"สวาสดิ์" แอบลุ้นเชียร์ตั้งแต่ตอนเก็บตัวแล้วค่ะ อยากให้ผู้เข้าประกวดหมายเลข 14 นฉัตร-วัลเณซ่า เมืองโครต ครอบครองมงกุฎเพชรแห่งเกียรติยศ พร้อมกับรางวัลมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท โดยรอบตัดสินการประกวด "Miss Thailand World 2012" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และบริษัทบีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดขึ้น แล้วก็เป็นไปตามที่คาดหมายเอาไว้ เมื่อคณะกรรมการตัดสินการประกวด ยกตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 ให้กับสาวลูกครึ่งไทย-เยอรมันคนนี้

สำหรับการประกวดรอบตัดสิน Miss Thailand World 2012 จัดขึ้น ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ในค่ำคืนของวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความยิ่งใหญ่ตระการตา โดยการเปิดฉากด้วยผู้เข้าประกวดทั้งหมดออกมาโชว์เรือนร่างในชุดว่ายน้ำทูพีซแบรนด์ Guy Laroche ในโทนชมพูสลับส้ม และม่วงสลับฟ้า ท่ามกลางจังหวะที่สนุกสนานครึกครื้น ก่อนที่สองพิธีกรการประกวด ณวัฒน์ อิสรไกลศีล และ สุริวิภา กุลตังวัฒนา กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และแนะนำคณะกรรมการในการประกวด จากนั้นบรรดาสาวงามผู้เข้าประกวดออกมาด้วยความสดใสอีกครั้ง ในชุดราตรีสั้นจากห้องเสื้อ De Butante พร้อมกับแนะนำตัวกันทีละคน

ก่อนเปิดวีทีอาร์กิจกรรมของ 30 สาวงาม เพื่อการศึกษาของเด็กไทย ได้มีอดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์รุ่นพี่ มาร่วมสร้างสีสันเดินโชว์โฉมบนเวที โดยมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011 จูลี่-พัชริดา รอดคงคา มากล่าวขอบคุณหลังจากดำรงตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011 ว่า "สวัสดีค่ะ ดิฉัน จูลี่-พัชริดา รอดคงคา มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011 ในค่ำคืนนี้ดิฉันไม่ได้มาอำลาตำแหน่ง แต่อยากกราบขอบพระคุณทุกท่าน ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติเช่นนี้ แล้วได้ทำประโยชน์ให้สังคมไทยมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะการช่วยเหลือทางด้านการศึกษา และเหตุอุทกภัยเมื่อปีที่ผ่านมา ตลอดจนสาธารณกุศลต่างๆ

...ดิฉันตั้งปณิธานว่า จะช่วยเหลือสังคมเช่นนี้ต่อไปให้สมกับเกียรติของคำที่เรียกดิฉันว่า มิสไทยแลนด์เวิลด์ ท้ายนี้ดิฉันขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง สำหรับไทยทีวีสีช่อง 3 บริษัทบีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ คุณพ่อ คุณแม่ และทุกท่านที่คอยเป็นกำลังใจให้ดิฉันค่ะ และในค่ำคืนนี้ ดิฉันขอส่งกำลังใจต่อให้มิสไทยแลนด์เวิลด์ประจำปี 2012 ให้เธอคนนั้นโชคดี แล้วทำประโยชน์เพื่อสังคมอย่างเต็มที่ ส่วนดิฉันยังคงปฏิบัติหน้าที่มิสไทยแลนด์เวิลด์ ร่วมกับเธอผู้โชดดีในค่ำคืนนี้ต่อไป ขอบพระคุณอีกครั้ง...สวัสดีค่ะ"

ในขณะที่มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011 จูลี่-พัชริดา รอดคงคา ปรากฏโฉมงามบนเวที ซึ่งจะทำงานร่วมกับมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 อีกหนึ่งปีจากนี้ไป ก็มีเซอร์ไพร้ซ์จากรองอันดับ 1 มิสเวิลด์ 2011 กเว็น โดลีน สาวงามจากประเทศฟิลิปปินส์ ร่วมปรากฏตัวบนเวทีอีกด้วย ตามด้วยการอวดเรือนร่างอรชรของ 30 สาวงาม ในชุดว่ายน้ำทูพีซสีสันสดใสอีกครั้ง โดยมาโพสท่าที่บ่งบอกถึงตัวตน เพื่อให้คณะกรรมการได้เก็บคะแนน ก่อนเปลี่ยนชุดออกมาเป็นชุดราตรียาว ด้วยการใช้สีสันคัลเลอร์แฟลซ ที่มีเลื่อมคริสตัลช่วยนำแสงสะท้อนให้ชุดที่สวมใส่ในค่ำคืนดูมีมิติยิ่งขึ้น ต่อมาก็ถึงช่วงการประกาศ 6 รางวัลพิเศษ

