เมื่อฝันผลิบาน กับดอกไม้งาม นามพระราชทาน

2. ช่วงอายุขัยของตัวผม ยังได้และเห็นภาพข่าว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตรทุ่งดอกไม้ป่า

ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2542

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2543

ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2544

ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2545

และครั้งที่ 5 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2546

ตลอดระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ.2542 เป็นต้นมา กับจำนวน 5 ครั้งนั้น ของการเสด็จพระราชดำเนิน ณ น้ำตกสร้อยสวรรค์ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงทอดพระเนตรทุ่งดอกไม้ป่า ทรงศึกษาในพันธุ์ดอกไม้ป่าจากรายงานเกี่ยวกับพันธุ์ดอกไม้ป่า โดยนักวิชาการกรมป่าไม้

ว่าทุ่งดอกไม้ป่า เป็นมรดกทางธรรมชาติ มีความงามเป็นเอกลักษณ์ เมื่อได้ไปพิจารณาถึงความสลับซับซ้อน ในระบบนิเวศและองค์ประกอบของพันธุ์ไม้ ดอกไม้ป่ามีระบบนิเวศที่เปราะบาง และเสื่อมสภาพไปได้ง่าย มักพบเห็นทางภาคอีสาน ตั้งแต่จังหวัดกาฬสินธุ์ สกลนคร อุบลราชธานี จนไปถึงหนองคาย จะพบในป่าเต็ง-รังเป็นส่วนใหญ่ มีพื้นล่างเป็นลานหินโปร่ง ซึ่งลานหินเหล่านั้น ปกคลุมด้วยสังคมดอกไม้ป่า และใกล้เสื่อมสภาพ

การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ได้มาส่งเสริม

ดอกไม้ป่า ยังได้ประทับใจ เมื่อมาพบเห็น

นั่นเป็นข้อมูลในเบื้องต้นที่สำคัญ ที่ผมได้จากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ซึ่งยังเป็นอีกวันที่มาร่วมทำข่าว และทัศนศึกษาบนเส้นทางชื่อว่า "เมื่อความฝันผลิบาน...บนลานหิน ถิ่นวิถีไทย-อีสาน : อุบลราชธานี" โดย ททท.

สำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้ใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มาถึงอำเภอพิบูลมังสาหาร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหลายเลข 2222 ถึงอำเภอโขงเจียม เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2134 ก็ถึงน้ำตกสร้อยสวรรค์ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534 ครอบคลุมพื้นที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร เป็นพื้นที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งพรมแดน พื้นที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร โดยสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง และเนินเขา มีหน้าผาที่สูงชัน ที่เกิดจากการแยกตัวของผิวโลก ซึ่งสภาพป่าไม้โดยทั่วไป มักจะเป็นพวกป่าเต็ง-รัง

เมื่อเรามาเข้าอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติผาแต้ม แล้วเดินห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วพอเลยระยะทางไปราว 500 เมตร จะพบดงไผ่ทึบ และแมกไม้เขียวขจี หากเดินเลาะขึ้นไป จะเห็นน้ำตกสร้อยสวรรค์ ในมุมงดงาม

เหตุผลที่เรียกกันว่า...น้ำตกสร้อยสวรรค์ ก็เนื่องมาจากรูปร่าง หรือลักษณะที่คล้ายสร้อย แล้วยังมีแอ่งเล่นน้ำที่น้ำตก ไหลผ่านเป็นชั้นอยู่หลายจุดด้วยกัน จึงได้กลายมาเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวในการกระโดดน้ำเล่นที่สนุกสนาน

