คลายร้อนด้วย สละลอยแก้ว

"สวนสมโภชน์"
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ร้อนๆๆ...บ่นพึมพำกับตัวเอง แม้กำลังนั่งอยู่ภายในรถตู้ ที่เปิดแอร์อย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังเอากระดาษมาพัดวี อีกมือก็ดึงคอเสื้อให้กระพือตาม

เพชร-สนิท บุตรจินดา จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด อาสาพาคนขี้ร้อนอย่างผม มุ่งหน้าไปแถวบ้านท้ายวัง เพื่อจะให้คลายร้อนได้บ้าง ซึ่งก็เดาไม่ออกว่า หนุ่มเพชร...จะพาลัดเลาะไปแห่งใด และได้คลายร้อนด้วยวิธีใด

สังเกตว่า...พามาเริ่มต้นที่ตัวเมืองตราด บริเวณสามแยกอำเภอคลองใหญ่ แล้วก็ขับรถไปตามเส้นทางสายสุขุมวิท (3) ที่มุ่งหน้าไปจังหวัดจันทบุรี ออกจากตัวเมืองไปประมาณ 5 กิโลเมตร ก็ได้สังเกตทางด้านซ้ายมือ จะพบกับประตูทางเข้าวัดวังกระแจะ แล้วยังเลี้ยวซ้ายเข้าไปทางประตูวัด จากนั้นขับรถตรงไปตามทางหลักอีกประมาณ 2 กิโลเมตร (ผ่านวัดวังกระแจะ) ก็พบกับทางเข้าของสวนสละ ที่อยู่ทางฝั่งขวามือของพวกเรานั่นเอง

เมื่อประตูรถถูกเปิดออก แล้วผมก็ก้าวเท้าลงมา เอ๊ะ!!!อากาศกลับไม่ค่อยร้อน อย่างที่ได้ครุ่นคิดก่อนหน้านี้ พอมองตรงไปที่ป้ายขนาดย่อม ปักบริเวณหน้าสวนสละเขียนว่า สวนสมโภชน์ แล้วที่อยู่เหนือขึ้นไปเขียนว่า อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ก็เป็นโครงการเที่ยวกินของ ททท. เค้าละ ที่กระตุ้นผู้คนมากิน-เที่ยว ในสวนผลไม้ช่วงหน้าร้อน

ส่วนในความรู้สึกของผม ที่ร้อนลงไปได้บ้างแล้ว ก็อาจจะมาจากเหตุที่ว่า ตามเรือกสวนมีความร่มรื่นชุ่มชื้น จึงเหมาะมาเดินเที่ยวหลบร้อน

มาเหลือบแลเห็นลุงวัย 70 กว่า เดินยิ้มตาหยีมาต้อนรับพวกเรา ก็เกือบไปทักทายตามชื่อของสวนเข้า ดีนะ!!!นายเพชรแนะนำตัดหน้าไว้ก่อนว่า ลุงเจ้าของสวนสละนั้นชื่อ กระจ่าง ตรีวงศ์ ส่วนคุณป้าที่เป็นศรีภรรยาชื่อว่า สมโภชน์ ตรีวงศ์

รู้เลย!!!ใครใหญ่ในสวน ระหว่าง ลุง กะ ป้า

ความเป็นกันเองของลุง ที่เห็นเราเสมือนเป็นลูกเป็นหลาน เราเองก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน ที่เห็นลุงกับป้าเสมือนญาติผู้ใหญ่ เสียดายนะ!!!ไม่ได้ติดน้ำอบน้ำปรุงมาด้วย จะได้ถือเป็นการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ เฉลิมฉลองในวันสงกรานต์เสียเลย

ขณะที่กำลังยกมือไหว้ค้างอยู่นั้น ลุงกระจ่างก็เข้ามาจับมือจูงแขนพวกเรา แล้วนำพาเข้าไปชมสวนสละซะงั้น ซึ่งลุงคงภาคภูมิในความสำเร็จ ที่สละในสวนสมโภชน์ของลุง กลายเป็นของฝากประจำเมืองตราด ที่มีรสชาติเอร็ดอร่อยสุดยอด

ก็เพราะความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน จากประสบการณ์ปลูกสละ มาตั้งหลายสิบปีของสวนสมโภชน์ โดยได้เริ่มปลูกสละพันธุ์ต่างๆ อาทิ เนินวงศ์ จันทบุรี สละหม้อ กำนันจุล เมืองเพชรบูรณ์ แต่ในขณะนี้ได้ลงปลูกสละสายพันธุ์สุมาลีเต็มพื้นที่

"ลุงปลูกสละมาเกือบ 20 ปีแล้วละ เริ่มตั้งแต่ปลูกพันธุ์เนินวงศ์ แล้วก็หันกลับมาปลูกพันธุ์สุมาลี ด้วยผลตอบแทนมันต่างกันมาก ต้นพันธุ์มันแพงประมาณเจ็ดพัน ตอนลงทุนไปทีแรกก็ราวสองล้านกว่า" ลุงกระจ่างเริ่มเล่าที่มาที่ไปให้ฟังก่อน

