ชาเขียว...ชาญี่ปุ่นยอดฮิต

โน้ตบุ๊ค

เมื่อรับประทานอาหารญี่ปุ่น ก็ต้องควบคู่ไปด้วยชาเขียว หรือเหล้าสาเก ในปักษ์นี้ "บันนี่" ขอนำเสนอเรื่องเครื่องดื่มเบาๆที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีพิษภัยกับใคร ซึ่งก็คือ "ชาเขียว" นั่นเอง!

ชาเขียวเป็นชาที่เก็บเกี่ยวจากพืชในตระกูล Camelia sinensis ไม่ผ่านการหมัก น้ำชาจะเป็นสีเหลืองอมเขียว มีรสฝาด ไม่มีกลิ่น ชาเขียวมี 2 ชนิด คือ ชาเขียวแบบญี่ปุ่น ไม่ต้องคั่วใบชา มีสารอาหารพวกโปรตีน น้ำตาลเล็กน้อย และมีวิตามินอีสูง ส่วนชาเขียวแบบจีน จะคั่วด้วยกระทะร้อน ชาเขียวมีสารสำคัญ 2ชนิด คือ กาเฟอีน มีอยู่ประมาณร้อยละ 2.5 โดยน้ำหนัก ทำให้สามารถกระตุ้นให้สมองสดชื่น แจ่มใส หายง่วงเนื่องจากกาเฟอีนมีคุณสมบัติในการกระตุ้นประสาทและบีบหัวใจ สารอีกชนิดหนึ่งคือ แทนนิน หรือฝาดชา ซึ่งพบในใบชาแห้งประมาณร้อยละ 20-30 โดยน้ำหนักเป็นสารที่มีรสฝาด ที่ใช้บรรเทาอาการท้องเสียงได้ หากต้องการดื่มชาเขียวให้ได้รสชาติที่ดี จึงไม่ควรทิ้งใบชาค้างไว้ในกานานเกินไป เพราะแทนนินจะละลายออกมามาก ทำให้ชาเขียวมีรสขม หากดื่มเพื่อวัตถุประสงค์ในการบรรเทาอาการท้องเสีย ควรต้มใบชานานๆ เพื่อให้มีปริมาณแทนนินออกมามาก นอกจากนั้นแทนนินยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหัวใจและขยายผนังหลอดเลือด จึงเหมาะสำหรับผู้มีความดันโลหิตสูง นอกจากนั้นยังมีสารแคซิทิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านการเกิดมะเร็งอีกด้วย

การผลิตชาเขียวนั้นทำโดยการเอาใบชาสดที่เก็บได้มาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดง โดยใช้ความร้อนไม่สูงนัก ใช้มือคลึงเบาๆก่อนแห้ง หรือนำใบชาอ่อนที่ได้มาผ่านไอน้ำหรืออบด้วยความร้อนทันที เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ จึงได้ใบชาที่มีความสด และยังมีสีเขียวอยู่มาก ชาเขียวที่มีคุณภาพดีได้จากใบชาคู่ที่หนึ่งและใบชาคู่ที่สอง ที่เก็บจากยอด ใบชาคู่ที่สามและคู่ที่สี่จากยอด จะได้ชาชั้นสอง และคู่ที่ห้า ที่หก ก็จะด้อยคุณภาพลงไปตามลำดับ

ชาเขียวแบ่งตามลักษณะการนำมาบริโภคได้ 2 ประเภท คือ "ชาคอ" ดื่มแล้วรู้สึกชุ่มคอ และ "ชากลิ่น" ที่มีกลิ่นหอม เนื่องจากอบด้วยกลิ่นหอมจากดอกไม้ เช่น ดอกมะลิ ดอกประยงค์ ส่วนชาขาวเป็นใบชาที่ได้จากการเลือกเก็บเฉพาะยอดอ่อนที่มีขนสีขาวปกคลุมอยู่ ก่อนนำมาผ่านกรรมวิธีเช่นเดียวกับชาเขียว

ชาเขียวนับเป็นเครื่องดื่มที่ผู้คนนิยมกันอย่างแพร่หลายมายาวนาน โดยเฉพาะชาวจีนในสมัยโบราณ จะดื่มชาเขียวเพื่อใช้ในการรักษาโรคปวดศีรษะไปจนถึงโรคซึมเศร้า สำหรับคุณสมบัติของชาเขียวนั้น มีงานวิจัยสนับสนุนว่าส่วนประกอบใบชาจะช่วยลดความดันโลหิต ไขมันในเส้นเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด คณะนักวิจัยสหรัฐฯ ได้รายงานผลการศึกษาคุณประโยชน์ของชาว่า มีสรรพคุณเป็นตัวล้างพิษอย่างแรง ส่วนองค์การอนามัยโลก ได้แนะนำว่าควรดื่มชาในระหว่างอาหารโดยเฉพาะดื่มวันละ 4-5 ถ้วย จะทำให้สุขภาพดี มีอายุยืนและช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลายอย่าง อาทิ หัวใจ หลอดเลือด และมะเร็งบางชนิด ในขณะเดียวกัน ชาเขียวก็มีผลร้าย ทำให้นอนไม่หลับจากกาเฟอีนเช่นกัน แต่ก็ยังคงน้อยกว่าในกาแฟ

ปัจจุบันมีผู้นำชาเขียวมาแปรรูปต่างๆนานา ตั้งแต่เครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูป ขนมหวานหลากหลายชนิด ตลอดไปจนถึงไอศกรีม โดยเฉพาะในเมืองไทยนั้น ถึงขนาดมีสงครามชาเขียวกันเลยทีเดียว

หากจะบริโภคชาเขียว "บันนี่" อยากให้อ่านฉลากดูส่วนประกอบให้ดี และให้ความสำคัญกับตัวสินค้ามากกว่าการตลาดนะคะ