น้ำสต๊อคผัก รักษาลำไส้

อาหารบำบัด

สำหรับคนที่ละเว้นเนื้อสัตว์ แต่ก็อยากจะกินอาหารมังสวิรัติให้อร่อย น้ำสต๊อคผักเป็นตัวช่วยให้อาหารมีรสชาติดี โดยไม่ต้องพึ่งกระดูกหรือซุปก้อนเลย และนอกจากจะช่วยชูรสอาหารให้กลมกล่อมและอร่อยขึ้นแล้ว ในน้ำสต๊อคผักยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายเหลือเกิน

น้ำสต๊อคผักนี้ มีพื้นฐานมาจากสูตรการทำ "มีปัวส์" (mirepoix) ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นส่วนผสมของแครอท ขึ้นฉ่าย และหอมใหญ่ นิยมใช้เป็นเครื่องชูรสให้กับซุป น้ำแกง และสตู แต่ความสำคัญของสูตรนี้ก็คือ สรรพคุณในการรักษากระเพาะและลำไส้

พืชจำพวกหอมและกระเทียม เป็นอาหารที่มีสารปฏิชีวนะโดยธรรมชาติ และมีประโยชน์เป็นพิเศษในการรักษาโรคลำไส้รั่ว ทั้งนี้เพราะสารเคอร์ซิตินที่มีอยู่ในผักเหล่านี้ มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและป้องกันอาการแพ้ ทำให้มันเป็นส่วนผสมสำคัญในสต๊อคสูตรนี้ เพราะช่วยลดภาวะรั่วซึมด้วยปฏิกิริยา "การเคลือบ" ลำไส้

กระเทียมมีสรรพคุณต้านการอักเสบ และป้องกันการติดเชื้อทั่วร่างกาย นอกจากนั้นยังมีสรรพคุณในการต้านมะเร็งและต้านเชื้อราแคนดิด้าซึ่งมีหลายสายพันธุ์ ผักทั้งสามชนิดนี้ยังเป็นอาหารแนะนำในผู้ป่วยกลุ่มอาการ Gut and Psychology Syndrome (GAPS ) และยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยพรีไบโอติก ซึ่งช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ใหญ่ เจริญเติบโตได้ดี

และการใช้เห็ด (โดยเฉพาะเห็ดชิตาเกะ) ในน้ำสต๊อค เปรียบเหมือนเป็นการโด๊ปธาตุสังกะสีให้กับร่างกาย ซึ่งจะช่วยรักษาเยื่อบุผนังลำไส้ให้แข็งแรง และในเห็ดยังมีโพลีแซคคาไรด์ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านการอักเสบ ผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่งของการใส่เห็ดในการทำน้ำสต๊อคก็คือ ยิ่งเคี่ยวนาน กลิ่นหอมอันพิเศษของเห็ดก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น น้ำสต๊อคของเราก็จะยิ่งมีรสชาติดีมากยิ่งขึ้นด้วย

วิธีการต้มน้ำสต๊อคผัก

นำผักหรือเศษผักที่เตรียมไว้ทั้งหมดใส่หม้อ แล้วใส่น้ำตามต้องการตาม เติมเกลือป่นลงไปด้วยเล็กน้อย ตั้งไฟอ่อนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดือด แล้วเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ แต่อย่าถึงกับให้ผักเละ หลังจากนั้นก็กรองเอาแต่น้ำ

วิธีเก็บน้ำสต๊อคไว้ใช้ได้นาน ๆ

เทใส่ถ้วยแช่ไว้ในห้องแช่แข็ง หรืออาจจะเทใส่ช่องทำน้ำแข็ง ก็สะดวกดีในแง่ของการแบ่งใช้ในแต่ละครั้ง วิธีนี้จะช่วยให้สามารถเก็บน้ำสต๊อคไว้ใช้ได้นาน โดยยังคงคุณค่าของสารอาหารต่างๆ เอาไว้ครบครัน

เคล็ดลับการการต้มน้ำสต๊อคผักให้หวานหอม

  • ใช้ผักที่มีรสหวานก่อน เช่น หัวไช้เท้า ผักกาดขาว กะหล่ำปลี หอมใหญ่ เมื่อต้มแล้วจะได้น้ำสต๊อครสหวาน
  • ใส่เห็ดหอมลงไปด้วย จะช่วยให้น้ำสต๊อคของเรามีกลิ่นหอม แต่ควรใช้เห็ดชนิดแห้ง เพราะจะกลิ่นหอมกว่าชนิดสด

สต๊อคผักรีไซเคิล

การต้มน้ำสต๊อคผัก สำหรับบางครอบครัว อาจจะติดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป หากต้องซื้อผักหลายๆอย่างมาต้มเพียงเพื่อทำน้ำสต๊อค อีกทั้งสมัยนี้ ราคาผักก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าเนื้อสัตว์เท่าไหร่ เวลาซื้อกับข้าว ถ้าหยิบโน่นหยิบนี่เพลินไป แป๊บเดียวก็เป็นร้อยแล้ว...ไม่เป็นไรค่ะ เราสามารถทำสต็อกผักจากเศษผักเหลือๆจากการปรุงอาหารก็ได้ เช่น เปลือก ใบที่ไม่สวย ส่วนขั้วของผักกาด หัวไช้เท้า และอื่นๆ วิธีการก็คือ เก็บเศษผักเหลือทิ้งเหล่านี้ใส่ถุงพลาสติกแช่ห้องฟรีซเอาไว้ รอรวมกับของวันอื่นๆ จนได้ปริมาณที่มากพอค่อยจัดการเอามาต้ม รสชาติดีและได้คุณค่าเหมือนกัน

จะเห็นว่า น้ำสต๊อคผักง่ายๆแค่นี้ แต่ประโยชน์นั้นมากเกินกว่าที่คิด ซึ่งนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว น้ำสต๊อคผักยังมีเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเด็กๆ ที่ไม่ค่อยชอบกินผักอีกด้วย อย่าลืม ใช้ประโยชน์ตรงนี้ให้คุ้มค่านะคะ