โดยเริ่มต้นจากรางวัลนางงามผิวสวย ได้แก่ หมายเลข 28 เก๋-กรรณิกา ขันแก้ว รางวัลมิสบิวตี้เพอร์เฟ็ค บาย วุฒิศักดิ์ ได้แก่ หมายเลข 10 ออม-ภัคสุภัสส์ เพชรวิวรรธน์ รางวัลมิสบีอิ้งเบเบ้ ได้แก่ หมายเลข 15 ป๊อปปี้-บุญยิสา จันทราราชัย รางวัลขวัญใจช่างภาพ ได้แก่ หมายเลข 2 อูลี่-อาทิติยา ฟอนซูร์มูห์เล็น รางวัลนางงามรูปร่างดี ได้แก่ หมายเลข 14 นฉัตร-วัลเณซ่า เมืองโครต และรางวัลนางงามมิตรภาพ ได้แก่ หมายเลข 20 มีมี่-พัชมน ชาญอุตสาห์ หลังจากเบรกการถ่ายทอดการประกวด พิธีกรได้นำเข้าสู่การประกวดรางวัลฟาสต์แทร็ก อันเป็นรางวัลพิเศษเพื่อเข้าไปรอบ 10 คนในแบบอัตโนมัติ 3 รางวัล เริ่มกันที่นางงามที่อุทิศตนเพื่อสังคม ได้แก่ หมายเลข 14 นฉัตร-วัลเณซ่า เมืองโครต ส่วนนางงามที่มีความสามารถพิเศษด้านการร้องเพลงสากล ได้แก่ หมายเลข 4 เกรซ-ชวัลลักษณ์ อังเกอร์โมกศิริ และนางงามที่มีทักษะด้านการเดินแบบ ได้แก่ หมายเลข 14 นฉัตร-วัลเณซ่า เมืองโครต

ต่อมาประกาศผลผู้เข้ารอบ 10 คน และคนสุดท้ายอีก 8 คน ได้แก่ หมายเลข 2 อูลี่-อาทิติยา ฟอนซูร์มูห์เล็น หมายเลข 19 นิกกี้-ศสิษา ฤาชัยสา หมายเลข 9 อุ้ม-พิณรัตน์ มะวิญธร หมายเลข 23 ริญ-จริญญา แบคแมน หมายเลข 11 ฝน-ฝนทิพย์ กลิ่นภักดี หมายเลข 28 เก๋-กรรณิกา ขันแก้ว หมายเลข 17 สปาย-ปรางทิพย์ ภัณฑารักษ์สกุล และหมายเลข 15 ป๊อปปี้-บุญยิสา จันทราราชัย พร้อมกับให้ทั้ง 10 สาวงามตอบคำถามเดียวกัน ว่า "คุณคิดว่า คุณเหมาะสมกับตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ เพราะเหตุผลใด" และก่อนประกาศผลผู้เข้ารอบ 5 คน ได้มีศิลปินดังจากค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ ใหม่ เจริญปุระ ที่ยกให้เป็นดีว่าอีกคนหนึ่งของเมืองไทย มาร้องเพลงที่มีความหมายกินใจ "ศรัทธา" เพื่อเป็นกำลังใจให้บรรดาสาวงาม

เมื่อการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ ได้ดำเนินมาถึงช่วงประกาศผลผู้เข้ารอบ 5 คน อันได้แก่ หมายเลข 2 อูลี่-อาทิติยา ฟอนซูร์มูห์เล็น หมายเลข 4 เกรซ-ชวัลลักษณ์ อังเกอร์โมกศิริ หมายเลข 14 นฉัตร-วัลเณซ่า เมืองโครต หมายเลข 23 ริญ-จริญญา แบคแมน และหมายเลข 15 ป๊อปปี้-บุญยิสา จันทราราชัย ตามด้วยพิธีกรนำเข้าการประกวดช่วงสุดท้าย แล้วผู้เข้ารอบการประกวดทั้ง 5 สาวงาม ได้เดินออกมาในชุดราตรียาวงามสง่า พร้อมกับช่วงการตอบคำถามเดียวกันอีกครั้ง โดยเป็นคำถามเดียวกันเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ ก็แล้วแต่ใครมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร ที่สำคัญไม่ได้ปิดหูสำหรับคนตอบคำถามต่อไป และที่มากไปกว่านั้น จะต้องมีการจับสลากเรียงลำดับก่อนหลังหนึ่งถึงห้า

