7 ข้อห้ามทำ...ในสวนผัก

เกษตรพอเพียง

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปลูกผักมือใหม่ที่เพิ่งลงมือทำสวนครั้งแรก หรือปลูกมานานแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร บางทีอาจเป็นเพราะข้อผิดพลาดบางอย่างที่คุณทำอยู่โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ วันนี้ลองมาตรวจเช็คกันนะคะว่า คุณทำสิ่งที่ไม่ควรทำต่อไปนี้ ในสวนผักของคุณหรือเปล่า...

1. อยากให้ผักโต เลยโด๊ปปุ๋ยเต็มอัตรา

หลายคนเข้าใจว่า ปุ๋ยคืออาหารบำรุงผัก ซึ่งยิ่งให้มาก ก็จะยิ่งบำรุงมาก แล้วผักก็จะโตไวๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยค่ะ แถมยังจะเป็นผลเสียซะด้วยซ้ำ

ปุ๋ยควรใส่เฉพาะในกรณีที่ขาดธาตุอาหารในดินเท่านั้น และพืชจะดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้น การใส่ปุ๋ยในดินลงไปมากๆจึงเป็นการสูญเปล่า เพราะผักของเราไม่ได้นำไปใช้แต่อย่างใด โดยเฉพาะไนโตรเจน

ส่วนมากแล้ว การเตรียมดินที่ก่อนปลูกให้มีธาตุอาหารพอเพียง ก็พอเพียงแล้ว นอกนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น น้ำ และแสงแดด

2. ใช้ปุ๋ยสังเคราะห์ก็สะดวกดีนะ

ปุ๋ยสังเคราะห์เป็นสารเคมีที่ไม่มีประโยชน์ต่อพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการผักบริโภคผักเพื่อสุขภาพ โดยไม่ปนเปื้อนสารเคมี มาเป็นของแถม จริงๆแล้ว ถ้าอยากบำรุงให้ผักของเราโตเร็วขึ้น หันมาใช้ไส้เดือน เศษปลา เศษใบไม้ จะได้ผลดีและปลอดภัยอีกด้วย

3. ปลูกผักในที่ร่ม

การปลูกผักในที่ร่มเป็นข้อห้ามสำคัญที่สุดก็ว่าได้ค่ะ มีผักเพียงไม่กี่ชนิดที่เติบโตได้ในที่ที่ได้รับแสงเพียงเล็กน้อย เช่น ผักกาดหอม และถั่วลันเตา ในขณะที่ผักอื่นๆส่วนใหญ่ต้องได้รับแสงแดดตรงๆ อย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมง หากน้อยกว่านั้น ผักก็จะเติบโตได้ไม่สมบูรณ์

บางบ้านมีปัญหาเรื่องนี้ เพราะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ในบริเวณบ้าน ฉะนั้น ในกรณีนี้ก็ต้องเลือกปลูกชนิดของผักให้เหมาะสมด้วยนะคะ แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อดีในแง่ที่ช่วยไม่ให้ผักถูกแดดเผา ในฤดูกาลที่แสงแดดจัดจ้าเกินไป ดังนั้น นักปลูกผักมือใหม่ อาจต้องเลือกปลูกผักให้เหมาะสมในแต่ละช่วงฤดูกาล เช่น แทนที่จะปลูกผักกาดหอมในช่วงฤดูร้อน ก็รอปลูกในช่วงฤดูหนาว หรือฤดูฝนแทน อย่างนี้เป็นต้น

3. ซื้อดินสำเร็จรูปมาก็จบแล้ว

อย่างที่บอกไปแล้วว่า การเตรียมดินก่อนปลูกนั้น สำคัญที่สุดค่ะ ถ้าเราปรุงดินให้มีธาตุอาหารสมบูรณ์ตั้งแต่แรก (ซึ่งได้เคยนำเสนอไปแล้วในฉบับก่อนๆ) หลังปลูกนอกจากดูแลเรื่องน้ำ เรื่องแสงแดดแล้ว เพียงเท่านี้เราก็จะได้ผักคุณภาพดี โดยไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรมากเลยค่ะ

4. รดน้ำเยอะๆ ผักจะได้โตเร็วๆ

เช่นเดียวกับที่บอกว่า อย่าใส่ปุ๋ยมากเกินไป การรดน้ำก็ต้องรดแต่พอเหมาะพอดีเช่นกันนะคะ แม้น้ำจะเป็นปัจจัยที่จำเป็น แต่ถ้าให้มากไป ก็อาจจะทำให้ผักเน่าตายได้ ซึ่งนักปลูกมือใหม่มักจะทำผิดพลาดในเรื่องนี้กันมาก เพราะเข้าใจว่า น้ำยิ่งมากยิ่งดี การรดน้ำมากเกินไป อาจจะทำให้ผักโตเร็วในช่วงอาทิตย์ สองอาทิตย์แรก แต่หลังจากนั้นเราอาจจะแปลกใจว่า ทำไมผักของเราตายกะทันหัน นั่นก็เพราะรากชุ่มน้ำจนเน่านั่นเองค่ะ จำไว้เสมอว่า ผักส่วนใหญ่จะโตราวๆอาทิตย์ละ 1 นิ้ว การให้น้ำ กะพอให้ดินมีความชุ่มชื้น แต่อย่าให้แฉะเกินไป หรือจนมีน้ำขัง

