บุรีรัมย์เมืองปราสาทสองยุค "ปราสาทพนมรุ้ง" เคียงคู่ "ปราสาทสายฟ้า"

ตระการตา "ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง" สุริยะสาดส่อง 15 ช่องประตู
ที่นี่รายการตะวันหรรษา

"บุรีรัมย์" มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย "การท่องเที่ยวโบราณสถาน" ศิลปะขอมที่โดดเด่น ปัจจุบัน "การท่องเที่ยวเชิงกีฬา" เข้ามามีสีสันอยู่ในความสนใจของนานาชาติ "งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง" และมหัศจรรย์แสงอาทิตย์ส่อง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง ก็ยังเป็นปรากฏการณ์ต้องห้าม...พลาดของที่นี่

ปี 2558 กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาการท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจ ช่วยกระจายการท่องเที่ยวสู่จังหวัดท่องเที่ยวเมืองดาวรุ่งทั่วประเทศ ที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว บุรีรัมย์ ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสิบสองเมืองต้องห้าม...พลาด ภายใต้ชื่อ "บุรีรัมย์เมืองปราสาทสองยุค"

ดิฉันได้รับเชิญจาก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ไปร่วมงานแถลงข่าวประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2558 และเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของ "บุรีรัมย์เมืองปราสาทสองยุค" 2 วัน 1 คืน มื้อกลางวันอิ่มอร่อยกับเมนูตามฤดูกาล ไข่เจียวไข่มดแดง ผักสด แกงผักหวานไข่มดแดง บ้านเสาะรีสอร์ท เจ้าของเป็นสื่อมวลชนใจดี แล้วไปเช็คอินโรงแรมพนมรุ้งปุรี มี จิว-จิรวัฒน์ ฝ่ายการตลาด ให้การต้อนรับอุ่นใจเสมอ

ช่วงบ่ายฟังบรรยายและชม "ปราสาทเมืองต่ำ" ปราสาทขอมที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามโดดเด่นน่าชม สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถาน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 120 x 127 เมตร ก่อด้วยอิฐ หินทราย ศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก สระน้ำขุดสี่เหลี่ยมหักมุมตามแนวกำแพง มีรูปปั้น พญานาคห้าเศียร ศีรษะเกลี้ยงไม่มีเครื่องประดับ ชูคอแผ่พังพานประจำสี่มุมล้อมสระน้ำ

ปราสาทเมืองต่ำอยู่บน "เส้นทางอารยธรรมขอม" จากเมืองพระนครในกัมพูชา ขึ้นสู่ทางเหนือ ผ่านเทือกเขาพนมดงรัก ผ่านกลุ่มปราสาทตาเมือน จังหวัดสุรินทร์ ผ่านปราสาทเมืองต่ำสู่ปราสาทพนมรุ้ง ไปยังปราสาทพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เชื่อว่าแต่ละชุมชนมีความสัมพันธ์กันบนเส้นทางอารยธรรมขอม

คำว่า เมืองต่ำ เป็นการกำหนดเรียกเปรียบเทียบกับปราสาทพนมรุ้งที่อยู่บนยอดเขาของชาวบ้านที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในภายหลัง กรมศิลปากรได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดปราสาทเมืองต่ำอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2540 เนื่องในมหามงคลแห่งปีกาญจนาภิเษก ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พุทธศักราช 2539 แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้น ไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างกันประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของ "ปราสาทพนมรุ้ง" เทวสถานที่สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ในราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิท ที่นี่จะเกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ "พระอาทิตย์สาดส่องลอด 15 ช่องประตู" ซึ่งในเดือนเมษายนและเดือนกันยายน จะเป็นพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนเดือนมีนาคมและเดือนตุลาคม จะเป็นพระอาทิตย์ตก

เสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ประธานในงานแถลงข่าวการจัด งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2558 กล่าวว่าเป็นงานสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 24 โดยจัดบนยอดเขาพนมรุ้ง อันเป็นที่ตั้งของปราสาทพนมรุ้งเทวาลัยศักดิ์สิทธิ์ สันนิษฐานว่ากษัตริย์นเรนทราทิตย์ เป็นผู้สร้างขึ้น

"ผมขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างประเทศ มาร่วมงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2558 วันที่ 3-5 เมษายน สัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการ ประทับใจกับอารยธรรมขอมโบราณ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ บุรีรัมย์เมืองปราสาทสองยุค"

การจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง เป็นนำข้อสันนิษฐานเรื่องการสร้างปราสาทพนมรุ้ง มาจำลองผ่านการแสดงแสง สี เสียง ขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี พระมารดาของนเรนทราทิตย์ ซึ่งเดินทางจากเมืองพระนครมายังเทวาลัยพนมรุ้ง ขบวนเครื่องบูชา และเทพพาหนะ เพื่อถวายเป็นเทวะสักการะแด่เทพเจ้าผู้พิทักษ์ทิศทั้ง 10 แห่งจักรวาล พร้อมด้วยเหล่าข้าทาสบริวาร นางกำนัล นางรำ ฯลฯ

ขบวนแห่เทพพาหนะทั้งสิบ ประกอบด้วย ขบวน 1 หงส์ พาหนะของพระพรหม เทพประจำทิศเบื้องบน ขบวน 2 ช้าง พาหนะของพระอินทร์ เทพประจำทิศตะวันออก ขบวน 3 โค พาหนะของพระอิสาน เทพประจำทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวน 4 ระมาด (แรด) พาหนะของพระอัสนี เทพประจำทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวน 5 คชสีห์ พาหนะของท้าวกุเวร เทพประจำทิศเหนือ ขบวน 6 นกยูง พาหนะของพระขันธกุมาร เทพประจำทิศใต้

ขบวน 7 นาค พาหนะของพระวิรุณ เทพประจำทิศตะวันตก ขบวน 8 ม้า พาหนะของพระพาย เทพประจำทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ขบวน 9 รากษส พาหนะของพระนิรฤติ เทพประจำทิศตะวันตกเฉียงใต้ ขบวน 10 กระบือ พาหนะของพระยม เทพประจำทิศเบื้องล่าง

ภายในบริเวณการจัดงาน มีหมู่บ้านโอท็อป ตลาดย้อนยุคเมืองแปะ (ชื่อเมืองโบราณก่อนเปลี่ยนเป็นบุรีรัมย์) เพื่ออนุรักษ์ประเพณีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และเป็นการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ ในปีนี้ น้องมิว-ลักษณ์นารา เปียทา นักแสดงสาวสวยของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมแสดงเป็น พระนางภูปตินทรลักษมีเทวี พร้อมทั้ง5ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมได้ตลอดงาน

ดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่าการจัดงานจะมีขึ้นในวันที่ 3-5 เมษายน 2558 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับมหัศจรรย์พระอาทิตย์ขึ้นสาดส่องแสงตรง 15 ช่องประตู คาดว่าจะปรากฏขึ้นในช่วงเวลา 06.10 น. ระหว่างวันที่ 3-6 เมษายน 2558

กิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การบวงสรวงองค์พระศิวะและสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพนมรุ้ง โดยมี คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ หรือ ทมยันตี เป็นเจ้าพิธีในวันที่ 3 เมษายน 2558 เวลา 06.59 นาที นักท่องเที่ยวชมความอลังการ ขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี ได้ในวันที่ 4 และ 5 เมษายน เวลา 15.00 น.และในเวลา 19.00 น. เป็น การแสดงแสง สี เสียง เล่าเรื่องราวพนมรุ้ง บัตรราคา 500 บาท ที่ทำการปกครองจังหวัดบุรีรัมย์ โทร.0-4466-6503

ชูเกียรติ โพธิโต ผอ.ททท.สุรินทร์ เผยว่าบุรีรัมย์กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา ปราสาทยุคใหม่ อยู่ในกระแสความสนใจของนักท่องเที่ยว มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่จะเดินทางเข้ามา

ปัจจุบัน การท่องเที่ยวเชิงกีฬา มีบทบาทการเพิ่มรายได้ให้กับการท่องเที่ยว สนามฟุตบอลไอ-โมบายสเตเดี้ยมได้มาตรฐานสากล และ Chang International Circuit สนามแข่งรถมาตรฐานโลกแห่งเดียวของประเทศไทย ผู้ชมมองเห็นการแข่งขันได้ทุกโค้งสนาม มีการจัดแข่งขันระดับโลกตลอดปีมากกว่า 35 รายการ

บัณฑิต ทองอร่าม หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง กล่าวว่าเป็นปราสาทโบราณสถานที่งดงามยิ่งใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของเขาพนมรุ้ง (383 เมตร) แผนผังองค์ประกอบอาคารสิ่งก่อสร้างเรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรง พุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางคือปราสาทประธาน จะมีปรากฏการณ์ สุริยะสาดส่อง 15 ช่องประตู