"แล้วทำไง ถึงประสบความสำเร็จ" ผมถาม

ซึ่งเข้าทางลุงกระจ่างเค้าละ ที่อยากให้ความรู้กับพวกเรา จึงเริ่มต้นการอธิบายให้ฟังกันว่า "ก่อนจะพูดถึงความสำเร็จ มาฟังเรื่องนี้กันก่อน ต้นสละ...ที่เห็นมีก้านแยกซ้ายแยกขวาออกมา คือ ส่วนดอกของเค้าละ ที่นี่เราเรียกว่า 'คาน' น่ะ แต่ละคานมี 10 กว่าดอก ช่อแดงๆนั่นละ จะเรียกว่าดอก ที่พ่อหนุ่มคนนั้น กำลังถ่ายภาพอยู่ อ่ะ!!!ใช่...ดอก แล้วพอได้เวลาดอกบาน ลุงก็จะเอาเกสรตัวผู้เข้าไปผสม ประเดี๋ยวเดินไปดูตรงโน้นกันดีกว่า

...นี่ไงต้นสละที่มีดอกตัวเมีย ก็จะเอาเกสรตัวผู้เข้าไปผสม แล้วถามว่าลุงเอาเกสรตัวผู้มาจากไหน ลุงก็จะทำการปลูกแยกไว้ต่างหากล่ะซิ ซึ่งเกสรตัวผู้จะมีสปอร์ ในยามที่เราเอามือไปถูๆ จะมีผงฟุ้งๆออกมา แล้วก็ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วย"

ผมซัก "แล้วไม่ปลูกตัวผู้-ตัวเมียรวมกันละ"

ลุงหันหน้ามาที่ผมแล้ว "อ้า!!!เป็นคำถามที่ดีมากๆเลย แล้วชาวสวนเคยปฏิบัติกันมาแล้ว คือ สมมุติเราปลูกตัวเมียไว้ต้นหนึ่ง ราวๆเจ็ดพันบาท ต่อมาจะทำการแยกแขนง เราจะเอาไว้เพียง 3-4 แขนง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเราด้วย หากมีต้นตัวผู้อยู่ใกล้ๆ มันก็จะแย้งอาหารกัน จากที่เราจะไว้ได้สัก 3-4 แขนง...ก็จะไม่ได้แล้ว สู้เราปลูกไว้ต่างหากจะดีกว่า หรือจะปลูกไว้ตามริมสวน ซึ่งสละตัวผู้ก็ไม่ได้ให้ประโยชน์ แต่กลับช่วยกันคนมาเข้าสวนได้"

จากนั้นลุงกระจ่างก็ควักเกสรตัวผู้ออกมา "ม่ะ!!!ลุงจะผสมให้ดูแล้วกัน แต่ก็ขออธิบายไว้ก่อนว่า เมื่อผสมเกสรเสร็จแล้ว จะต้องติดริบบิ้น เอาไว้ดูเดือนละสีเลย นี่ตรงนี้...เดือนแปด นั้นก็เดือนเก้า สิบ สิบเอ็ด สิบสอง หนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วพอถึงเดือนสี่...เก็บได้เลย คือ มันต้องครบ 8 เดือน แต่ก็อาจจะมีคาดเคลื่อนไปได้บ้าง เพราะขึ้นอยู่กับภูมิอากาศ ลุงเลยใช้วิธีการลองชิมดูก่อน เนียะ!!!แค่เจ็ดเดือนกว่าๆเอง มีโอกาสรสออกเปรี้ยวถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องแกะเอามาลองชิมดู เพราะเราดูจากริบบิ้น และก็ทำอยู่ทุกวัน...รู้เล้ย"

ลุงยังใจดีหันไปเด็ดสละมาหนึ่งผล แล้วก็ได้มาชวนเชิญกับพวกเรา

"พวกเรานักข่าวนั่นนะ มาลองพิสูจน์กันว่า มันจะเปรี้ยวจริงหรือไม่ แต่บางคนก็ชอบ กลายเป็นว่า ก็อร่อยถูกใจเค้า เอาเลย!!! มาลองชิมกันดู ไม่พอยังมีอีก มาที่นี่ต้องชิม"

บนเนื้อที่ราว 90 ไร่ ในอดีตพื้นที่แห่งนี้ เริ่มปลูกยางพารามาก่อน แต่ผลผลิตที่รับประทานไม่ได้ และมีความเสี่ยงเรื่องราคารับซื้อ จึงหันมาปลูกเงาะและทุเรียนแทน ก็ยังพบปัญหาการออกของผลผลิต ที่ได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ต่อมาปี 2538 พบว่า "สละ" ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี จึงเริ่มศึกษาเรียนรู้การปลูก และก็มาลงตัวที่สละสายพันธุ์สุมาลี

