ดับคนดัง วันสังหาร ยามาโมโต้

พลเรือเอก อิโซโรกุ ยามาโมโต้ เป็นผู้วางแผนและอนุมัติการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามโลก ครั้งที่ ๒

อเมริกามีคำสั่งลับสุดยอดลงมาว่า "สังหารยามาโมโต้ให้จงได้ ไม่ว่าจะสูญเสียสักเท่าใดก็ตาม" เขาเสียชีวิตเวลา ๐๙.๓๔ น. วันที่ ๑๘ เมษายน ๑๙๔๓ ตายเพราะว่าเขาเป็นคน "ตรงต่อเวลา"

พลเรือเอก อิโซโรกุ ยามาโมโต้ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือแห่งราชนาวีญี่ปุ่น เป็นผู้ที่ทำการเจรจาเงื่อนไขสันติภาพที่ทำเนียบขาว เขาเป็นคนตรงต่อเวลา แล้วสิ่งนี้ก็เป็นสาเหตุของการดับสูญของเขา

ยามาโมโต้เดินทางโดยเครื่องบินทิ้งระเบิดมิตซูบิชิ ซี ๔ เอ็ม "เบตตี้" (Betty) ใหม่เอี่ยมด้วยความเร็ว ๔ ไมล์ต่อ ๑ นาที เครื่องบินบินมาแล้ว ๑๑ นาที นับตั้งแต่ออกจากสนามบินกาฮิลี่ เกาะบูเกนวิล ในหมู่เกาะโซโล
มอน มีเครื่องบินซีโร่ฝูงหนึ่งบินคุ้มกัน เขาคิดว่าน่าจะพ้นจากพิสัยของเครื่องบินขับไล่อเมริกันแล้ว

นายพลยามาโมโต้ มิได้สังหรณ์ใจเลยว่า ทำเนียบขาวในวอชิงตันกำหนดให้เขาตายกลางอากาศ

ถ้าเขามองไปทางหน้าต่าง เครื่องบินทิ้งระเบิดอีกเพียง ๖๐ วินาที ก่อนที่เขาจะถึงวาระสุดท้าย เขาจะเห็นมอสกิโต้ล็อกฮีด ไลท์นิ่งของกองทัพอากาศอเมริกัน ๒ เครื่อง กำลังดำดิ่งลงมา เครื่องบินขับไล่ทั้งสองเครื่องและอีก ๑๔ เครื่อง เตรียมพ่นกระสุนไล่ตามเวลาและสถานที่ที่กำหนดมาจากวอชิงตัน

นายพลเรือก็ได้บินตรงตามเวลาที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ห่างจากราเบาวล์ประมาณ ๔๐๐ ไมล์ ไปยังจุดหนึ่ง ห่างจากสนามบินกาฮิลี่ทางอากาศ ๑๑ นาที ไลท์นิ่งบินห่างจากกัวดัลคะนาล ๔๓๕ ไมล์ ตรงตามเวลาเช่นกัน บินเลี้ยวเข้าโจมตีเป้าหมายตรงเวลา

ความจริงที่ยามาโมโต้ถูกสกัดกั้นและถูกยิงตกนั้น เกิดจากการประสานงานของหลายๆคน ผู้ที่ให้ความร่วมมือมากที่สุดคือ นายพลยามาโมโต้เอง ถ้าเขาไม่เป็นคนตรงต่อเวลา เขาคงไม่กลับไปโตเกียวในฐานะผู้เสียชีวิต

กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ข่าวสารโดยละเอียดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวที่เขาออกไปเยี่ยมที่ตั้งทางทหารในแปซิฟิกใต้ ในกลางเดือนเมษายน ข่าวนี้ถูกส่งไปยัง พันตรี จอห์น ดับบลิว มิทเชลล์ ในตอนบ่ายของวันที่ ๑๗ เมษายน ค.ศ. ๑๙๔๓

ในเอกสารแจ้งว่า พลเรือเอกยามาโมโต้และคณะจะเดินทางทางอากาศมาถึงบริเวณกาฮิลี่ในวันรุ่งขึ้น พร้อมทั้งแจ้งเวลาที่แน่นอนที่จะออกจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง และยังออกคำสั่งให้ใช้ความพยายามในการสังหารยามาโมโต้ให้จงได้ ลงชื่อ ดน็อค (แฟรงค์ ดน็อค) รัฐมนตรีทบวงการทหารเรือ