และฝันร้ายอีกแล้ว ช่วงนี้ไม่มีน้ำตกไหล

แต่ฝันสลายครั้งนี้ ยังมีดอกไม้งามให้ชม

เราจึงข้ามห้วยสร้อยและแซไผ่ เพื่อไปยังบริเวณต้นน้ำ ที่ตรงนั้นเห็นเป็นลานหิน ซึ่งกำลังสวยงามตา ด้วยดอกไม้ป่านานาพรรณ ที่เป็นพันธุ์ไม้ดอกที่พระราชทานนาม เอาไว้อย่างไพเราะจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ทิพเกสร เป็นดอกไม้ที่อยู่ในวงศ์ LENTIBULARIACEAE ไม้ล้มลุกกินแมลง มีลำต้นเล็กมากอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยว และมีใบที่เปลี่ยนเป็นถุง สำหรับดักจับแมลงเป็นอาหาร ดอกสีม่วงอ่อนแกมชมพู ผลเป็นผลแห้งชนิดแตกเมื่อแก่ มักขึ้นตามบริเวณที่โล่ง และพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้น ในประเทศไทย พบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

สรัสจันทร อยู่ในวงศ์ BURMANNACEAE เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีลำต้นเล็กเรียว ดอกสีชมพูจนถึงสีม่วงอมฟ้า ปลายมีสีเหลืองหรือสีครีม ออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายยอด พบตามบริเวณทุ่งหญ้าเปิด ริมหนองน้ำ และบริเวณพื้นที่ที่ชุ่มน้ำ

สร้อยสุวรรณา เป็นดอกไม้ที่อยู่ในวงศ์ LENTIBULARIACEAE เป็นไม้ล้มลุกที่กินแมลง จะขึ้นเป็นกอเล็กๆ ใบรูปกลมขนาดเล็ก ดอกมีสีเหลือง ออกเป็นช่อ ผลเป็นผลแห้งชนิดแตกเมื่อแก่ มักพบในอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินโดนีเซีย ส่วนในประเทศไทย จะพบตามพื้นที่โล่งและชุ่มชื้น ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ดุสิตา อยู่ในวงศ์ LENTIBULARIACEA ไม้ล้มลุกที่กินแมลง มีอายุเพียงปีเดียว มักขึ้นกันเป็นกอเล็กๆ มีใบที่เปลี่ยนเป็นถุง สำหรับดักจับแมงขนาดเล็ก ดอกมีสีม่วงเข้ม ออกเป็นช่อ ผลเป็นผลแห้งชนิดแตกเมื่อแก่ พบในอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย ในประเทศไทย พบตามที่โล่งและชุ่มชื้น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

และ มณีเทวา เป็นดอกไม้อยู่ในวงศ์ ERIOCAULACEAE ไม้ล้มลุกขึ้นเป็นกอ มีขนาดเล็กคล้ายหญ้า ดอกสีขาวเป็นช่อ ลักษณะก้อนกลมที่ส่วนยอด มักขึ้นตามพื้นที่โล่งชุ่มชื้น หรือชายป่าโปร่ง ในภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ระหว่างที่เรากำลังก้มถ่ายภาพ เจ้าหน้าที่ภายในอุทยานฯ อธิบายถึงองค์ประกอบ ภายในทุ่งดอกไม้ป่า หรือที่เรียกทางวิชาการกันว่า สังคมพืชชื้นแฉะแบบผืนแผ่น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพืชล้มลุกที่มีขนาดของลำต้นเล็ก มีอายุเพียงฤดูกาลเดียว ซึ่งครั้งเมื่อได้ออกดอก เบ่งบานสะพรั่ง แล้วติดเป็นผล จากนั้นก็จะตายไป เมล็ดที่เหลือไว้ดูต่างหน้า จะมีระยะการพักตัว และทำการงอกใหม่ ในช่วงฤดูฝนปีถัดไป เป็นวัฏจักรวนเวียนที่ไม่จบสิ้น

