เที่ยวเมืองสายน้ำสามเวลา เพลินตา "ส้มโอขาวใหญ่"

เพลินใจ "บ้านบางพลับ" จับตาวิถีไทยจับใจวิถีชุมชนฯ
ที่นี่ตะวันหรรษา

ปี 2558 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศให้เป็น "ปีท่องเที่ยววิถีไทย" หลายคนสอบถามเข้ามาว่า เที่ยวอย่างไรจึงจะสะท้อนวิถีไทย ได้สัมผัสประสบการณ์ในบรรยากาศวิถีชีวิตของคนไทยที่มีความสุข สบายๆ และเรียบง่าย แบบไทย สร้างความประทับใจที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนกับชนชาติใดในโลกใบนี้

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง.สมุทรสงคราม ชวนลงพื้นที่ไปร่วม งานแถลงข่าว "เทศกาลส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม ประจำปี 2558" และปั่นจักรยานสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวของ "โครงการบ้านบางพลับยินดีต้อนรับ" ชมฐานการเรียนรู้ในชุมชน แล้วปิดท้ายด้วยกิจกรรม "วันธรรมดาน่าเที่ยว" เมืองสามน้ำสามเวลา ซึ่งทั้งสามกิจกรรมล้วนมีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

สมุทรสงคราม ได้ชื่อว่าเป็น "เมืองสามน้ำ" เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านในตอนกลางมีน้ำกร่อยและมีน้ำเค็มในบริเวณปากอ่าว พื้นที่มีลักษณะเป็นที่ราบชายฝั่ง มีความลาดเอียงไปทางชายฝั่ง มีคลองธรรมชาติและคลองขุดเชื่อมต่อกันกว่า 300 สาย ทำหน้าที่ระบายน้ำระหว่างพื้นที่ส่วนบนและฝั่งทะเล ส่งผลให้ตะกอนดินถูกพัดพามาทับถมกัน เกิดชุดดินสมุทรสงคราม เป็นดินเหนียวตลอดหน้าตัดดิน

ดินชั้นบนมีลักษณะการทับถมเป็นชั้นของดินและอินทรีย์วัตถุ ดินชั้นล่างมีสีเทา บางแห่งพบเปลือกหอยปะปนอยู่ด้วย ลึกลงไปปฏิกิริยาของดินเป็นกรดอ่อนๆ ถึงกลาง และด่างอ่อนๆ มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง เนื่องจากมีธาตุอาหารฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบฝนเมืองร้อน จึงเหมาะแก่การปลูกส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม

9 โมงเช้าพร้อมกันที่หน้าอาคาร ททท.สำนักงานใหญ่ เดินทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม จุดหมายสวนส้มโอขาวใหญ่ของ คุณขวัญจิต พวงสวัสดิ์ หมู่ที่ 2 ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที สถานที่จัดงานแถลงข่าวฯ

ปัญญา งามเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ประธานงานแถลงข่าวฯ กล่าวว่าการจัดงานส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม เป็นประจำทุกปี เพื่อให้เกษตรกรได้จำหน่ายผลผลิตให้กับผู้บริโภคโดยตรงในราคาที่เป็นธรรม และเป็นการประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงของส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เป็นที่พึงพอใจของเกษตรกร และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ส่งผลให้มีการจัดงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2528 ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมซื้อส้มโอไปไหว้บรรพบุรุษ เชื่อว่าเป็นสิริมงคลและจะทำให้ได้ลาภก้อนใหญ่

"ส้มโอ" เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากกว่าปีละ 500 ล้านบาท มีผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดปี เดือนเมษายน ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงครามจะมีรสชาติหวานและอร่อยเป็นพิเศษ แต่จะออกสู่ตลาดมาก 2 ช่วงใหญ่คือ ช่วงเดือนเมษายนและเดือนสิงหาคม