"ลุงได้ปลูกสละราวๆ 900 ต้น หนึ่งต้นสละ ก็คือหนึ่งก่อสละ ในแต่ละก่อ...จะมียวงเกสร ปกติจะมีประมาณ 10 กว่ายวง ซึ่งเกสรเมื่อเติบโตแล้ว จะกลายเป็นลูกสละ ลุงคิดว่า ถ้าต้นสระมีเกสรเยอะ ต้องเลี้ยงดูเยอะไปด้วย อาหารอาจจะไม่เพียงพอ จึงตัดสินใจ ขอเลือกเอาคุณภาพ โดยตัดเหลือเพียง 4-5 เกสรก็พอ" ลุงชวนพวกเราคุยต่อ

แล้วลุงกระจ่างยังพูดคุยเรื่องการติดลูกสละ

"...อ้า!!! สาเหตุเมื่อปลูกสละแล้ว ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ที่ให้มันติดลูกได้ ตรงนี้มันเป็นปัญหาใหญ่มากๆ ทางจันทรบุรีเอง...ก็ตั้งชมรมสละขึ้นมา โดย ศวพ.6 ศูนย์วิจัยพืชสวนพลิ้ว ก็ได้เข้ามาเป็นตัวกลางให้ชมรม ตอนนั้นสละติดลูกยาก นับตั้งแต่นราธิวาส ชุมพร สุราษฎร์ พัทลุง ประจวบ ทั้งหมดก็เลยมารวมตัวกัน มีสมาชิกเกือบสองร้อย

...ณ วันหนึ่งเราก็มาคิดว่า ใช้ละอองเกสรตัวผู้ มาผสมกับแป้ง...แล้วพ่น บางคนก็ว่า เอาดอกมาหั่น แล้วใส่ถุงครอบไว้...และเขย่าๆ แต่ก็มีการผิดพลาด ทางชมรมมาคุยกัน หาวิธีการสรุปสุดท้าย ก็คืออันที่ลุงทำนี่ละ...ดีที่สุดแล้ว บางคนก็ว่า เป็นเรื่องยุ่งยากมาก แต่ลุงว่า มวยชกเกือบครบยกแล้ว จะมาน็อคยกสุดท้ายได้ไง ลุงจึงให้ความสำคัญ มันจะมีคุณค่าหรือไม่ อยู่ที่ตรงนี้เอง ซึ่งวิธีของลุง...มีความแน่นอน 98-99 เปอร์เซ็นต์"

สละพันธุ์สุมาลี มีเอกลักษณ์พิเศษ คือมีหลายพวง แล้วลุงจำกัดจำนวนผลให้น้อย เลยไปพอเหมาะต่อการเจริญเติบโตของแต่ละผล จึงทำให้ผลสละเกิดความสมบูรณ์ สละในสวนสมโภชน์ จึงได้หอมหวานอร่อย แตกต่างจากไปอย่างสิ้นเชิง

"คนที่ทำสวนผลไม้ นอกจากเหนื่อยหนักหนาแล้ว จะต้องมีความเอาใจใส่ พิถีพิถัน คอยหมั่นสังเกต หรือทดลองเป็นอย่างดี กว่าจะประสบความสำเร็จ ต้องล้มลุกคลุกคลาน และเหนื่อยยากกันมารายละหลายปี" ลุงพูดให้พวกเราคิดตาม

หลังจากนั้นเราก็พากันออกจากสวน แล้วก็มาพบกับป้าสมโภชน์ ที่ยืนยิ้มละไมใกล้ๆตู้แช่เย็น ผมเดินเข้าไปหาอย่างรู้แกว ว่าป้ากำลังมีอะไรบางอย่าง จะมาต้อนรับให้กับพวกเรา ซึ่งก็เป็นอย่างที่แอบคาดคิด ป้าสมโภชน์เพียงแค่ส่งยิ้ม แล้วก็หันไปเปิดตู้แช่เย็น หยิบสละลอยแก้วสิบกว่าถ้วย ใส่ถาดส่งมาให้ทานกัน ทุกคนก็เลยคลายร้อน

ป้าสมโภชน์เล่าถึงสละลอยแก้วให้ฟังว่า สวนสมโภชน์ผลิตสละลอยแก้ว เป็นผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ไม่ได้จัดทำเป็นอุตสาหกรรม โดยเอาสละที่อมเปรี้ยวสักเล็กน้อย ทำการแกะเปลือกออก นำแช่น้ำแกะเยื้อคว้านเม็ด แล้วน้ำที่แช่จะใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อกันไม่ให้สละเปลี่ยนสี เอามาล้างให้สะอาดเป็นน้ำที่สอง ถึงนำสละลงไปแช่ ในน้ำเชื่อมที่พักให้เย็น แช่ไว้นานเพียงหนึ่งคืน ก็นำมาใส่ถ้วยแช่ให้เย็น พร้อมจัดจำหน่ายหรือรับประทาน

สวนสมโภชน์...บ้านเลขที่ 219 บ้านท้ายวัง ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองจันท์ จังหวัดตราด จำหน่ายสละสด กิโลกรัมละ 100 บาท สละลอยแก้ว ถ้วยเล็ก 25 บาท หรือถ้วยใหญ่ 55 บาท โทร.สอบถาม 0-3967-4840 08-1438-2015 ได้เลยครับ