สมเด็จที่บน

ศรีพัชรินทรานุสรณ์

เป็นที่ทราบกันดีว่าบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ พระมเหสี เทวี และพระสนมนั้นล้วนมีพระอิสริยยศตำแหน่งและพระนามยาวเพื่อเป็นการประดับพระเกียรติตามขัตติยราชประเพณีนิยมมาช้านาน ซึ่งยากแก่การจดจำและเรียกขาน ชาววังจึงมีประเพณีถวายพระนามเสียใหม่ให้สั้นกะทัดรัด อาทิ สมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูร ได้รับการถวายพระนามใหม่ว่า ทูลหม่อมแก้ว สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี มีที่ประทับเป็นพระตำหนักแพริมน้ำ ตำบลสวนอนันต์ ทางฝั่งธนบุรีได้รับการถวายพระนามว่า คุณจอมแพ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ประทับที่พระที่นั่งสุทธาศรีอภิรมย์ ได้รับการถวายพระสมัญญาว่า เสด็จที่บน แม้ต่อมาภายหลังจะได้รับพระราชทานสถาปนาพระอิสริยศเพิ่มขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้า พระอัครราชเทวี และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตามลำดับ ข้าราชบริพารก็ยังคงขนานพระนาม สมเด็จที่บน จนสิ้นรัชกาลที่ 5

คำว่า "ที่บน" หมายถึง พระที่นั่งสุทธาศรีอภิรมย์ เป็นหนึ่งในสิบสองห้อง ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นใหม่ แล้วพระราชทานชื่ออย่างไพเราะ อยู่ในกลุ่มพระที่นั่งจักรีองค์นอก เชื่อมต่อกันด้วยมุขกระสัน อยู่ทางด้านตะวันออกของพระที่นั่งอมรพิมานมณี ซึ่งเป็นพระวิมานสำหรับเข้าที่พระบรรทมของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระที่นั่งแห่งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ได้ใช้เป็นห้องที่บรรทม โดยทรงใช้ห้องน้ำเงินเป็นห้องทรงพระสำราญในระหว่างพระราชโอรส พระราชธิดา และเจ้านายพระบรมวงศ์ฝ่ายในที่ใกล้ชิด และบางโอกาสก็โปรดเกล้าฯให้ผู้มีเกียรติเข้าเฝ้าฯเป็นการส่วนพระองค์

ตัวพระที่นั่งสร้างเป็นตึกก่ออิฐสองชั้น เช่นเดียวกับกลุ่มพระที่นั่งจักรีทั้งองค์นอกองค์ใน มีซุ้มทวารและพระบัญชรสูงใหญ่พิเศษ มีกรอบกระจังปูนปั้นอย่างสวยงามวิจิตร ช่องพระบัญชากว้างแลหนาขอบสลักลวดลายตามสมัยนิยมในยุคนั้น พระเฉลียงยาวเชื่อมต่อกับพระที่นั่งอื่นๆได้ ตลอดทางขึ้นสู่พระที่นั่งเป็นอัฒจันทร์หินอ่อนกว้างประมาณสามเมตร อัฒจันทร์นี้โดยมากเจ้านายพระบรมวงศ์ตลอดจนเจ้าจอมและคุณข้าหลวงที่จะเข้าเฝ้าฯ หรือผู้มีหน้าที่ราชการในพระองค์จะต้องขึ้นรับเวรถวายอยู่งานประจำสนองพระยุคลบาทจะต้องผ่านทางนี้เป็นส่วนมาก พระตำหนักที่บนนี้ ไม่ว่าจะมีงานพระราชพิธีหลวงอะไร หรืองานที่เกี่ยวกับมีผู้ขอพระราชทานช่วยต่างๆด้านการฝีมือ ก็มักจะเป็นที่ชุมนุมของบุคคลหลายชั้น หลายประเภทและหลายวัย ส่วนมากเป็นข้าหลวงในอุปการะหรือเจ้านายเชื้อพระวงศ์ที่เข้ามาปฏิบัติงานถวายชั่วคราว คราวใดมีงานประดังกันมากจนแน่นขนัดอัดแอ จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขยับขยายขึ้นนั่งทำงานฝีมือ อาทิ ปักสะดึงหรือร้อยดอกไม้กันบนชั้นห้องชั้นบนพระที่นั่ง จึงกล่าวกันว่าไม่มีพระตำหนักหรือสถานที่ใดจะมีความสำคัญครึกครื้นและคับคั่งที่สุดในวังหลวงเทียบเท่า ที่บนแห่งนี้

