จิตรกรรมร้อยปี พระราชพิธี 12 เดือน วัดเสนาสนาราม ราชวรวิหาร

ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

2...

เสนาสนะสำคัญในวัดเสนาสนาราม ราชวรวิหาร ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งยังคงมีความงดงามวิจิตรตระการตามาจนถึงทุกวันนี้ คือ พระอุโบสถอายุ 152 ปี ซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ.2406 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้กรมหมื่นพงศาดิศรมหิป เป็นผู้อำนวยการปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ใน พ.ศ.2427 จนมีลักษณะดังปรากฏในปัจจุบัน

เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา อาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูน มีมุขหน้าและหลัง หน้าบันมุขเป็นลายปูนปั้นรูปช้างเอราวัณเหนือเศียรช้างเอราวัณ มีพระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือรูปพระมหามงกุฎ มีพระเศวตฉัตรประดับอยู่ 2 ข้าง พื้นหลังประดับกระจกสีครามและปิดทอง มุขด้านหน้าพระอุโบสถด้านนอกประดิษฐานพระพุทธรูปยืนสัมฤทธิ์ปางเปิดโลก ซุ้มเป็นรูปปูนปั้นประดับกระจกยอดทรงมงกุฎสามยอด ประตูข้างเป็นยอดปราสาทมีซุ้มจระนำ ภายในมีปูนปั้นพระมหามงกุฎและพระเศวตฉัตร

บานหน้าต่างด้านนอกเขียนลายรดน้ำ ด้านในเขียนสีรูปทวารบาล เหนือกรอบประตูหน้าต่างด้านใน มีจารึกอักษรขอม และทำกรอบสี่เหลี่ยมติดไว้เหนือประตู หน้าต่างทุกช่อง และจารึกที่ผนังหุ้มกลองด้านหน้า ประตูหน้าต่างเขียนลายแจกันดอกบัว ภายในพระอุโบสถเหนืออาสนสงฆ์เป็นที่ตั้งซุ้มเรือนแก้วยอดเป็นรูปพระมหามงกุฎประดิษฐานพระประธานนาม “พระสัมพุทธมนี” เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 ศอก 2 นิ้ว สูงตลอดพระรัศมี 3 ศอก 1 นิ้ว ที่ซุ้มเรือนแก้วมีอักษรขอมจารึกไว้ รอบๆมีจิตรกรรมฝาผนังรูปเทพชุมนุม

เพดานและท้องคานทับหลังเสาเขียนลายทองรูปดาวล้อมเดือน ในกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าย่อมุมไม้สิบสอง พื้นสีแดง ขื่อและตัวไม้เครื่องบนอื่นๆ  เขียนลายทองพื้นสีคราม คานทับหลังหัวเสาเขียนเทพชุมนุมลอยอยู่เต็มท้องฟ้าท่ามกลางกลุ่มเมฆสีขาว มีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระราชพิธี 12 เดือน ซึ่งเป็นภาพวาดในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในพระอุโบสถทั้ง 4 ด้าน เขียนด้วยเทคนิคสีฝุ่นทั้งสิ้น มีรองพื้น มีทัศนียวิสัย โดยแบ่งฝาผนังออกเป็นสองส่วน คือผนังด้านข้างทั้งสองด้าน เหนือเส้นลวดตั้งแต่วงกบประตูหน้าต่างขึ้นไปจรดเพดานและคอสองทั้งสองข้าง ใต้เพดานด้านหน้าด้านหลังและด้านข้างทั้ง 4 ด้าน เขียนเป็นระบายทอดลงมาจากเพดาน ใต้ระบายเขียนภาพเทวดาลอยท่ามกลางหมู่เมฆสีขาวเป็นกลุ่มๆ  หันหน้าไปทางพระประธาน

ส่วนที่สองตั้งแต่วงกบประตูหน้าต่างใต้เส้นลวดลงมา เป็นภาพระหว่างช่องหน้าต่างและประตูเขียนเล่าเรื่องพระราชพิธี 12 เดือน จะยกภาพบางภาพมาเป็น​ตัวอย่างให้คุณผู้อ่านได้ชมความงดงาม ดังนี้ ผนังหุ้มกลองด้านหน้าพระประธาน (ทิศตะวันออก) ระหว่างช่องประตูเขียนเรื่อง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคา ที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในภาพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล้องเหนือเกยหน้าพลับพลา มีกองทหารเกียรติยศด้านหน้าพลับพลาเป็นหมู่ๆ  มี สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ประทับอยู่ที่ฐานเกยตอนล่าง