วิธีตรวจเช็คความชื้นในดินอย่างง่ายๆ ก็คือ ใช้นิ้วจิ้มลงไปในดิน ให้ลึกประมาณ 1 - 2 นิ้ว ถ้ารู้สึกว่ายังแห้งๆอยู่ แสดงว่าต้องรดน้ำให้แล้ว แต่ถ้ารู้สึกชื้นๆ ก็ยังไม่ต้องรด และลองเช็คดูใหม่อีกครั้งในอีกวันถัดมา หรือถ้าไม่แน่ใจ จะซื้อเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดความชื้นในดินมาไว้ใช้สักอันก็ได้ แต่ในฤดูหนาวนี้ อากาศจะแห้งกว่าปกติ ดินสูญเสียความชื้นได้ง่าย เราอาจใช้วิธีรักษาความชื้นในดินเอาไว้ด้วยการเอาเศษใบไม้ หญ้าแห้ง มาเกลี่ยไว้ที่ผิวดินให้หนาพอประมาณ ก็จะช่วยให้ดินสูญเสียความชื้นได้ช้าลง

5. ต้องหว่านเมล็ดลึกๆ ผักจะได้ขึ้นชัวร์

มะเขือเทศเป็นผักชนิดเดียวที่ปลูกโดยการหว่านเมล็ดไว้ลึกๆ แต่สำหรับผักชนิดอื่นส่วนใหญ่ เพาะเมล็ดให้งอกเป็นต้นอ่อนก่อนแล้วจึงย้ายลงปลูกในแปลงผัก มะเขือเทศเป็นข้อยกเว้นเพราะว่าขนอ่อนๆที่ขึ้นอยู่ตามกิ่งก้านของมะเขือนั้น จะพัฒนากลายไปเป็นราก การฝังเมล็ดมะเขือเทศไว้ลึกๆตอนปลูก จะทำให้ระบบรากของมะเขือเทศเติบโตได้ดีและแข็งแรง

6. ปลูกทีเดียวให้อลังการไปเลย

นักปลูกมือใหม่ เมื่อเริ่มต้นปลูกแรกๆ ควรทำแบบเล็กๆก่อนนะคะ เพราะมีหลายคนบ่นท้อและเบื่อที่จะต้องดูแลอะไรมากมายหลังการปลูก เนื่องจาก ถ้าเราทำใหญ่เกินไป ภาระอย่างอื่นก็ตามมาด้วย ทั้งในเรื่องของการรดน้ำ พรวนดิน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอยู่แล้ว อีกทั้งปัญหาเรื่องการดูแลวัชพืช แมลงศัตรูพืช เดี๋ยวทากมากิน เดี๋ยวเพลี้ยมากวน เดี๋ยวมดมาลุยสวน เดี๋ยวผักใบเหลือง ใบคดงอ สารพัดปัญหาที่ล้วนต้องจัดการ ดูแลแก้ไขทั้งนั้น ไปๆเลยพาลให้เหนื่อย ท้อ ถอดใจเลิกทำ หรือทำไม่สำเร็จ อย่ากระนั้นเลย เริ่มแบบเล็กๆ เลือกผักที่เราชอบกินจริงๆไม่กี่อย่าง และเป็นชนิดที่ปลูกง่าย เราจะดูแลจัดการได้มากกว่า และความสำเร็จก็จะมีมากกว่า แถมยังทำให้มีกำลังใจที่ทำต่อไป หลังจากนั้นจึงค่อยๆขยายเพิ่มขึ้นในภายหลัง

7. ฆ่ามันให้ตาย เจ้าแมลงตัวร้าย

อุตส่าห์ลงทุนลงแรง ยอมเหน็ดเหนื่อยกับการดูแลสวนผักของเราทุกวัน จู่ๆเจ้าแมลงที่ไหนดอดมาจัดการผักของเราซะนี่ เห็นอย่างนี้อย่าเพิ่งโมโห วิ่งไปคว้ายาฆ่าแมลงมาฉีดๆๆให้เจ้าแมลงตายตกไปตามกันนะคะ เย็นไว้ก่อนโยม ตั้งสติแอบมาสังเกตดูก่อนว่า แมลงที่มากินผักของเรานั้น ไผเป็นไผ เป็นแมลงชนิดใด ลูกเต้าเหล่าใครกันบ้าง (บางทีมันยกมากันทั้งครอบครัวเลยนี่นา) เหตุที่ให้ทำความรู้จักกับมันก่อนก็เพราะว่า แมลงมีทั้งตัวดีและตัวไม่ดี บางชนิดก็มีประโยชน์ ดังเช่นที่เรารู้จักกันดีคือ แมลงเต่าทอง ถ้าคุณเอายาฆ่าแมลงไปฉีด นอกจากจะทำลายแมลงตัวดีแล้ว ตัวคุณเองก็ต้องเสี่ยงกับการได้รับสารเคมีเป็นของแถมเมื่อนำมาบริโภคอีกด้วย การรู้จักชนิดของแมลง จะช่วยให้เราสามารถเลือกใช้สมุนไพรกำจัดแมลงเฉพาะชนิดได้ ซึ่งข้อมูลต่างๆ เราสามารถเสิร์ชหาในกูเกิ้ล หรือไม่อย่างนั้นก็โทร.ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรก็ได้ค่ะ

ยอมรับมาซะดีๆว่าคุณทำผิดไปกี่ข้อแล้วคะ แต่อย่างว่าผิดเป็นครู รู้แล้ว ลองใหม่ สู้ๆค่ะ