สมัยโบราณพระตำหนักสมเด็จพระอัครมเหสี พระอรรคชายา พระราชชายา ท่านเจ้าจอม และพระสนมเอกถือเป็นโรงเรียนที่จะมีผู้มาฝากตัวส่งลูกหลานเข้าไปเป็นข้ารับใช้ติดหน้าตามหลัง และอุปการะเลี้ยงดูเด็กสาวเป็นจำนวนมากจนแทบจะกลายเป็นประเพณีตามปกติ และหากบังเอิญลูกหลานหรือบริวารที่ได้รับการชุบเลี้ยงอบรมเป็นดรุณีรูปงามที่มีโอกาสติดหน้าตามหลัง บังเอิญมีโชควาสนาเป็นที่ต้องพระราชหฤทัยเข้าจนถึงได้ถวายตัวเข้ารับราชการเป็นเจ้าจอมแล้ว จะได้รับเกียรติยศทรัพย์สินตามมาเป็นอันมาก ส่งผลพลอยได้กับญาติพี่น้องให้ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามสมควร ช่วยเสริมสร้างฐานะบารมีให้แก่วงศ์ตระกูลใหญ่โตขึ้นได้ ปรากฏว่าในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีผู้นิยมวิ่งเต้นถวายบุตรธิดาและหลานเข้าไปในวังกันมากเป็นประวัติการณ์ สุดแต่ใครจะมีช่องทางคุ้นเคยรักใคร่กับใคร จนกล่าวกันว่าแต่ละตำหนักต่างก็มีเจ้าจอมและข้าหลวงในสังกัดแบ่งกันเป็นคณะหลายก๊กหลายรุ่น

ในส่วนของสำนักสมเด็จที่บนนั้นนับได้ว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษอยู่มาก เนื่องจากเมื่อทรงเป็นพระราชธิดารุ่นเล็กของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็มีพระเจ้าลูกเธอลูกพี่ลูกน้องรุ่นเดียวกันเป็นที่สนิทชิดชอบและเจริญพระชันษามาด้วยกันหลายพระองค์ ครั้นเจริญวัยต่างก็ถวายตัวเข้ารับราชการเป็นบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมัยเดียวกันอีก ครั้น สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ทรงได้รับสถาปนาพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระอัครมเหสี เพราะทรงมีพระราชโอรส พระราชธิดาเป็นหลักสืบสันตติวงศ์

ทำให้บรรดาเข้านายที่ทรงรักใคร่ต้องพระอัธยาศัยกันมาย่อมเข้ามาถวายความภักดีร่วมอยู่ในพระบารมีหลายพระองค์ อาทิ พระองค์เจ้าศรีนาคสวัสดิ์ พระองค์เจ้าแขไขดวง พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ และ พระองค์เจ้านารีรัตนา นอกจากนี้ยังมีพระสนมที่เป็นผู้อยู่ในราชตระกูลอันเป็นเชื้อพระวงศ์ ได้แก่ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์แป้น มาลากุล เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์ปั้ม มาลากุล เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์แป้ม มาลากุล และ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์แป้ว มาลากุล พระธิดาในกรมหมื่นปราบปรปักษ์ ทั้ง 4 ท่านนี้เป็นข้าหลวงคนสนิทที่ทรงโปรดปรานไว้วางพระราชหฤทัยมอบให้เป็นนางสนองพระโอษฐ์ มีอำนาจว่ากล่าวดูแลข้าคนทั้งปวงโดยสิทธิ์ขาด และเมื่อเปรียบเทียบกันในบรรดาเจ้านายชั้นสมเด็จพระอัครมเหสี และพระสนมเอกชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมดแล้ว นับได้ว่าพระสนมคณะสมเด็จที่บนค่อนข้างจะเป็นคณะใหญ่กว่าคณะอื่น คือนอกจากจะมีฐานันดรศักดิ์หลายชั้นแล้ว ยังมีหลายรุ่นหลายวัยและมีจำนวนมากอีกด้วย

สมเด็จที่บนทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อผู้เข้ามาอยู่ใต้พระบารมีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อทรงมีพระเจ้าลูกเธอ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้เป็น สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ก็ยิ่งทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโดยจะทรงเอาพระทัยใส่ และรับพระเจ้าลูกเธอนั้นๆไม่ว่าจะเป็นพระโอรสหรือพระธิดาไว้เป็นพระราชบุตรหรือพระราชธิดาบุญธรรม พระราชทานความอุปการะด้วยประการต่างๆโดยเสมอหน้า และโปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้าฯแหนโดยใกล้ชิด เพราะพระราชทานโอกาส ทรงอบรมเหมือนเป็นพระราชบุพการิณีโดยตรง มีน้ำพระทัยกว้างใหญ่ไพศาล มิได้ทรงกีดกันหรือทรงใช้พระราชอำนาจแห่งความเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถผู้ยิ่งใหญ่กับข้าราชบริจาริกาอื่นๆ มีแต่จะทรงสนับสนุนส่งเสริมเพื่อให้เป็นที่สำราญพระราชหฤทัยแก่พระบรมราชสวามีให้มากที่สุดที่จะทรงกระทำได้ มักจะทรงพระราชทานเครื่องนุ่งห่มอันงดงามหรือเครื่องประดับเพชรพลอยอันมีค่าใช้สำหรับประดับกาย ด้วยทรงมีความจงรักภักดีต่อพระบรมราชสวามีเป็นล้นพ้น จนเป็นที่กล่าวขวัญถึงในพระเมตตาอันไม่มีที่เปรียบได้ ผู้คนจึงปรารถนาจะได้เข้ามาถวายตัวอยู่ในพระราชสำนัก สมเด็จที่บน เพราะทุกคนจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างดี