เมื่อการจู่โจมไม่ให้ข้าศึกรู้ตัวเป็นปัจจัยพื้นฐานในการปฏิบัติการ การจู่โจมเช่นนี้จะกระทำได้โดยเครื่องบินที่มีพิสัยบินระยะไกลเท่านั้น "กาฮิลี่" อยู่ห่างจากกัวดัลคะนาล ซึ่งเป็นฐานทัพของอเมริกาถึง ๓๐๐ ไมล์ และจะต้องเพิ่มระยะทางมากขึ้นอีก ๑๐๐ ไมล์ ในการบินวนระดับต่ำเพื่อหลบเรดาร์ของข้าศึก

อเมริกันประมาณอัตราความเร็วของเครื่องบินนายพลยามาโมโต้ว่า อยู่ในประมาณสามไมล์ครึ่งถึงสี่ไมล์และบินในระดับสูง ๑๐,๐๐๐ ฟุต หรือต่ำกว่านั้น เพื่อไม่ต้องสวมหน้ากากออกซิเจน เมื่อรู้ว่าเครื่องบินนายพลเรือยามาโมโต้จะมาถึงกาฮิลี่ เมื่อเวลา ๐๙.๔๕ น.

วันรุ่งขึ้นจึงตกลงใจที่จะพบกัน ห่างจุดหมายปลายทาง ๓๕ ไมล์

อเมริกามีเครื่องบินสำหรับภารกิจนี้เพียง ๑๘ เครื่อง ต่อเครื่องบินขับไล่ของญี่ปุ่นซึ่งคาดว่าจะมีถึง ๑๐๐ เครื่อง ทำการบินคุ้มกันบริเวณกาฮิลี่ (อเมริกัน) จึงต้องหาเป้าหมายให้พบ ยิงแล้วหลบออกมาทันที โดยแบ่งฝูงบินเข้าโจมตี ฝูงหนึ่งคอยคุ้มกันตอนที่เข้าโจมตี ต้องคอยการมาของท่านนายพลเรือในความสูง ๑๐,๐๐๐ ฟุต ฝ่าซีโร่คุ้มกัน ๖ เครื่อง เข้าไปโดยไม่ทันให้ญี่ปุ่นรู้ตัว

ตอนคุ้มกันล็อกฮีด พันตรีมิทเชลล์เป็นผู้นำฝูงบินไปยังจุดนัดพบอีกด้วย เขาจะต้องบินในระดับสูง ๒๐,๐๐๐ ฟุต

วันรุ่งขึ้น ๑๘ เมษายน ๑๙๔๓ เวลา ๐๗.๒๕ น. ฝูงบินสองลำตัวล็อกฮีด ไลท์นิ่ง ขึ้นบินวนรอบสนามเพื่อจัดขบวนเริ่มเดินทางด้วยอัตราความเร็ว ๒๑๐ ไมล์ต่อชั่วโมง เริ่มแรกด้วยการบิน ๓๕ ไมล์ เหนือพื้นน้ำ บินครึ่งวงกลมระยะทาง ๔๓๕ ไมล์ รอบที่ตั้งของญี่ปุ่นที่มุนดาเรนไดว่า เวลล่า ลาเวลล์ ชอรทแลนด์ กาฮิลี่ ห้ามพูดวิทยุเป็นอันขาดตลอดทาง

หลังสองชั่วโมงที่บินเรี่ยคลื่นเพื่อหลบเรดาร์ญี่ปุ่น ฝูงบินเพชฌฆาตก็เบนทิศสู่ตะวันออกเฉียงใต้ของบูเกนวิลตามกำหนด บินในอัตราความเร็วเดิม อเมริการู้ดีกับการตรงต่อเวลาของยามาโมโต้ ซึ่งจะต้องรักษาเวลาอย่างมั่นคงอย่างที่เคยปฏิบัติมาตลอดชีวิต

นักบินทุกคนพกถุงเงินชิลลิ่งของอังกฤษติดตัวไปด้วย เพื่อซื้อข้าวของที่จำเป็นจากชาวเกาะโซโล
มอน ถ้าต้องลงฉุกเฉินหรือถูกยิงตก เครื่องยนต์ครางกระหึ่มด้วยความหนักเพราะถังเชื้อเพลิงอะไหล่

ส่วนใหญ่ฝูงบินลำตัวคู่บินเรี่ยน้ำและห่างจากฝั่งปิดวิทยุไม่ใช้ตลอดทาง บินตามแสงอาทิตย์ที่ร้อนจัดในตอนสายถึงสองชั่วโมง การบินใช้แค่เข็มทิศและเครื่องวัดความเร็วเท่านั้น เมื่อบินเข้าไปใกล้ชายฝั่งตะวันออกหลังจากบินมาแล้ว ๔๐๐ ไมล์ จึงเชิดหัวไต่ขึ้นพ้นจากการสาดกระเซ็นของระลอกคลื่นทะเล

เวลานั้น ๐๙.๓๓ น. เป็นเวลาที่คนตรงต่อเวลาอย่างยามาโมโต้จะต้องมาถึงจุดนี้ คำตอบอยู่ใน ๓๐ วินาทีนี้

ทันใดนั้นโทรเลขข่าวแจ้งมาว่า ฮิโซโรกุ ยามาโมโต้ แจ้งเวลามาของเขาไม่พลาดแม้แต่เสี้ยววินาที ขณะนั้น ๐๙.๓๔ น. บนท้องฟ้าทุกคนเห็นเครื่องบินทิ้งระเบิดของญี่ปุ่นสองเครื่อง พร้อมเครื่องบินขับไล่ "ซีโร่" อีก ๖ เครื่อง

อย่างไม่ละสายตาจากฝูงบินขับไล่ ฝูงบินเพชฌฆาตเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงถังภายในเครื่องสลัดถังอะไหล่ใต้ท้อง เพื่อลดน้ำหนักและให้คล่องตัว และเพิ่มความเร็วขึ้น ทั้งหมดบินเกาะกลุ่ม ๔ เครื่อง บินต่ำกว่าฝูงของนายพลญี่ปุ่น ทันใดฝูงซีโร่ ๓ เครื่อง ซึ่งบินอยู่ทางทะเลก็สลัดถังอะไหล่ออกจากท้อง เป็นเครื่องหมายแสดงให้รู้ว่า กำลังจะเข้าประจัญบาน

ฝูงบินญี่ปุ่นเครื่องบินขับไล่บินระดับสูง ฝูงบินลำตัวคู่มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่า คราวนี้จะเป็นการรบทางอากาศครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดกับการคุ้มกันอย่างหนาแน่นของญี่ปุ่นจากกาฮิลี่

เหลือแยกจากฝูงสองเครื่องเพื่อปฏิบัติภารกิจ คือการยิงทำลายมิตซูบิชิ "เบตตี้" สองเครื่องของยามาโมโต้ และเครื่องบินคุ้มกัน

เครื่องบิน "เบตตี้" บินต่ำลงอยู่เหนือแผ่นดินเรี่ยยอดไม้ ล็อกฮีดลำตัวแฝดดิ่งเข้าหาฝูงบินขับไล่ญี่ปุ่นตามมาติดๆ สามสี่วินาทีกว่าจะได้ระยะและมุมยิงด้านขวาของเครื่องบินทิ้งระเบิดแล้วพ่นกระสุนสาดเข้าทางด้านขวาเป็นมุมฉาก เครื่องยนต์ ได้ผล เครื่องยนต์เครื่องขวาเครื่องบินทิ้งระเบิดและปีกขวาไฟลุกไหม้

ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อไฟลุกไหม้เครื่องบินบนอากาศ ไม่มีใครสามารถดับได้ นอกจากจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และแล้วปีกเครื่องบินทิ้งระเบิดลำตัวเครื่องบินฉีกขาดลงป่าไปทันที

มันเป็นวาระสุดท้ายของ พลเรือเอก อิโซโรกุ ยามาโมโต้

"สังหารยามาโมโต้ให้ได้ไม่ว่าจะสูญเสียเท่าไร" เป็นคำขาดจากทำเนียบขาวสหรัฐฯ หลังจากถูกลอบถล่มเพิร์ล ฮาร์เบอร์ ฮาวาย ฐานทัพเรืออเมริกัน

อีกเดือนเศษต่อมา ญี่ปุ่นยอมรับอย่างเป็นทางการว่า พลเรือเอก อิโซโรกุ ยามาโมโต้ เสียชีวิตจากการรบในเดือนเมษายน เครื่องบินตกในป่า เขาถูกไฟลวกท่วมตัวในเครื่องบินมิตซูบิชิสองเครื่องยนต์ และในขณะที่เสียชีวิต มือของขายังกุมดาบเอาไว้แน่น...