วารสารการแพทย์โรคหัวใจของสหรัฐอเมริกาเผยผลการศึกษากับนักวิ่งจ๊อกกิ้งที่แข็งแรงไม่ต่ำกว่า 1,000 คน เทียบกับคนที่ไม่ได้วิ่งเลยเป็นเวลานาน 12 ปีพบว่า นักวิ่งที่ขยันวิ่งเป็นชั่วโมง และวิ่งบ่อยๆ ก็ยังมีโอกาสที่จะตายได้ง่ายๆ พอกับคนที่ไม่ใช่นักวิ่ง และคนที่วิ่งน้อยกลับมีอายุยืนกว่า การทดลองดังกล่าวได้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า นักวิ่งที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำหรือปานกลางจะได้ประโยชน์มากที่สุด ขณะที่นักวิ่งด้วยความเร็วสูงแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย หรือพอๆกับคนที่ไม่ได้วิ่งเลย ข้อสำคัญสิ่งที่จะต้องย้ำก็คือ การออกกำลังกายที่ดีขึ้นอยู่กับจังหวะการก้าว จังหวะการก้าวช้าเทียบได้กับการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้หลายชิ้นที่รายงานว่า การออกกำลังหนักเกินกว่าขนาดปานกลางกลับจะกลายเป็นโทษ

ขณะเดียวกันนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแพทย์เมาท์ ไซนาย รัฐนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่าการกินอาหารที่ประกอบอาหารด้วยไฟแรงๆมีความล่อแหลมต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมหนักขึ้น ทั้งนี้เมื่อปรุงอาหารด้วยไฟแรงๆ หรือแม้แต่เก็บเนื้อสัตว์ไว้ในอุณหภูมิ 26-28 องศาเซลเซียสเป็นเวลานานๆ อย่างเช่น พวกเนยแข็ง มันจะทำให้เกิดสารผสมซึ่งประกอบด้วยน้ำตาล โปรตีน และสารที่อณูขนาดใหญ่อื่นๆ สารผสมนี้จะทำให้เกิดโรคเรื้อรังชนิดต่างๆโดยง่าย ด้วยการก่อให้เกิดการอักเสบหรือการที่เซลล์ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุของความเสื่อมและโรคเรื้อรังมากกว่า 70 ชนิด นักวิจัยได้พบว่าหนูที่เลี้ยงด้วยอาหารที่มีสารผสมนี้สูงจะเกิดโรคเหมือนกับกินอาหารแบบตะวันตกขึ้นในสมอง ซึ่งเป็นสารประกอบของคราบที่ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อม ดังนั้น การปรุงอาหารด้วยไฟแรงๆมากเท่าไร ยิ่งก่อให้เกิดสารนี้มากขึ้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ปัจจุบันดูเหมือนว่าการมีอายุยืนถึง 100 ปีไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันอีกต่อไป ด้วยทุกวันนี้ มนุษย์เรามีวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่สามารถชะลอวัยและช่วยให้คนเรามีสุขภาพดีขึ้น ล่าสุดสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งในเมืองเวสต์เดสโมนส์ รัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา ได้รายงานข่าวการฉลองอายุครบ 100 ปี ของ ฮอลลี่ ดิกเคอร์สัน เจ้าของร้านซักรีด วัลเลย์ เวสต์ ยูนิฟอร์ม ที่ยังสามารถยืนรีดผ้าได้อย่างสบาย ชายชราที่ดูแข็งแรงกว่าวัยผู้นี้ แม้จะเคยป่วยและผ่านการผ่าตัดหัวใจมาแล้วหลายครั้งบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่เคยหยุดทำงานเลย เคล็ดลับที่ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงน่าจะมาจากการเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งๆ และชอบใช้เวลาเดินเที่ยวเล่นตามห้างสินค้าอยู่เป็นประจำ

เทอรี่ และ แคธี่ ผู้เป็นลูกชายและลูกสะใภ้เล่าว่า พวกเขาปล่อยให้ฮอลลี่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ พ่อชอบที่จะมาทำงานที่ร้าน พวกลูกๆจะขับรถไปส่งพ่อที่ร้านประมาณ 11 โมงเช้าทุกวัน จากนั้นพ่อก็จะยืนรีดผ้าจนถึงเวลาบ่ายสามโมงครึ่งจึงกลับบ้าน เป็นกิจวัตรประจำสัปดาห์ละ 5 วัน ฮอลลี่เคยเป็นเซลล์แมนขายประกัน เมื่อถึงวัยเกษียณก็หันมาเปิดร้านซักรีดตั้งแต่ พ.ศ.2524 จนถึงวันนี้เป็นเวลาร่วม 34 ปีแล้ว เขาเคยบอกกับลูกๆว่า ถ้าเกษียณแล้วพ่อต้องมานั่งแข็งทื่อบนเก้าอี้ทั้งวัน คงจะตายไวอย่างแน่นอน