คำถามสำหรับสาวสวยทั้งห้า ที่ต้องใช้ไหวพริบปฏิภาน มีว่า "ถ้าคุณมีโอกาสได้เป็นคุณครู สอนเด็กระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 คุณจะเลือกสอนวิชาอะไร เพราะเหตุผลใด" โดยผู้เข้าประกวดหมายเลข 2 อูลี่-อาทิติยา ฟอนซูร์มูห์เล็น ตอบว่า "สำหรับอูลี่จะเลือกวิชาพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพราะว่าปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกมีปัญหามาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภาวะเรือนกระจก เหตุการณ์เอลนินโญ-ลานินญ่า และเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ก็คือ แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้อูลี่คิดว่า วิชานี้เป็นวิชาที่สำคัญมาก แล้วที่โรงเรียนของอูลี่นั้น ก็เพิ่งได้มีการจัดการเรียนการสอนวิชานี้ ทำให้อูลี่ได้รู้ถึงว่า สิ่งแวดล้อมความสำคัญจริงๆเป็นอย่างไร วิชานี้จะทำให้เด็ก ได้รู้ถึงคุณค่าสิ่งแวดล้อม ทำให้เด็กไทยรู้จักโลกของเราค่ะ" ส่วนทางด้านหมายเลข 14 นฉัตร-วัลเณซ่า เมืองโครต ตอบว่า "ดิฉันจะสอนวิชาพระพุทธศาสนา เพราะตัวเองเป็นพุทธศาสนิกชน วิชาพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์ทุกคน แล้วควรปลูกฝังตั้งแต่อายุน้อย เพื่อให้เด็กซึมซับและสามารถพัฒนาตนเอง แล้วเป็นคนดีของสังคม ศีล 5 เป็นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ส่วนตัวดิฉันเองมีศีล 5 เป็นพื้นฐานค่ะ"

มาถึงหมายเลข 15 ป๊อปปี้-บุญยิสา จันทราราชัย ตอบว่า "ป๊อบปี้จะเลือกสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยค่ะ เพราะว่าป๊อบปี้อยากให้เด็กๆทุกๆคนที่เกิดรุ่นหลัง ได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของคนไทยเราว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง บรรพบุรุษเป็นอย่างไร กว่าจะมาถึง ณ จุดนี้ พวกเขาจะได้รู้ถึงคุณค่าของความเป็นไทย อย่างเช่นป๊อปปี้ค่ะ" ขณะที่หมายเลข 23 ริญ-จริญญา แบคแมน ตอบว่า "ริญอยากจะเลือกสอนวิชาดนตรีค่ะ เพราะเป็นวิชาที่ริญชอบ แล้วก็วิชาดนตรีจะทำให้คนมีความสุข ไม่เครียด ดังสุภาษิตที่ว่า อันชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกทั้งใครฟังดนตรีมิเห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ ค่ะในฐานะที่ริญเป็นคนไทยคนหนึ่ง ริญอยากจะให้เด็กๆหันมาให้ความสนใจกับดนตรี แล้วก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์นะค่ะ"

และหมายเลข 4 เกรซ-ชวัลลักษณ์ อังเกอร์โมกศิริ ตอบว่า "เกรซจะเลือกสอนวิชาพละค่ะ เพราะว่าการออกกำลังกาย ทำให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง ดังคำกล่าวภาษาอังกฤษว่า The Strong Body Starts To The Best Mind แปลว่า คนมีความคิดที่ดี ต้องมีร่างกายที่แข็งแรงก่อนค่ะ แล้วกีฬาสอนทั้งจริยธรรม สอนให้รู้แพ้รู้ชนะ สอนให้รู้รักสามัคคีกัน และเกรซคิดว่า ทุกคนควรให้ความสำคัญแก่วิชาพละ คนที่เรียนพละจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หรือหาเวลาว่างมาทำอะไร ที่ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม อย่างเช่น จะดูแลสิ่งแวดล้อมหรือเรียนพุทธศาสนาก็ได้ค่ะ หรือแค่ใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น ทุกคนจะได้ไม่ไปยุ่งกับยาเสพติด หรือสิ่งไม่ดีต่อสังคมค่ะ"

และในที่สุดก็มาถึงวินาทีที่สำคัญยิ่ง ที่เล่นเอาแขกผู้มีเกียรติตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว คือ การประกาศผลมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 ปรากฏว่า หมายเลข 14 นฉัตร-วัลเณซ่า เมืองโคตร ตอบคำถามชนะใจกรรมการทุกท่าน สามารถคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 พร้อมรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 6,150,000 บาท และเป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสเวิร์ด 2012 ที่อินเนอร์ มองโกเลีย ในเขตการปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะมีการจัดงานขึ้นในเดือนมิถุนายนศกนี้ โดยสาวงามลูกครึ่งไทย-เยอรมัน นฉัตร หรือ วัล-วัลเณซ่า เมืองโคตร อายุ 20 ปี สัดส่วน 32-24-36 กำลังศึกษาอยู่ปี 2 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สามารถพูดได้ถึง 3 ภาษาทั้งไทย-อังกฤษ-เยอรมัน

"หญิงไทย" ขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 พร้อมขอส่งกำลังแรงใจร่วมเชียร์ ในการไปประกวดมิสเวิลด์ 2012 ณ อินเนอร์ มองโกเลีย ด้วยนะคะ