เมล็ดแฟล็กซ์...

คุณค่ามากล้น เพื่อสุขภาพ
หน้าต่างสุขภาพ

เมล็ดแฟล็กซ์ หรือแฟล็กซี้ด ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพตั้งแต่เมื่อ 5 พันปีมาแล้ว และยังคงใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน แต่เพิ่งมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันถึงประโยชน์มากมายของเมล็ดแฟล็กซ์ต่อสุขภาพ เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้เอง

"Wherever flaxseed becomes a regular food item among the people, there will be better health,"

Mahatma Gandhi

ที่ท่านมหาตมะ คานธี กล่าวไว้เช่นนี้ก็เพราะว่า เมล็ดแฟล็กซ์มีคุณค่าอาหารมากพอๆกับมีสรรพคุณเป็นยา จัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ยอดเยี่ยมในอันดับต้นๆ เลยทีเดียวค่ะ

ประโยชน์ของแฟล็กซี้ดที่สำคัญต่อสุขภาพ :

1. แฟล็กซี้ดเป็นหนึ่งในอาหารที่มีไฟเบอร์อยู่มากที่สุด ทั้งชนิดละลายในน้ำและไม่ละลายในน้ำ

(แฟล็กซี้ด 4 ช้อนโต๊ะ มีปริมาณไฟเบอร์ 8 กรัม) ซึ่งประโยชน์ของไฟเบอร์ก็คือ...

- ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย ไฟเบอร์ชนิดละลายในน้ำ จะมีลักษณะเป็นเมือก เรียกว่า มิวซิเลจ คอยดักจับแบคทีเรียในลำไส้

- กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

- สกัดกั้นไม่ให้มีความเป็นกรดมากเกินไป ซึ่งช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหาร

- ช่วยลดโคเลสเตอรอล

- ช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอยู่เสมอ

2. สารลิกแนน ช่วยป้องกันมะเร็ง ป้องกันการติดเชื้อ และอื่นๆ อีกมากมาย

- มีงานวิจัยในประเด็นเรื่อง "เมล็ดแฟล็กซ์ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก" ที่แสดงว่า เจ้าสารลิกแนนนี้ สามารถลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากได้

- ช่วยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มีงานวิจัยที่ติดตามผู้หญิงหลายพันคนที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นมะเร็งเต้านม และพบว่า สารลิกแนนมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดภาวะการเสียชีวิตของคนไข้โรคนี้

- ลิกแนน มีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อโรค เชื้อรา และเชื้อไวรัส

- ลิกแนนช่วยลดอาการวัยทองก่อนหมดประจำเดือน ช่วยส่งเสริมภาวะเจริญพันธุ์ และป้องกันเบาหวานประเภท 2

3. กรดไขมันจำเป็น โอเมก้า 3 ในเมล็ดแฟล็กซ์ ช่วยลดการอักเสบ

- กรดไขมัน โอเมก้า 3 ช่วยบำบัดโรคเรื้อรังหลายชนิด เพราะโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด โรคหอบหืด และโรคเบาหวาน ล้วนพัฒนามาจากภาวะการอักเสบภายใน ซึ่งจะถูกซ้ำเติมยิ่งขึ้น หากร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 น้อยเกินไป

- เพิ่มระดับโคเลสเตอรอลตัวดี

- ช่วยให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเหมาะสม

- รักษาความยืดหยุ่นของข้อต่อ

- ช่วยบำรุงสมองซึ่งสำคัญมากในช่วงที่เด็กยังอยู่ในครรภ์และในวัยทารก เพราะเป็นช่วงที่สมองเติบโตได้เร็วที่สุด

- ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง

- ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง

- ช่วยให้กระดูกแข็งแรง

- ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม

4. เมล็ดแฟล็กซ์เป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ ดัชนีน้ำตาลต่ำ และปราศจากกลูเตน

- แม้แมล็ดจะไม่ใช่ธัญพืช แต่ก็มีวิตามินและเกลือแร่สำคัญไม่ด้อยไปกว่ากัน และมักจะใช้ในการประกอบอาหารคู่กับธัญพืชได้ดี

- ใครที่มองหาอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ หรืออาหารที่ปราศจากกลูเตน เมล็ดแฟล็กซ์นี้ปลอดภัยที่สุดแล้วค่ะ เพราะมีดัชนีน้ำตาลต่ำ และมีไฟเบอร์สูง เหมาะเป็นอาหารลดน้ำหนักอย่างยิ่ง

- แฟล็กซี้ดดีสำหรับการดีท็อกซ์

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับแฟล็กซี้ด :

- ชาวอียิปต์ใช้ผ้าลินิน (ทำจากเมล็ดแฟล็กซ์) ห่อมัมมี่

- ชุดที่พระคริสต์สวมใส่ในหลุมฝังศพทำด้วยผ้าลินิน เช่นเดียวกับที่โฮเมอร์กล่าวถึงใบเรือที่ทำด้วยผ้าลินินในมหากาพย์โอดีสซีย์

- กษัตริย์ Charlemagne ในศตวรรษที่ 8 เป็นผู้ที่ทรงให้ออกกฎหมายอนุญาตให้ผู้คนบริโภคเมล็ดแฟล็กซ์เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพ

- แฟล็กซ์เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรแต่ดั้งเดิมที่ฮิปโปเครติส แพทย์ชาวกรีก นำมาใช้บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

 

วิธีรับประทานเมล็ดแฟล็กในชีวิตประจำวัน : คั่วบดเป็นผง ใช้โรยในข้าว ในน้ำปั่น สมูทตี้ กาแฟ หรือรับประทานทั้งเมล็ด ใส่ในสลัด ปรุงในอาหาร ใส่ในขนมอบ หรือเคี้ยวเล่นเป็นของว่าง

ข้อควรระวัง : คนที่เซนซิทิฟเรื่องระบบย่อย ควรบริโภคแต่น้อยในระยะแรก (ไม่เกิน 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน) แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มเป็น 2 ช้อนโต๊ะ เมื่อเริ่มคุ้นเคยแล้ว)

การเก็บรักษา : ควรเก็บไว้ในภาชนะขวดโหล ที่แห้งสะอาด และมีฝาปิดสนิท วางไว้ในที่อับแสง สำหรับเมล็ดแฟล็กซ์ชนิดบดแล้วบรรจุใส่ถุงที่มีขายตามร้านอาหารสุขภาพนั้นสามารถได้นาน 10 เดือน แต่ถ้าเปิดถุงใช้แล้วควรรับประทานให้หมดภายใน 2 - 3 วัน หรือแช่ในช่องแช่แข็งก็จะเก็บได้นาน 1 - 2 เดือน แต่ถ้ามีกลิ่นเหม็นหืนเมื่อไหร่ อย่ารับประทาน ตัดใจโยนทิ้งไปเลยนะคะ