เจน รัตนพิเชฎฐชัย รองผู้ว่าราชการฯ กล่าวว่า ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม มีคุณลักษณะโดดเด่นทั้งรูปร่างและรสชาติ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) จากความเฉพาะเจาะจงของพื้นที่ปลูก ขนาดผลใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลา 15-18 เซนติเมตร สูงประมาณ 18-20 เซนติเมตร น้ำหนัก 1.2 ถึง 2.5 กิโลกรัม ทรงผลกลมสูง ไม่มีจุกเด่นชัด ท้ายเรียบ ผิวเรียบ ผิวสีเขียวอมเหลือง ต่อมน้ำมันค่อนข้างใหญ่ เปลือกหนาปานกลาง หนึ่งผลมี 12-14 กลีบ แยกออกจากกันได้ง่าย กุ้งใหญ่ เบียดกันแน่น สีขาวอมเหลือง รสหวานถึงอมเปรี้ยวเล็กน้อย มีน้ำมากแต่ไม่แฉะส่วนใหญ่เม็ดลีบ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เก็บได้นานนับเดือนหลักจากเก็บ จึงเป็นที่ต้องการของตลาดมาก

ส้มโอยังมีมีสรรพคุณทางยา เนื้อผลช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร เจริญอาหาร แก้เมาสุรา เปลือกผลใช้ขับเสมหะ เปลือกต้มน้ำอาบบรรเทาอาการคัน นำมาตำพอกฝี ใบแก้ปวดข้อ รากแก้ไข้หวัดแก้ไอปวดท้อง

ดร.รุจีพัชร บุญจริง เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่ามีการปลูกส้มโอตั้งแต่ พ.ศ.2475 ปลูกครั้งแรกในพื้นที่ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที โดยการนำผลส้มโอจากบางกอกน้อยฝั่งธนบุรีมาบริโภคและนำเม็ดมาทำการเพาะปลูกแบบสวนหลังบ้าน หลังเตาตาล ปรากฏว่าผลผลิตมีคุณภาพดี จึงขยายพื้นที่ปลูกสู่ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที ตำบลบางขันแตก อำเภอเมืองฯ และตำบลอื่นๆของจังหวัด ปัจจุบันมีพื้นที่มาถึง 12,319 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอจำนวน 3,242 ราย

ส้มโอที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม รสชาติมีความเป็นอัตลักษณ์ เนื่องจากพื้นที่เป็นดินดอนปากแม่น้ำ ซึ่งมีแร่ธาตุต่างๆ มาตกตะกอนทับถมกัน ประกอบกับมีดินในลักษณะค่อนข้างเหนียว หน้าดินลึก อุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรีย์วัตถุ และมีลักษณะ พื้นที่สามน้ำ คือได้รับอิทธิพล น้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด

คุณสมบัติของดินในพื้นที่จะมี ธาตุอาหารโพแทสเซียม (K) สูง ทำให้ส้มโอมีรสหวานตามธรรมชาติ ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริ๊ก จึงถือได้ว่าเป็นปัจจัยเฉพาะที่มีอยู่ในเขตทั้งสามอำเภอ ทำให้ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงครามแตกต่างจากพื้นที่อื่น และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันเกษตรกรได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI มีจำนวน 28 ราย และอยู่ระหว่างการขออนุญาตอีก 120 ราย

พิสิฐ เสือสมิง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่าปีนี้การจัดงานขึ้นที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม วันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ ช่วงก่อนตรุษจีน (19 กุมภาพันธ์ 2558) เพื่อให้ชาวไทยเชื้อสายจีนได้ซื้อส้มโอไปไหว้บรรพบุรุษ มีร้านค้าส้มโอกว่า 100 ร้าน และคาดว่าจะจำหน่ายได้มากกว่า 60 ตัน ภายในงานมีสินค้าวิสาหกิจชุมชน สินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ สินค้าธงฟ้า ประกวดสุดยอดส้มโอขาวใหญ่ ประกวดและสาธิตการแปรรูปส้มโอเปลือกส้มโอเป็นอาหารของว่างและขนมในรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับส้มโอและเปลือกส้มโอ

หลังพิธีเปิดงานฯ (12 กุมภาพันธ์) จะมีประกวดสุดยอดส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องเกษตรกรเป็นประจำทุกปี จำนวน 4 ประเภท ส้มโอขาวใหญ่ขนาดน้ำหนัก 1.4-1.6 กิโลกรัม ขนาดน้ำหนักมากกว่า 1.6-1.8 กิโลกรัม ขนาดน้ำหนักมากกว่า 1.8-2.0 กิโลกรัม และการประกวดส้มโอผลยักษ์ มีน้ำหนักมากกว่า 2 กิโลกรัมขึ้นไป ในปี 2557 มีเกษตรกรส่งผลผลิตส้มโอเข้าประกวดมากกว่า 100 ราย