ปรากฏในศิลาจารึกพนมรุ้ง หลักที่ 2 หลักที่ 4 และ K1090 จารึกว่าพนมรุ้งเป็นชื่อเทวสถานที่มีขอบเขตกว้างขวาง มีที่ดิน หมู่บ้าน เมือง ซึ่งผู้ปกครองหรือข้าราชการได้จัดหามาถวายในลักษณะเป็นกัลปนาเทวสถาน เป็นอักษรขอมมีคำว่า "วนำรุง" เขียนและออกเสียงเป็นภาษาไทยได้ว่า "พนมรุ้ง" แปลว่าภูเขาอันกว้างใหญ่

ปราสาทพนมรุ้งเป็นโบราณสถานที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งเดียวในประเทศไทย ก่อสร้างต่อเนื่องมาตั้งแต่ศตวรรษ 15-18 หลังพุทธศักราช 1900 ความสำคัญเสื่อมถอยลงและถูกทอดทิ้งปล่อยให้รกร้าง เรื่องราวของปราสาทพนมรุ้งได้ปรากฏในบทความภาษาฝรั่งเศส ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2445 ในหนังสือเรื่องประเทศกัมพูชา โดย นายเอเตียน แอมอนิเยร์ ผู้แทนของรัฐในอารักของฝรั่งเศส ได้สำรวจและรวบรวมรายละเอียดทางโบราณคดีของประเทศกัมพูชา และมาสำรวจที่ปราสาทพนมรุ้งด้วย เมื่อ พ.ศ.2428

รุ่งเช้า เดินทางไป หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมบ้านสนวนนอก อำเภอห้วยราช โดยมี วิมล ชอบสุข ผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ รอรับคณะสื่อมวลชน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ 5 ฐานการเรียนรู้ ขั้นตอนการผลิต "ผ้าไหมหางกระรอก" ที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับ กลุ่มแม่บ้านสนวนนอก ซึ่งเป็น ชาวไทยเชื้อสายเขมรดั้งเดิม สืบทอดเทคนิคและอนุรักษ์ภูมิปัญญาจากลูกสู่หลาน ทั้งการทอผ้าพื้น การทอผ้ายกดอก และการทอผ้าหางกระรอกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นด้วยกี่กระตุก

สำเริง โตภิรัมย์ ประธานกลุ่มแม่บ้าน และ ลำไพ โกติรัมย์ ผช.ผู้ใหญ่บ้าน นำเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและควบคุณคุณภาพเส้นไหม ชาวบ้านจะเอาใจใส่ใกล้ชิด ตั้งแต่การเลี้ยงไหม ปลูกหม่อน สาวไหม ทอผ้า และโรงเรือนเลี้ยงไหมแบบพื้นบ้าน พร้อมเล่าว่าการผลิตผ้าไหมใช้เวลานาน ต้องมีจิตใจรักและอดทนจึงทำได้สำเร็จ เมื่อทำได้สำเร็จแล้วก็จะมีความภาคภูมิใจ ชื่นชมกับผ้าไหมของตนเองเป็นอย่างมาก จึงนิยมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้าไหมไว้ใช้ในครัวเรือน ทอผ้าสะสมไว้เป็นของฝากของไหว้ของมงคลมาตั้งแต่ครั้งโบราณ

จังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่ในการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม มากเป็นอันดับต้นๆของประเทศ และได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ชาวบุรีรัมย์จึงมีผ้าไหมไว้ประจำทุกบ้าน โดยเฉพาะสตรีชาวบุรีรัมย์ ไม่มีใครเลยที่จะไม่เคยสวมใส่ผ้าไหมบุรีรัมย์ อาทิ ผ้าซิ่นตีนแดง และ ผ้าลายหางกระรอกคู่

สำหรับ "ผ้าไหมหางกระรอก" ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ผ้าไหมสนวนนอก ทุกหลังคาเรือนจะมีการทอผ้าอันเป็นภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายเขมร ผ้าไหมเป็นสินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียงและความภาคภูมิใจ ปัจจุบันมีการทอผ้าโสร่ง ผ้าสไบ ผ้าพื้น ผ้ามัดหมี่ ฯลฯ ซึ่งได้นำมาออกแบบและตัดเย็นให้สวยงามและตามสมัยนิยม

หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมบ้านสนวนนอก มีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตผลิตไหม ชมการแสดงวัฒนธรรม รับประทานอาหารพื้นบ้านและเมนูเด็ดตามฤดูกาล ชม OTOP ม่วนชื่นพาแลง พักโฮมสเตย์ และอื่นๆ 5ที่น่าสนใจอีก อาทิ การลงแขกดำนา เกี่ยวข้าว ฯลฯ ผู้สในใจไปเยี่ยมชม ติดต่อกลุ่มแม่บ้านบ้านสนวนนอก โทรศัพท์ 08-0472-4435 08-5410-6146 หรือสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ค่ะ

ก่อนเดินทางกลับต้องไม่พลาดมา "อุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน" โซนนี้มีพื้นที่กว่า 100 ไร่ อยู่ด้านหลังของส่วนที่ 1 หรือแอดเวนเจอร์แคมป์ค่ะ การเปิดตัวให้เข้าชมอุทยานดอกไม้แห่งนี้ เมื่อ 25 ธันวาคม 2556 ทำให้ดินแดนอีสานใต้เกิดปรากฏการณ์แปลกใหม่ เกิดกระแสความน่าสนใจและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาบุรีรัมย์ เพื่อเยี่ยมชมการปลูกและจัดแสดง ดอกไม้เมืองหนาว ได้อย่างงดงามและสร้างสรรค์

ในวันนั้นมีการจัดแสดง "ลิลลี่แคระ โอเรียนทอล ไฮบริด" และ "เสลี่ยงหยกมรดกแดนมังกร" นำความแตกต่างที่ลงตัวของไม้ดอกจากเนเธอร์แลนด์ และสมบัติล้ำค่าของชาวจีนมาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมความวิจิตรงดงามอลังการ ในช่วงเทศกาลดอกไม้และความรัก สานความสัมพันธ์ของ ยุโรป-เอเชีย เข้าไว้ร่วมกัน

ลิลลี่ ที่อุทยานดอกไม้ เพ ลา เพลิน นำมาจัดแสดง เป็นสายพันธุ์พิเศษในกลุ่มโอเรียนทอล ไฮบริด (Oriental Hybrids) มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และกลุ่มลูกผสมเอเชีย (Asiatic Hybrids) มีกลีบใหญ่และมีสีสันสวยงาม รวมสี่สายพันธุ์คือ Orange Matrix, Tiny Double You, Souvenir และ After Eight โดยสายพันธุ์ Tiny Double You นั้นหาชมได้ยาก กลีบดอกซ้อนกันสองชั้น และมีสีส้มสด อันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์

จากโรงเรือนที่ 1 พันธุ์ไม้ตามฤดูกาล เรานั่ง รถรางสีสันสดใส โดยมี อ๊บและบอย พี.อาร์.การตลาด นำเข้าพื้นที่ ที่ พรทิพย์ อัษฏาธร กรรมการผู้จัดการฯ เรียกว่า "ท้ายไร่" เป็นส่วนของศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรและปศุสัตว์ฟาร์ม มีกิจกรรมใหม่มาแนะนำ คือการสัมผัสประสบการณ์ เก็บผลลูกหม่อนสด พร้อมรับประทาน ผลงานที่ผ่านมาคือ สตรอว์เบอร์รี่ ออร์แกนิค ปลูกเลี้ยงแบบลอยฟ้าให้ผลสีแดงสดหอมหวานเนื้อแน่น

"ไร่หม่อนท้ายไร่" เป็นการปลูกและบำรุงรักษาเอาใจใส่ เพื่อให้ได้ผลิตผลแบบออร์แกนิค สด สะอาดปลอดภัยจากสารพิษ ปราศจากการใช้ปุ๋ยเคมี เชื่อว่าทั้งใบหม่อน และผลลูกหม่อนคุณภาพดี ของ เพ ลา เพลิน จะได้รับความสนใจและนิยมชมชอบจากนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ เกษตรกร และคนรุ่นใหม่ในเร็ววันนี้

เรื่องราวของ "บุรีรัมย์เมืองต้องห้าม...พลาด" มนต์เสน่ห์ที่ท้าทายชวนไปค้นหา มีรอยยิ้มจากดวงตา และจิตใจ ดิฉันมองด้วยความชื่นชมเคารพ "ความแกร่ง" ที่ยึดโยงเชื่อมใจผูกสัมพันธ์ความยิ่งใหญ่ของปราสาทสองยุคไว้ด้วย "เส้นไหม" เล็กๆที่แลดูบอบบาง แต่กลับแฝงไว้ด้วยความคงทนและสวยงาม