ปัญหา (สุขภาพ) ใหญ่ ของผู้ชาย (วัยกลางคน)

รักษ์สุขภาพ
ช่างภาพ: 

ปัจจุบันคนไทยมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบทำให้หลายคนละเลยความพิถีพิถันเรื่องการดูแลสุขภาพ อีกทั้งยังอยู่ภายใต้ภาวะกดดัน และความเครียดต่างๆ เป็นผลทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบ สุ่มเสี่ยงกับการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ชายไทย ในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมนในร่างกายที่เริ่มลดระดับลง จึงส่งผลทางอารมณ์ จิตใจกลายเป็นภัยเงียบที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพยอดฮิต ได้แก่ โรคเกี่ยวกับต่อมลูกหมากโต ภาวะกระเพาะปัสสาวะทำงานไว ซึ่งหากละเลยการดูแลสุขภาพ ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวเองรวมถึงคนรอบข้าง

ศ.นพ.วชิร คชการ ประธานกรรมการ ชมรมควบคุมระบบขับถ่ายปัสสาวะ แห่งประเทศไทย ร่วมให้ความรู้ในการเสวนา "ไขเรื่องลับๆสำหรับสุขภาพเพศชาย ที่ไม่ต้องอายกันอีกต่อไป" ซึ่งจัดโดย ชมรมควบคุมระบบขับถ่ายปัสสาวะ แห่งประเทศไทย ว่า "ชายไทยในปัจจุบันต้องเผชิญกับภาวะความเครียด ความกดดันจากความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่การงานที่มากขึ้นตามลำดับ จนทำให้บางครั้งอาจหลงลืมหรือมองข้ามการดูแลสุขภาพของตัวเองไป ประกอบกับการพักผ่อนน้อย การรับประทานอาหารที่ได้โภชนาการที่ไม่เพียงพอ ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพแบบสะสม จึงส่งผลให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานไม่ปกติ หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อันจะทำให้เกิดผลเสียหายต่อสุขภาพตั้งแต่เรื่องเล็กๆ จนถึงขั้นก่อให้เกิดโรคที่ร้ายแรงตามมา รวมถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต ภาวะกระเพาะปัสสาวะทำงานไว หากหมั่นสังเกตอาการและสัญญาณเตือนต่างๆที่เกิดขึ้นกับร่างกาย พร้อมพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับการรักษาและคำแนะนำในการดูแลสุขภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถขจัดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆได้อย่างทันท่วงที"

น.อ.นพ.สนธิเดช ศิวิไลกุล ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมระบบปัสสาวะ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กล่าวถึงโรคต่อมลูกหมากว่า "อาการที่เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมากพบได้มากในเพศชายอายุตั้งแต่ 40 ปี โดยเฉพาะในช่วงอายุ 50-60 ปี ซึ่งจะมีภาวะต่อมลูกหมากขนาดใหญ่มากขึ้น ส่งผลให้ไปกดเบียดทางเดินปัสสาวะ ร่วมกับการกระตุ้นจากระบบประสาท ทำให้บริเวณหูรูดและทางออกของปัสสาวะมีการหดเกร็งมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้ท่อปัสสาวะแคบลง เป็นผลให้ปัสสาวะลำเล็กลง ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืนหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะขัด ใช้เวลาปัสสาวะนาน"

ด้าน รองศาสตราจารย์ นพ.อภิรักษ์ สันติงามกุล ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมระบบปัสสาวะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวเสริมเกี่ยวกับการรักษาโรคต่อมลูกหมากว่า "แนวทางการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตในผู้ป่วยแต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไป เช่น ในผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน รักษาได้โดยไม่ต้องใช้ยาเพียงแค่หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็สามารถทำให้อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องทานยา หากอาการไม่ดีขึ้นก็จะให้ยาที่ช่วยลดการกระตุ้นจากระบบประสาทบริเวณหูรูดกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก สำหรับในผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะบ่อย กลั้นไม่ได้ ก็อาจจำเป็นต้องให้ยาที่มีผลกับกระเพาะปัสสาวะร่วมด้วย ในผู้ป่วยบางรายที่การให้ยาไม่ได้ผล หรือมีอาการปัสสาวะไม่ออกเลยจนถึงขั้นต้องใส่สายสวนปัสสาวะ ทั้งๆที่รับประทานยาอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดไม่เคยขาด ก็จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านการส่องกล้องเพื่อให้กลับมาปัสสาวะได้"

นพ.วสันต์ เศรษฐวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมระบบปัสสาวะ โรงพยาบาลเลิดสิน ได้กล่าวถึง ภาวะกระเพาะปัสสาวะทำงานไว หรือ โอเอบี ว่า "โรคนี้พบได้ในผู้ป่วยทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มีอาการที่ผู้ป่วยต้องรีบเข้าห้องน้ำทันทีที่ปวดปัสสาวะไม่สามารถกลั้นหรือผัดผ่อนได้ (Urgency) บางคนอาจมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จนมีปัสสาวะเล็ดราดออกมาก่อนไปถึงห้องน้ำ (Urge Incontinence) หรืออาการปัสสาวะบ่อย (Frequency) คือ ปัสสาวะมากกว่า 8 ครั้งต่อวัน หรือตื่นกลางดึกเพื่อถ่ายปัสสาวะ (Nocturia) ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้ อาการอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันถึงสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากกล้ามเนื้อผนังกระเพาะบีบตัวบ่อยกว่าปกติ สำหรับการรักษาต้องทำควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และการใช้ยาเพื่อให้ได้ผลสูงสุด ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษานี้อาจต้องใช้ยาฉีดเข้าผนังกระเพาะปัสสาวะ เพื่อลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น งดดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การรักษาสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การตรวจร่างกายในห้องปฏิบัติการ เช่น เบาหวาน ไขมัน การทำงานของตับ ไต ตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ"