​การสวดมนต์ "พาหุง มหาการุณิโก"

ห้องสมุดสกุลไทย

 เมื่อขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๘ เป็นเวลาที่ผู้คนญาติมิตรสหายจะส่งความรัก ความปรารถนาดีให้แก่กัน มอบของขวัญต่างๆ ผู้ควบคุมคอลัมน์นี้ก็ได้รับของขวัญปีใหม่จำนวนมากจาก ญาติมิตร สหาย ในบรรดาของขวัญปีใหม่ มีมิตรผู้หนึ่งมอบปฏิทินและหนังสือสวดมนต์ มีหนังสือเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งเป็นหนังสือบทสวดมนต์บทต่างๆ ซึ่งอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์แก่คนทั่วไปโดยเฉพาะชาวพุทธ และมีบทความธรรมะของพระคุณเจ้า พระราชสุทธิญาณมงคล วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนมาก ได้บรรยาย อานิสงส์ของการสวดพระพุทธคุณต่างๆ รวมทั้งการสวด "พาหุง" และบทสวดมนต์พาหุง ซึ่งขอนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน พระคุณเจ้า พระราชสุทธิญาณมงคล เล่าว่า

"เมื่ออาตมาได้พบกับ สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว
คืนหนึ่งอาตมานอนหลับแล้วฝันไปว่า อาตมาได้เดินไปในสถานที่แห่งหนึ่ง ได้พบกับพระสงฆ์รูปหนึ่งครองจีวรคร่ำ สมณสารูปเรียบร้อยน่าเลื่อมใส อาตมาเห็นว่าเป็นพระอาวุโสผู้รัตตันญู จึงน้อมนมัสการ ท่านหยุดยืนตรงหน้าอาตมาแล้วกล่าวกับอาตมาว่า

ฉันคือ สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้วแห่งกรุงศรีอยุธยา ฉันต้องการให้เธอไปที่วัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อดูจารึกที่ฉันได้จารึกถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้เป็นเจ้า เนื่องในวาระที่สร้างพระเจดีย์ฉลองชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งพม่า และประกาศความเป็นอิสระของประเทศไทยจากหงสาวดีเป็นครั้งแรก...

วันนั้น อาตมาได้เดินทางไปถึง (เจดีย์ชัยมงคล) ก็ได้เดินขึ้นไปบนเจดีย์ ตอนที่สุดบันไดแล้ว มองเห็นโพรงที่ทางเขาทำไว้สำหรับลงไปด้านล่าง มีร้านไม้พอไต่ลงไปภายใน...อาตมาลงไปภายในแล้ว ก็พบนิมิตดังที่สมเด็จพระพนรัตน์ได้บอกไว้จริงๆ อาตมาได้พบว่า แท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ท่านได้จารึกถวายพระพรก็คือบทสวดที่เรียกว่า 'พาหุง มหาการุณิโก'
ท้ายของนิมิตนั้นระบุว่า

'เราสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ศรีอโยธเยศ คือผู้จารึกนิมิตรจนาเอาไว้ถวายพระพรแด่มหาบพิตรเจ้าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช'

ผู้เขียนขออธิบายเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว คือพระสงฆ์ที่ปรากฏชื่อในประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา รัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และในวรรณคดีเรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย เรื่องในประวัติศาสตร์กล่าวถึงพระมหาวีรกรรมของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชว่า เมื่อครั้งพระองค์เสด็จออกทรงกระทำสงครามกับพม่าผู้มารุกรานประเทศไทยตลอดสมัยอยุธยานั้น ครั้งหนึ่งพระองค์ออกรบกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า ครั้งนั้นช้างทรงของพระองค์เตลิดเข้าไปอยู่ในท่ามกลางกองทัพพม่า ฝุ่นผงคลีคลุ้งไปทั่วสมรภูมิจนไม่เห็นทิศทาง เมื่อฝุ่นจางลงแล้ว ทรงพบว่า ช้างทรงหลงเข้ามาอยู่ท่ามกลางข้าศึก พระองค์ตกอยู่ในอันตราย ขณะนั้นทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชาฝ่ายศัตรูบนหลังช้างยืนอยู่ใต้ร่มไม้ ด้วยพระปรีชาญาณและไหวพริบในการศึกสงคราม จึงทรงหาทางออกโดยมีพระราชดำรัสเชิญชวนให้พระมหาอุปราชาแห่งพม่า กระทำยุทธหัตถี (การต่อสู้กันตัวต่อตัวบนหลังช้าง) สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเชี่ยวชาญในการทำศึก ทรงกล้าหาญและไม่ทรงหวั่นเกรงแม้พระองค์จะตกอยู่ในวงล้อมของทหารพม่าข้าศึก ในครั้งนั้น จึงทรงมีชัยชนะในการกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา เมื่อเสด็จฯกลับพระนครแล้ว จึงโปรดฯให้พิจารณาโทษของทหารทั้งปวงที่ตามเสด็จไม่ทันช้างศึกของพระองค์ในการศึกครั้งนั้น ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิตทั้งหมด

เมื่อสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเคารพนับถือ ได้ทราบเรื่องจึงได้เข้าไปขออภัยโทษบรรดาทหารทั้งปวง โดยได้ถวายธรรมะว่า การที่ทหารทั้งปวงตามเสด็จไม่ทันนั้น ก็เป็นเพราะพระบารมีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่จะได้มีโอกาสกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรูเพื่อปกป้องพระราชอาณาจักรด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ และในครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ได้พระราชทานอภัยโทษแก่ทหารทั้งปวงตามที่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้วได้ขอพระราชทาน

ตามที่กล่าวมานี้ เมื่อนิมิตของพระราชสุทธิญาณมงคล วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี กล่าวถึงว่าท่านได้เดินทางไปยังเจดีย์ชัยมงคล และพบจารึกบทสวดพาหุง มหาการุณิโก ในโพรงเจดีย์ ซึ่งท่านกล่าวว่า สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ได้จารึกถวายพระพร สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และท่านได้อธิบายไว้ด้วยว่า
บทพาหุงนี้คือบทสวดมนต์ที่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ได้ถวายให้พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้สวดเป็นประจำเวลาอยู่กับพระราชวัง ในระหว่างศึกสงครามจึงปรากฏว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้า ทรงรบ ณ ที่ใด ทรงมีชัยชนะอยู่ตลอดมา มิได้ทรงเพลี่ยงพล้ำเลย แม้จะเพียงลำพังสองพระองค์กับสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า ท่ามกลางกองทัพพม่านับจำนวนแสนคน ก็ทรงมีชัยชนะเหนือกองทัพพม่า ด้วยการกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา ณ ดอนเจดีย์ปูชนียสถาน แม้ข้าศึกจะยิงปืนไฟเข้าใส่พระองค์ในตอนที่เข้ากันพระศพของพระมหาอุปราชาออกไปราวกับห่าฝนก็มิปาน แต่ก็มิต้องพระองค์ ด้วยเดชะ พาหุงมหากา ที่ทรงเจริญอยู่เป็นประจำนั่นเอง

ขอให้ญาติโยมสวดพาหุงมหากากันให้ทั่วหน้า นอกจากจะคุ้มตัวแล้ว ยังคุ้มครองครอบครัวได้ สวดมากๆเข้า สวดกันทั้งประเทศก็ทำให้ประเทศมีแต่ความรุ่งเรือง พวกคนพาลสันดานหยาบก็แพ้ภัยไปอย่างถ้วนหน้า"
บทสวด พาหุง
พาหุงสะหัสสะมะภินิมมิตะสาธุวันตัง
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต*ชะยะมังคะลานิน
(ถ้าสวดให้ตนเอง เปลี่ยนเต เป็นเม)
มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะ สัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธยักขัง
ขันตีสุทันตะวิชินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต* ชะยะมังคะลานิ
นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต* ชะยะมังคะลานิ
อุกขิตตะ ขัคคะมะติหัตถะ สุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต* ชะยะมังคะลานิ
กัตตะวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
ตันเตนะ โสมะวิชินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะยะตุเต* ชะยะมังคะลานิ
สัจจังวิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต* ชะยะมังคะลานิ
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต* ชะยะมังคะลานิ
(**อ่านว่า พรัมมัง)
ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐหัตถัง
พรัหมัง**วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิชิตา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต* ชะยะมังคะลานิ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถาโย
วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะ เนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ
บทสวด มหาการุณิโก นาโถ
หิตายะ สัพพะ ปาณินัง
ปูเรตาวา ปารมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต* ชะยะมังคะลังฯ
ชะยันโตโพธิยา มูเล ลักยานัง
นันทิ วัฑฒะโน เอวัง ตะวัง วิชะโย โหหิ***ชะยัสสุ
ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะปัลลังเก
สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง
อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง
สหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยีฏฐัง พรัหมะ**จาริสุ
ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง
ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธีเต ปะทักขิณา
ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต*ฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต*ฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต*ฯ

คำแปลคาถาพาหุง
ชยมังคลอัฏฐคาถา

คาถาแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์
๑. พญามารเนรมิตแขนตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างคีรีเมขละ พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องก้องกึก พระจอมมุนีทรงเอาชนะด้วยธรรมวิธี มีทานบารมี เป็นต้น ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
๒. อาฬวกยักษ์ผู้กระด้าง ปราศจากความอดทนดุร้าย สู้รบกับพระพุทธเจ้าอย่างทรหดยิ่งกว่ามารตลอดราตรี พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ด้วยขันติวิธี ที่ทรงฝึกฝนมาดี ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
๓. พญาช้างชื่อนาฬาคิรีตกมัน ดุร้ายยิ่งนักประดุจไฟป่า จักราวุธและสายฟ้าพระจอมมุนี ทรงเอาชนะได้ด้วยวิธีรดน้ำ คือ เมตตาด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
๔. โจรองคุลิมาล (โจรฆ่าคนเอานิ้วทำพวงมาลัย) แสนดุร้าย ถือดาบเงื้อง่าวิ่งไล่ฆ่าพระพุทธองค์ สิ้นระยะทาง ๓ โยชน์ พระจอมมุนีทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์ทางใจเอาชนะได้ราบคาบ ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
๕. นางจิญจมาณวิกา (สาวิกาพวกนิครนถ์) เอาไม้กลมๆมาผูกท้อง ทำอาการประหนึ่งว่ามีครรภ์ ใส่ร้ายพระพุทธเจ้าท่ามกลางฝูงชน พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ด้วยวิธีสงบระงับพระหฤทัยอันงดงาม ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
๖. สัจจกนิครนถ์ ผู้ถือตัวว่า ฉลาด เป็นนักโต้วาทะชั้นยอด สละเสียซึ่งสัจจะ ตั้งใจมาโต้วาทะหักล้างพระพุทธองค์ เป็นคนมืดบอดยิ่งนักพระจอมมุนีผู้สว่างเจิดจ้าด้วย "แสงปัญญา" ทรงเอาชนะได้ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
๗. พญานาค ชื่อนันโทปนันทะ ผู้มีความรู้ผิด มีฤทธิ์มาก พระจอมมุนี ทรงมีพุทธบัญชาให้พระโมคคัลลานะ พุทธโอรสไปปราบด้วยวิธีแสดงฤทธิ์ที่เหนือกว่า ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
๘. พรหม ชื่อ พกะ (ชื่อตัวว่า) มีความบริสุทธิ์รุ่งเรืองและมีฤทธิ์ยึดมั่นในความเห็นผิด ดุจมีมือถูกอสรพิษขบเอา พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ด้วย ใช้ยาวิเศษ คือ ญาณรักษา ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
๙. คนมีปัญญา สวดพุทธชัยมงคลคาถาทั้งแปดนี้เป็นประจำ โดยไม่เกียจคร้าน พึงขจัดอุปัทวันตรายทั้งหลายได้บรรลุถึงซึ่งพระนิพพานอันเป็นสุข

คำแปล
มหาการุณิโก นาโถ
ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์ ประกอบแล้วด้วยพระมหากรุณา ยังบารมีทั้งหลายทั้งปวงให้เต็ม เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ถึงแล้วซึ่งความตรัสรู้อันอุดม ด้วยความกล่าวสัตย์นี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน ขอท่านจงมีชัยชนะในมงคลพิธี เหมือนพระจอมมุนีทรงชนะมารที่โคนโพธิพฤกษ์ถึงความเป็นผู้เลิศในสรรพพุทธาภิเษก ทรงปราโมทย์อยู่บนอปราชิตบัลลังก์อันสูงเป็นจอมมหาปฐพี ทรงเพิ่มพูนความยินดีแก่เหล่าประยูรญาติศากยวงศ์ ฉะนั้น เทอญ
เวลาที่สัตว์ประพฤติชอบชื่อว่า ฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี และขณะดี ครู่ดี บูชาดีแล้ว ในพรหมจารี บุคคลทั้งหลาย กายกรรม เป็นประทักษิณ ส่วนเบื้องขวาวจีกรรม เป็นประทักษิณ ส่วนเบื้องขวามโนกรรม เป็นประทักษิณ ส่วนเบื้องขวา มโนกรรม เป็นประทักษิณ ส่วนเบื้องขวา ความปรารถนาของท่านเป็นประทักษิณ ส่วนเบื้องขวา สัตว์ทั้งหลายทำกรรม อันเป็นประทักษิณ ส่วนเบื้องขวาย่อมได้ประโยชน์ทั้งหลายอันเป็นประทักษิณส่วนเบื้องขวา
ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทพดาทั้งปวง จงรักษาท่าน ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่านขอเหล่าเทพดาทั้งปวง จงรักษาท่าน ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทพดาทั้งปวงจงรักษาท่านด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
อานิสงส์ของบทสวดมนต์ชัยมงคลคาถา หรือพาหุงมหากาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่เคยแพ้ทัพ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ไม่เคยแพ้ทัพพระชัยหลังช้างนั้น มาจาก พาหุงมหากา
ถ้าผู้ใดสวดมนต์ชัยมงคลคาถา หรือพาหุงมหากา เป็นประจำทุกๆวัน แล้วมีแต่ชัยชนะทุกประการ เรียนหนังสือก็เกิดปัญญา มีแต่ความเก่งกล้าสามารถทุกประการ

ผู้ควบคุมคอลัมน์ห้องสมุด ขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชน ทั้งหลายสวดมนต์บท "พาหุง มหาการุณิโก" ให้ถ้วนทั่ว เพื่อประโยชน์สุขของท่าน และเพื่อเป็นพลังให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรือง และที่สำคัญ เพื่อให้พวกคนพาลสันดานหยาบพ่ายแพ้ภัยไปถ้วนหน้า ประเทศและประชาชนชาวไทยจะได้มีความสุขสงบ เจริญรุ่งเรือง