จะว่าไป...สังคมพืชชื้นแฉะแบบผืนแผ่น มักจะเกิดขึ้นตามฤดูกาล ในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว พบได้ทั่วไปบนที่ราบสูง ตามภูเขาหินทราย ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้งยังพบในระดับต่ำและในระดับสูงของชั้นดินทราย หรือชั้นดินอินทรีย์ ในแบบผืนแผ่นตามแอ่งตื้นๆ ที่มักมีน้ำหล่อหรือมีน้ำไหลริน รวมถึงตามภูเขาหินทรายที่ค่อนข้างราบ เป็นพื้นที่ที่ค่อยๆลาดลงไปสู่ลำธาร หรือชั้นดินที่ขาดธาตุอาหารที่ค่อนข้างจะเป็นกรด

ปัจจุบันในระบบนิเวศของสังคมพืชทุ่งดอกไม้ป่า โดยเฉพาะลานดุสิตนั้น อยู่ในสภาวะที่ถดถอย จำเป็นที่นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทุกฝ่าย จะต้องเร่งทำการศึกษา-วิเคราะห์ เกี่ยวกับทางด้านชีพจักร เพื่อทำการอนุรักษ์ขยายพันธุ์ หรือจัดการอย่างเหมาะสม พร้อมกับให้เกิดความยั่งยืน และสื่อในความสำคัญของระบบนิเวศ ไปสู่สาธารณชนอีกด้วย เพื่อจะสามารถอนุรักษ์ทุ่งดอกไม้ป่าให้เกิดความยั่งยืนตลอดไปในอนาคต

โดยเฉพาะทุ่งดอกไม้ป่า ตามบริเวณน้ำตกสร้อยสวรรค์ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ จำนวนรวมทั้งหมด 6 แปลง ส่วนใหญ่จะเป็นพวกพืชล้มลุก หรือเป็นพืชที่กินแมลง แล้วทำการย่อยสลาย ให้กลายไปเป็นธาตุอาหารไนโตรเจน อาทิ สร้อยสุวรรณา ดุสิตา มณีเทวา จอกบ่วาย ทิพเกสร สรัสจันทร โดยมักจะออกดอกบานสะพรั่ง กลายเป็นทุ่งดอกไม้ป่ากว้างใหญ่ที่สวยงาม ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ราวๆเดือนตุลาคม ถึงเดือนมกราคมทุกปี

ก็ยังแววว่า...ยังมีทุ่งดอกไม้ป่า ที่ยังกระจายตัว อยู่ตามแหล่งน้ำ และภูผาชันอีกด้วย อาทิ ทุ่งดอกไม้น้ำตกห้วยพอก ทุ่งดอกไม้ป่าดงนาทาม ทุ่งดอกไม้บริเวณเสาเฉลียงคู่ ทุ่งดอกไม้แถวแท่งหินคล้ายดอกเห็ด รวมถึงทุ่งดอกไม้บริเวณหินโยก และลานภูจ้อนก้อม ซึ่งได้อยู่ทางตอนเหนือของอุทยานฯ ก็ถือเป็นจุดที่ให้ละลานตาได้อีกเช่นกัน

สีขาว สีเหลือ สีชมพู สีม่วง สีแดง สีส้ม...ยามเมื่อเงยใบหน้าขึ้น โทนสีสันยังติดตาอยู่เลย พอหันกลับไปดูเพื่อนๆ ยังคลุกคลีแบบเฟซทูเฟซ

แถมยังไปปิดท้ายกันที่ หนองหญ้าม้า ตำบลคำขวาง อำเภอวารินชำราบ ซึ่งเป็นบริเวณที่ช่วงหน้าฝนนั้น จะมีมวลน้ำขังตัวราวกับเป็นแก้มลิง แต่พอน้ำได้แห้งขอดออกไป ก็ได้หลงเหลือแต่ความชุ่มชื้น ทำให้เกิดเป็นทุ่งดอกไม้ป่า อย่างต้นกระดุมเงิน ที่เกิดกระจายตัวเต็มทุ่งกว้าง ซึ่งมีคนเริ่มมาทำความรู้จัก ก็เมื่อราว 2-3 เดือนมานี่เอง