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ สังคมไทยได้บัญญัติศัพท์คำเรียกติดปากของผู้อยู่ในวัยเกือบสูงอายุว่า "มนุษย์ป้า มนุษย์ลุง" ซึ่งเว็บไซต์ longdo.com ให้นิยามว่า เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ที่มีพฤติกรรมลักษณะเห็นแก่ตัว ทำสิ่งต่างๆโดยไม่สนใจว่าจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน เช่น การแย่งที่นั่งว่างในรถโดยสารสาธารณะ หรือการแซงคิวไม่ยอมต่อแถวคอยเวลาขึ้นรถไฟฟ้า ส่วนมากจะเป็นสุภาพสตรีในวัยกลางคนจนถึงสูงอายุ จึงเป็นที่มาของคำว่า ป้า เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ในช่วงปี 2557 รวมทั้งยังมีข้อความเชิงกระแนะกระแหนว่า มนุษย์ป้าคือผู้ถูกเสมอ อยู่เหนือทุกสิ่ง มนุษย์ป้าเนเวอร์ดาย และเป็นผู้ไม่แพ้

แพทย์หญิง ภัทรวรรณ ขันธ์แก้ว จิตแพทย์โรงพยาบาลมารมย์ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมของมนุษย์ทุกคนหล่อหลอมมาจากการเลี้ยงดูในวัยเด็กของพ่อแม่และโรคทางกายและใจ โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ จึงไม่อยากให้ตัดสินพฤติกรรมไม่เหมาะสมของใครคนหนึ่ง ถ้าเรายังไม่ได้รับรู้เหตุผลในชีวิตของเขาดีพอ ภาพของผู้สูงอายุที่ไม่น่ารักขัดแย้งกับทัศนคติความเป็นคนดีมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อาจจะมาจากโรคทางกายหรือใจที่ส่งผลกระทบต่อการควบคุมของสมอง ทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ หรือเป็นโรคทางจิตเวช เช่น โรคสมองเสื่อม ซึ่งเป็นไปตามอายุ ทำให้ความสามารถในการทำงานของสมองนั้นถดถอยลงไปและนำมาสู่พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้โรคของผู้สูงอายุจะมีความสลับซับซ้อน เพราะอายุที่มากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ความดัน เบาหวาน ไขมันสูง รวมทั้งภาวะเกษียณอายุก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สมองเสื่อมลงได้ การที่สมองเสื่อมจะมีผลกระทบกระเทือนต่อการส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง และอาจทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจนควบคุมไม่ได้ ถึงขั้นมีพฤติกรรมก้าวร้าวฉุนเฉียว

จิตแพทย์แนะนำว่าหากพบคนใกล้ตัวหรือพ่อแม่มีพฤติกรรมที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก้าวร้าวขึ้น หงุดหงิดง่าย หลงลืมหรือควบคุมตัวเองได้ จำเป็นจะต้องพามาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และทำการรักษา โดยเฉพาะโรคหลงลืม ซึ่งผู้ป่วยมักจะลืมเรื่องราวในปัจจุบัน แต่ไม่ลืมเรื่องในอดีต บางคนหยิบความทรงจำจากอดีตเมื่อสิบปีก่อนมาบวกกับเรื่องในปัจจุบันแล้วปะติดปะต่อเป็นเรื่องใหม่เท่าที่เซลล์ประสาทจะสั่งงาน ซึ่งถ้าไม่เกิดกับใครจะไม่รู้ จึงอยากให้สังคมมีความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติตัวกับผู้สูงอายุเหล่านี้ แม้บุคคลที่พบตามท้องถนนที่ไม่ใช่ญาติมิตรแต่มีความเข้าใจธรรมชาติของเขา จะทำให้คนในสังคมมีสติ เข้าใจ และใช้เหตุผลมองพฤติกรรมของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้เว็บเพจ สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยได้ระบุว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์ป้ามนุษย์ลุงก็คือ ให้ตั้งสติ พูดกับเขาดีๆอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน อย่าใช้ทัศนคติดูถูกเหยียดหยามว่าเขาเป็นมนุษย์ป้า เราเป็นมนุษย์ชั้นดี เพราะเป็นการตั้งต้นคิดที่ผิด ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ หลีกเลี่ยงการปะทะทางอารมณ์ เมื่อทำดีที่สุดแล้ว อีกฝ่ายยังจะทำเหมือนเดิม ให้ถอยออกมาโดยไม่ต้องรู้สึกว่าแพ้หรือเสียหน้า และให้คิดว่า เราเป็นมนุษย์ที่อาจจะทำอะไรแย่ๆออกไปไม่แพ้กัน เพราะทุกคนมีโอกาสพ่ายแพ้แก่ความชราเหมือนบุคคลตรงหน้าได้เช่นกัน

ขณะที่ ดร.จูเลีย การ์เด้นท์ โรบินสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารได้แนะนำวิธีการชะลอวัยและลดความเสี่ยงจากโรคที่มากับความชราว่า ควรบริโภคผัก และผลไม้หลากสี อาทิ สีแดง ให้ไลโคปีนหรือแอนโทไคนิน ป้องกันมะเร็งได้หลายชนิดโดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก ทั้งยังมีสารแอนตี้ออกซิแด๊นท์ช่วยปกป้องการเสียหายจากเซลล์และช่วยให้หัวใจแข็งแรง สีส้มหรือสีเหลือง เป็นกลุ่มคาโรเตนอยส์ เต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงมะเร็งและโรคหัวใจ ป้องกันความเสื่อมของเยื่อบุนัยน์ตา ลดโคเลสเตอรอล และอาการหัวใจวาย สีเขียวหรือคลอโรฟิลด์ ช่วยบำรุงสายตาทั้งอุดมด้วยโฟเลตและวิตามิน สีม่วงหรือสีน้ำเงิน กลุ่มแอนโตไซยานินส์ มีสารแอนตี้ออกซิแด๊นท์ ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งและหัวใจล้มเหลว และชะลอวัย และสีขาว กลุ่มแอนโทแซนตินส์ ช่วยลดโคเลสเตอรอลล และความดันโลหิต ลดความเสี่ยงมะเร็งในช่องท้องและโรคหัวใจ

ข่าวครึกโครมสะเทือนขวัญสั่นหัวใจสังคมไทยที่สุดในช่วงที่ผ่านมา เห็นจะไม่มีเรื่องใดเกินไปกว่า คดีคนร้ายข่มขืน ลงมือลงไม้ และฆ่าให้ตายโดยเลือกเหยื่อเป็นหญิงชราต่อเนื่องถึง 10 คดีในพื้นที่ จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และนครปฐม เหตุเกิดตั้งแต่ พ.ศ.2551 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนักจิตวิทยาได้ร่วมให้ข้อมูลเพื่อคลี่คลายคดี เพราะผู้มีจิตใจปกติไม่น่าจะมีพฤติกรรมในลักษณะเช่นนี้ โดยเฉพาะสำหรับวัฒนธรรมไทยที่ให้ความเคารพผู้สูงวัย ซึ่ง พลตำรวจเอก จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ทัศนะว่า คนร้ายอาจเข้าข่ายผู้ป่วยจิตวิปริตชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก คนชรา หรือแม้แต่ศพผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยลักษณะนี้เป็นคนอารมณ์ไม่คงที่ ไม่เข้มแข็ง ไม่กล้าเปลี่ยนพื้นที่ไม่กล้าออกไปไหนไกล เพราะไม่คุ้นเคยและมีความกลัว เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นในพื้นที่บางคนที เมื่อ พ.ศ.2555 มาแล้ว และได้ริเริ่มนำโครงการบางคนทีโมเดลมาใช้ ประกอบด้วยตำรวจฝ่ายปกครอง และเอกชนร่วมกันติดตั้งกริ่งหรือไซเรนในพื้นที่เป้าหมายอ่อนแอ มีผู้สูงอายุหรือคนชราอยู่ เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งเหตุคดีอาชญากรรม และช่วยเหลือคนชราหรือผู้สูงอายุที่พักอาศัยอยู่ตามลำพัง หรือกรณีผู้ป่วยที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอีก

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อคนเรามีแนวโน้มจะมีวัยยาวขึ้น ปัญหา และภยันตรายที่เข้ามาคุกคามชีวิตหลังเกษียณเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ภัยมืดสารพัดรูปแบบยากจะรับมือได้ ถ้าปราศจากความเข้มแข็งของสังคมไร้ความรักความเมตตา และพร้อมที่จะเข้าใจกัน เรื่องดีๆที่เกิดขึ้นปีละครั้งในวันสงกรานต์ วันผู้สูงอายุ และวันแห่งครอบครัว เพื่อนำความสุขคืนกลับมา คงไม่เพียงพอ