เดินทางไปชุมชนบ้านบางพลับ อิ่มอร่อยมื้อกลางวันกับเมนูพื้นถิ่นชุมชนติดใจกันทุกคน จากนั้นเป็นการร่วมกิจกรรมโครงการ "บ้านบางพลับ ยินดีต้อนรับ" โดย อินทิรา วุฒิสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม และ อัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ผลิตภัณฑ์บัตรและค่าธรรมเนียม ธนาคารซีไอเอ็มบี จำกัด (มหาชน) ร่วมกันมอบจักรยาน จำนวน 27 คัน ให้ชุมชนบ้านบางพลับ ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที โดยมีอาจารย์สมทรง แสงตะวัน ประธานชุมชนบ้านบางพลับ เป็นผู้รับมอบสำหรับบริการฟรีแก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมและศึกษาดูงานในชุมชนแห่งนี้

อินทิรา วุฒิสมบูรณ์ ผอ.ททท.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่าชุมชนบ้านบางพลับได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสามชุมชนท่องเที่ยวของประเทศในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนต้นแบบ ตามนโยบายของผู้ว่าการ ททท. เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชนบ้านบางพลับเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่สำคัญคือ ทำให้ชาวชุมชนมีส่วนรวมในกิจกรรมท่องเที่ยว และเกิดความภาคภูมิใจในชุมชนของตนเอง

ชุมชนท่องเที่ยวฯ ประกอบด้วย 1. ชุมชนบ้านเกาะกลาง จังหวัดกระบี่ 2. ชุมชนบ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย และ 3. ชุมชนบ้านบางพลับ จังหวัดสมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวขอรับเอกสาร เส้นทางปั่นจักรยานโครงการบ้านบางพลับ ยินดีต้อนรับได้ที่ ททท.สมุทรสงคราม โทร.0-3475-2847-8 ชุมชนบ้านบางพลับ โทร. 0-3476-1985

สื่อมวลชนทำกิจกรรมบ้านบางพลับยินดีต้อนรับ เริ่มที่ฐานการเรียนรู้ทำน้ำตาลมะพร้าว ภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า นำน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวในกระทะใบใหญ่บนเตาไฟ แล้วนำไปหยอด ลงบนผ้าขาวบางที่มีถ้วยรองรับจะได้น้ำตาลเป็นก้อน นอกจากความเพลิดเพลินแล้วยังได้ฝีกสมาธิและภาคภูมิใจด้วยค่ะ

ปั่นจักรยานสำรวจเส้นทาง ไปชมฐานการเรียนรู้คนเอาถ่าน (การเผาถ่านผลไม้) สถาพร ตะวันขึ้น ลองผิดลองถูกจนค้นพบการนำผลไม้ที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นดิน นำมาเผาให้เป็นถ่าน เพื่อใช้ประโยชน์ในการดับกลิ่น แบ่งปันเพื่อนบ้านและจำหน่ายเป็นรายได้ของครอบครัว ชมการเพาะเห็ดในโอ่ง การปลูกถั่วงอกปลอดสารพิษไว้รับประทาน

ฐานเรียนรู้การทำผลไม้กลับชาติ (ผลไม้แช่อิ่ม) ฉวีวรรณ หัตถกรรม บอกว่าเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณจะที่ถนอมอาหารเก็บไว้รับประทาน จึงนำผักผลไม้ที่มีอยู่ภายในรั้วบ้าน อาทิ มะระ ตำลึง มะละกอ บอระเพ็ด ซึ่งมีรสขมมาผ่านขั้นตอนทำให้มีรสหวานรับประทานง่าย และเป็นที่มาของคำว่า "กลับชาติ"

"บ้านบางพลับ" ตั้งอยู่ในอำเภอบางคนที ด้วยวิถีของชุมชนที่มีชีวิตอยู่กับสายน้ำ ลำคลองต่างๆ รายล้อมและมีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่าน ร่องสวนผลไม้เต็มไปด้วยมะพร้าว ส้มโอ ลิ้นจี่ มะละกอ และผลไม้อื่นๆ หมุนเวียนออกดอกออกผลตลอดปี จึงทำให้ชาวบ้านบางพลับมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่อุดมสมบูรณ์

