกากันก่อน แต่ตื่นสายไปหน่อย จุดที่เขาว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย พอมีรถหลายคันหน่อยวิ่งผ่านมันก็ยังงั้นๆเอง น่าจะห้ามรถเข้านะ ว่าไหม)

มานครฯครั้งก่อน ได้ไปน้ำตกกรุงชิง นั่นสวยก็จริง แต่เดินไกลชะมัด งานนี้เดินกันชิวชิว ขำๆ แป๊บเดียวก็ถึงชั้นเจ็ด ป้ายบอกว่ารัชกาลที่ 6 เคยเสด็จฯมาประพาสที่นี่ "หนานดาดฟ้า"

สุดแสงดาวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสมอมา ในฐานะกษัตริย์นักกวี และพอขึ้นไปถึงบนนั้นแล้ว ก็คิดว่าท่านจะต้องเป็นคนโรแมนติคทีเดียวแหละ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ท่านสร้างสรรค์งานศิลปะมากมายเอาไว้ในยุคทองของนักเลงวรรณกรรม ป่าในวรรณคดีมีอยู่จริงอย่างน้อยก็แห่งหนึ่งแล้ว ที่น้ำตกกะโรม ยามไร้ผู้คนนี่เอง

วันที่เราไปน้ำตกกะโรม มีนักท่องเที่ยวอยู่อีกกลุ่มเดียวเท่านั้น และพวกเขาก็ไม่ได้ตามเราขึ้นมาจนถึงชั้นบนสุด สายน้ำตกกระทบแง่หินเกิดเป็นละอองขาวฟุ้งในอากาศ เพื่อนสองคนลิ่วไปเก็บภาพน้ำตก ส่วนสุดแสงดาวก้มๆ เงยๆ ด้อมถ่ายรูปมดฝูงใหญ่มาได้หลายภาพ คงเพราะตอนเด็กๆโดนมดกัดครบทุกชนิดแล้วถึงเก็บภาพของเจ้าแมลงตัวนิด แต่มีฤทธิ์กัดแสบๆคันๆพวกนี้มาได้โดยสวัสดิภาพ

...ถ้าไม่ทะเล่อทะล่าไปยืนอยู่กลางดงมด ก็ค่อนข้างปลอดภัยล่ะน่ะ

นึกแล้วยังอิจฉาพวกมดไม่หาย ที่ได้อาศัยอยู่ในสถานที่สวยๆแบบนั้น เพียงแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ พวกมันมองเห็นน้ำตกว่าสวยงามเหมือนที่มนุษย์เรามองหรือเปล่านะ ชีวิตของพวกมันอาจจะโหดร้ายในแบบของมันก็ได้ เพราะตอนที่เข้าไปถ่ายภาพใกล้ๆนั้น มดสองสามตัวกำลังขนแมลงอีกตัวที่ใหญ่กว่าพวกมันไป เดาว่าน่าจะเป็นมดอีกชนิด สุดแสงดาวดูแล้วนึกถึงเชลยเดนตายที่โดนซ้อมซะน่วมแล้วลากไปให้ราชา (สำหรับอาณาจักรมด ควรเป็นนางพญา) สำเร็จโทษไม่มีผิด

ข้าวกล่องซึ่งเตรียมมาด้วยเป็นอาหารแห้งๆ กินง่ายไม่เลอะเทอะ ได้แก่ ข้าวราดไก่ทอดกระเทียม ของหวานเป็นผลไม้ กินเสร็จก็เก็บทิ้งลงถังขยะที่มีให้บริการอยู่หลายจุดให้เรียบร้อย รักษาสถานที่ท่องเที่ยวให้สะอาดน่าเที่ยวต่อไป

และเชื่อไหมว่า วันนั้นเราก็ลืมเตรียมเสื้อผ้าไปเล่นน้ำตกอีกตามเคย!

นับเป็นความป้ำเป๋อในการเที่ยวเมืองไทยอีกครั้งของสุดแสงดาว ฉบับหน้ามาต่อเรื่องเที่ยวญี่ปุ่นของเราที่ยังค้างอยู่นะคะ