แม้จะมีผู้เข้ามาถวายตัวเป็นข้าหลวงในราชสำนักสมเด็จที่บนเป็นจำนวนมากหลายรุ่นหลายชนชั้น ทั้งที่เป็นหม่อมเจ้าเชื้อพระวงศ์ บุตรธิดาข้าราชบริพาร พ่อค้าคหบดี คนสามัญ อายุน้อยสุด 2-3 ขวบก็มี โปรดฯพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค ให้มีที่อยู่ดีกินดีอย่างผาสุกสมบูรณ์ตามควรแก่ฐานะ มีพระราชดำริให้มีผู้ใหญ่ในพระราชสำนักดูแลปกครองโดยเฉพาะเพื่ออบรมฝึกสอน ถ้ายังเด็กนักก็จะพระราชทานให้มีพี่เลี่ยงคอยกำกับควบคุมดูแล ที่โตจะเข้าเรียนก็ทรงจัดให้ได้รับการศึกษา ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักเรียนราชินีในพระบรมราชูปถัมภ์ซึ่งจะพระราชทานเงินค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร และอื่นๆเป็นรายตัว มีรถยนต์หลวงคอยรับส่งทุกเช้าเย็นโดยมิได้ทรงเลือกที่รักมักที่ชัง หรือให้มีการแบ่งชั้นวรรณะจนเกินไป

ครั้นถึงอายุ 11 ขวบจะพระราชทานให้ดรุณีเข้าสู่พิธีเกศากันต์อันเป็นประเพณีของชาวไทยแต่โบราณที่ถือเป็นสิริมงคลในการเปลี่ยนชีวิตจากวัยเด็กเข้าสู่วัยสาว ข้าหลวงคนใดที่เป็นสาวมีอายุเกินกว่าที่จะเล่าเรียนหรือเล่าเรียนจบแล้วก็จะต่างมีงานอันเป็นหน้าที่แบ่งแยกกันไปตามแต่จะทรงกำหนด อาทิ พนักงานพระภูษา ฝึกฝนไปทางพับ จีบ อบร่ำ ผู้ถนัดทางเย็บปักถักร้อยและงานประณีตศิลปะต่างๆก็จะมีโอกาสฝึกความรู้กับผู้ชำนาญ ผู้มีความชอบในงานร้อยกรองจัดแต่งดอกไม้สดก็มีให้ศึกษาประลองฝีมือ ทั้งนี้จะเป็นไปตามพระราชวินิจฉัยจากนิสัยความสนใจของแต่ละบุคคลที่ทรงเห็นว่าจะมีผลดีทั้งแก่ตัวผู้นั้นและประโยชน์แก่ส่วนรวมต่อไป พระราชทานอาหาร 3 เวลา มีห้องพักส่วนตัวอยู่รวมกันห้องละ 2 คนบ้าง 3 คนบ้าง หรือถ้าเป็นผู้ใหญ่หน่อยจะอยู่แต่ลำพังคนเดียว

สำหรับผู้เป็นเชื้อพระวงศ์ระดับหม่อมเจ้าหญิงรุ่นเล็กก็มีอยู่หลายองค์ทรงรับมาไว้ในพระอุปการะโดยพระราชทานให้มีความเป็นอยู่และการศึกษาโดยควรแก่ศักดิ์ศรี บางองค์เมื่อถึงโอกาสอันเหมาะสม ก็ปรากฏว่าได้ทรงอนุเคราะห์ให้ได้ทรงเสกสมรสไปกับเจ้าชายที่มีฐานันดรศักดิ์และวัยวุฒิอันคู่ควรกัน

ในจำนวนข้าในพระองค์ที่เข้ามาอยู่ใต้พระบารมีสมเด็จที่บนนี้ มีไม่น้อยที่รับราชการมาตั้งแต่ยังสาวจนกระทั่งวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพของสมเด็จฯ อาทิ นาค แดง และหุ่น ทั้งหมดเป็นห้องเครื่องเฉพาะของราชสำนักสมเด็จที่บนทำหน้าที่ประกอบอาหารเครื่องเสวยมานานจนชำนิชำนาญล่วงรู้แม้กระทั่งรสชาติที่โปรดปราน