ร่มรื่นใจในวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม

ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

หากเอ่ยถึงวัดที่เก่าแก่ สวยงามมีอายุนับพันปี ที่ตั้งของพระบรมธาตุดอนเต้า ซึ่งบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ตั้งแต่ พ.ศ.1979 เป็นเวลานานถึง 575 ปี หลายท่านคงนึกร้องอ๋อในใจและทายได้ทันทีว่าเป็น "วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม" พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง

เหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า นางสุชาดา ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (หมากเต้า) และนำมาถวาย พระเถระจึงจ้างช่างให้นำแก้วมรกตนั้นไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูป นาม "พระแก้วดอนเต้า" ต่อมาได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ส่วนสถานที่ตั้งบ้านของนางสุชาดา มีผู้มีจิตศรัทธาในคุณงามความดีของนาง บริจาคเงินสร้างวัดขึ้นชื่อวัดสุชาดาราม แต่มีบางตำนานสันนิษฐานว่า ย่านนี้เป็นสวนหมากเต้า และเป็นที่ดอน จึงตั้งชื่อว่าวัดพระธาตุดอนเต้า ตามชื่อพระบรมธาตุดอนเต้า ต่อมามีการประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า จึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระแก้วดอนเต้า

แต่เดิมวัดพระแก้วดอนเต้ากับวัดสุชาดารามเป็นคนละวัด แต่ตั้งอยู่ติดกันริมแม่น้ำวัง ต่อมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2527 กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศรวมวัดพระแก้วดอนเต้า และวัดสุชาดาราม เข้าเป็นวัดเดียวกัน มีการรื้อกำแพงกั้นเขตวัดออก ตั้งชื่อว่าวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม

วัดพระแก้วดอนเต้าฯ มีเนื้อที่ 51 ไร่ 2 งาน 61 ตารางวา ได้รับประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 มีมณฑปศิลปะพม่า ลักษณะงดงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ พอๆกับการสร้างวัดนี้ นอกจากนี้ยังมีวิหารหลวงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติล้านนา และวิหารพระเจ้าทองทิพย์

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวว่า วัดนี้เคยประดิษฐานพระแก้วมรกต เนื่องมาจากพระเจ้าสามฝั่งแกนเจ้าเมืองเชียงใหม่ ได้จัดขบวนช้างไปรับพระแก้วมรกตจากเชียงราย เพื่อจะอัญเชิญมาประดิษฐานยังนครเชียงใหม่ ครั้นถึงทางแยกเมืองนครลำปาง ช้างก็ตื่นวิ่งเข้าไปในนครลำปาง ในที่สุดพระเจ้าสามฝั่งแกนต้องยินยอมให้พระแก้วมรกต ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้วดอนเต้า เป็นเวลาถึง 32 ปี ต่อจากนั้นจึงอัญเชิญไปประดิษฐานยังเมืองเชียงใหม่ ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐา ซึ่งเคยมาครองเมืองเชียงใหม่ได้กลับไปครองเมืองหลวงพระบาง จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไป และได้นำไปประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ ต่อเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะเมื่อทรงเป็นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกทัพไปตีหัวเมืองลาวจนถึงเวียงจันทน์ จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตจากเวียงจันทน์ มาประดิษฐานที่กรุงธนบุรี ต่อมาเมื่อได้สถาปนากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนตราบเท่าทุกวันนี้

ลักษณะทั่วไปของวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม เป็นวัดขนาดใหญ่ มีผังวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม พระวิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก รูปทรงล้านนางดงาม มีลวดลายแกะสลักไม้ที่บานหน้าต่าง ข้างในมีจิตรกรรมฝาผนังที่มีคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ ด้านหลังวิหารมีพระเจดีย์องค์ใหญ่ ทรงลังกาสุโขทัยผสมล้านนา ฐานสูงต่อมุมลดชั้นสูงกว่าปกติ ต่อตัวบัวมาลัยปล้องไฉน บนยอดระฆังมีขนาดใหญ่ ทำให้สัดส่วนของเจดีย์มีลักษณะมั่นคงแข็งแรง องค์ระฆังและปล้องไฉนหุ้มแผ่นทองจังโก นอกจากนั้นยังมีมณฑปยอดปราสาทแบบพม่าที่ประณีตงดงาม ประดับลวดลายไม้ และแผ่นแกะสลักฝีมือละเอียดมาก ภายในมณฑปเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ประดับกระจกสีวิจิตรพิสดารมาก และพระอุโบสถทรงล้านนาขนาดกะทัดรัด สัดส่วนสวยงาม

ส่วนพื้นที่ที่เคยเป็นวัดสุชาดารามนั้น มีพระอุโบสถขนาดเล็กเป็นแบบปิดผนังล้อมรอบ ยกพื้นสูง มีโถงอยู่ส่วนหน้าของโบสถ์ ประดับภาพจิตรกรรมฝาผนังกล่าวถึงโทษที่ได้รับจากการทำบาปตามคติความเชื่อของชาวบ้าน

การเดินทางไปยังวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามนั้น ข้ามสะพานรัชฎาภิเษกแล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนพระแก้วประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบองค์พระธาตุตั้งอยู่บนเนินมองเห็นเด่นชัดค่ะ