ครูสมทรง แสงตะวัน ปราชญ์ชาวบ้านได้เล็งเห็นถึงคุณค่าของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวิถีการเกษตรพื้นบ้าน ใครมีความชำนาญเฉพาด้านให้มาแบ่งปันความรู้กับเพื่อนไว้ เช่น การทำปุ๋ยชีวภาพ การแปรรูปผลไม้ เพาะถั่วงอกปลอดสารพิษ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่นสมุทรสงคราม ทำให้ชุมชนมีความรู้และเข้มแข็ง ผลผลิตการเกษตรมีคุณภาพสูง เป็นชุมชนต้นแบบที่มีเกษตรกรต่างถิ่นสนใจเข้ามาศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้รับการยกย่องให้เป็นชุมชนสีเชียว และได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จาก ททท. มาแล้วถึง 4 รางวัล

จากนั้นไปร่วมกิจกรรม "วันธรรมดาน่าเที่ยว" เมืองสายน้ำสามเวลา ที่กนกรัตน์รีสอร์ท เป็นงานเลี้ยงต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการจากสามจังหวัด คือ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสมุทรปราการ

สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีฯ และกล่าวว่า สมุทรสงคราม เมืองสายน้ำสามเวลา และเป็น หนึ่งในสิบเมืองต้องห้าม...พลาด ที่นี่ผู้คนยังคงดำเนินชีวิตอยู่ในแบบวิถีไทย เรียบง่าย สัมมาอาชีพยังผูกพันกับการเกษตร การทำสวนผลไม้ สายน้ำและลำคลอง คนกับธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข แล้วยังเติมเต็มชีวิตให้งดงามด้วยศิลปวัฒนธรรม

"วิถีชีวิตคนไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ที่ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์ และความงดงามของสังคมไทยไว้ได้ดังเดิม สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน บรรยากาศโดยทั่วไปยังคง วิถีความเป็นคนไทยในอดีต โดยเฉพาะวิถีชีวิตทางน้ำที่ยากจะหาชมหรือสัมผัสได้ในปัจจุบัน จนต้องบอกต่อกันว่า ท่องเที่ยววิถีไทยต้องมาสมุทรสงคราม"

นอกจากนี้ ททท.สมุทรสงคราม ร่วมกับมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ (มูลนิธิ ร.2) จังหวัดสมุทรสงคราม กรมศิลปากร บมจ. อ.ส.ม.ท. จำกัด ฯลฯ จัดงาน "เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย" ณ อุทยาน ร.2 เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ และสนองในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงพระราชทานศิลปวัฒนธรรมไว้เป็นมรดกแก่ชาติ เป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)

ชมการแสดงนาฏศิลป์ตามบทพระราชนิพนธ์ ละครในเรื่องอิเหนา ตอนอิเหนาหลงจินตะหรา การแสดงโขนกลางแจ้ง จากกรมศิลปากรและสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เรื่องรามเกียรติ์ ตอนท้าวมาลีวราชว่าความ

ภายในจะได้ชมพิพิธภัณฑ์พระราชประวัติ ร.2 พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตไทยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชาวอัมพวา พันธุ์ไม้ในวรรณคดีและการจัดสวนที่สวยงาม การจัดนิทรรศการ การแสดงศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวสมุทรสงคราม นิทรรศการพระราชประวัติ ประกวดวาดภาพ ดอกไม้งามในอุทยานฯ

นิทรรศการ จิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทย หัตถศิลป์ เครื่องโลหะ ทองรูปพรรณ อัญมณี โครงการรักการอ่าน อุทยานไม้มงคล (ต้นไม้ตามพระนามสมเด็จพระเทพฯ) อาทิ ม่วงเทพรัตน์ จำปีสิรินธร เป็นต้น เรื่องของขนม สาธิตการทำขนมไทย ทองพลุ ม้าฮ่อ มะปรางริ้ว การออกร้านผลิตภัณฑ์โอท็อป ตลาดน้ำอุทยาน การแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้านจากกลุ่มศิลปินแห่งชาติ ได้แก่ ละครชาตรี จากคณะครูทองใบ เรืองนนท์ การแสดงหุ่นกระบอกจากคณะชูเชิดชำนาญศิลป์ สมุทรสงคราม

"วิถีไทย" เป็นมรดกล้ำค่าของคนไทยทุกคน ธรรมชาติและสายน้ำผูกพันมั่นคงอยู่กับการดำรงชีวิตในแบบพึ่งพาตนเองได้ด้วยภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ส่งต่อมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ความสุขที่รู้จักและเข้าใจตัวตน ซึ่งต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ บางครั้งต้องลองผิดลองถูก แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งเหล่านั้นคือประสบการณ์ที่ดี