การดูภาพเรียงเรื่องตามลำดับเดือนไทย คือ ห้องภาพที่ 1 พระราชพิธีเดือน 5 เป็นพระราชพิธีสงกรานต์ พระราชพิธีสระสนานใหญ่ และพระราชพิธีแห่คเชนทรัศวสนาน เริ่มจากพิธีรดน้ำพระสงฆ์ในเวลาสงกรานต์และเจริญสิริมงคลแก่ช้าง ซึ่งเป็นราชพาหนะและกำลังแผ่นดิน โดยกำหนดให้ปลูกโรงที่พระสงฆ์สรงน้ำ ในภาพตั้งพิธีขึ้นที่พระบรมมหาราชวัง โดยตั้งขันสาครใบใหญ่ กั้นพระวิสูตร ตรงหน้าขันมีแท่นประทับ มีที่ปล่อยน้ำออกจากขันลงสรง นอกกำแพงพระบรมมหาราชวัง มีภาพขบวนช้างม้า ท้ายขบวนมีภาพคนหาบชะนีและมีร่มกางให้ชะนีด้วย

พิธีเดือน 4 (เดือนมีนาคม) พระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ เป็นพิธีตรุษสุดปี กำหนดให้พระสงฆ์สรงน้ำ มีตุ่มเรียกว่า นางเลิ้ง ตั้งไว้หลายใบ เป็นพิธีสวัสดิมงคลแก่พระนคร และพระเจ้าแผ่นดิน พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการฝ่ายหน้าฝ่ายใน ตลอดจนราษฎร พระสงฆ์สวดภาณยักษ์ประกาศขับผีสาง ยิงปืนขู่ตวาดให้ผีตกใจ ในภาพมีขบวนทหารเตรียมยิงสลุต ตั้งพิธีนอกพระบรมมหาราชวัง

  • พิธีเดือนยี่ (เดือนมกราคม) พระราชพิธีตรียัมปวาย เป็นการทำบุญตรุษเปลี่ยนปีใหม่ตามลัทธิพราหมณ์ ต่อมาโปรดฯ ให้มีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นด้วย พระสงฆ์รับพระราชทานฉันที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ แล้วสวดมนต์ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 3 วัน ภาพห้องนี้ลบเลือนมาก เหลือแต่ด้านซ้ายที่เป็นขบวนช้างพระที่นั่ง ขบวนพิธีผ่านพระตำหนัก มีปะรำพิธีทำด้วยผ้าสีขาว ไกลออกไปเป็นภาพเตรียมงาน ด้านขวาเป็นพิธีโล้ชิงช้า มีพราหมณ์แต่งชุดขาวทำการโล้กระดานแทนพระยา 4 คน มีผู้คนกำลังยืนมุงดูพิธีดังกล่าว
  • พิธีเดือน 6 พระราชพิธีวิสาขบูชา พระราชพิธีฉัตรมงคล พระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวันพิธีเพื่อระลึกถึงวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในภาพเขียนมีพระสงฆ์เป็นจำนวนมาก กำลังสวดมนต์อยู่ในพระอุโบสถ ไกลออกไปเป็นภาพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีต่อเนื่อง
  • พิธีเดือน 7 การพระราชกุศลสลากภัต เป็นพระราชพิธีจัดของหลวงถวายพระจับสลาก ในภาพมีขบวนสตรีหาบสลากภัต และสำรับคาว-หวานเครื่องไทยทานเป็นขนมผลไม้ต่างๆ  มีพราหมณ์เป่าสังข์ ๒ คน นำหน้า ตามด้วยวงดุริยางค์ โดยแห่นำไปวัดพระเชตุพน ตั้งกระบวนที่หน้าประตูวิเศษไชยศรีไปเลี้ยวป้อมเผด็จดัสกร มีทั้งข้าราชสำนัก นางกำนัล และประชาชน นำอาหารและผลไม้เข้าวัด เพื่อถวายพระจับสลาก
  • พิธีเดือน 8 พระราชพิธีเข้าพรรษา ในภาพมีภาพวัดพระศรีรัตนศาสดาราม​อยู่เบื้องหลัง พระที่นั่งราชฤดีอยู่เบื้องขวา ตรงลานหน้าพระที่นั่งราชฤดีมีภาพนาคโกนผมแล้วนุ่งผ้ายกทรง สวมเสื้อครุยชายขลิบทองยืนบนแท่นสูงมีสัปทนกางกั้นให้นาค ทั้ง 3 นาคกำลังโปรยทานทิ้งมะนาวและมีกลุ่มคนนั่งถือเครื่องอัฏฐบริขาร
  • พิธีเดือน 9 (เดือนสิงหาคม) พระราชพิธีพิรุณศาสตร์ เป็นพิธีขอฝนขอพืชผลพรรณรุกขชาติต่างๆ  ที่เป็นอาหารแห่งมนุษย์ ช้าง ม้า โค กระบือ ในภาพมีพระที่นั่งโถง 2 องค์อยู่ชิดกัน มีพระสงฆ์อยู่ในพระที่นั่งองค์เล็กหลายรูป ที่พื้นด้านหน้าพระที่นั่งมีบุรุษนุ่งขาวห่มขาวเกล้ามวยแบบพราหมณ์กำลังทำพิธีบวงสรวง เครื่องบูชามีหัวหมู บายศรี มีเต่าและปลาวาง​อยู่หน้าพราหมณ์ นอกกำแพงมีเด็กกำลังเล่นว่าว มีคนกำลังจะจับปลาในนา บ้างก็ตั้งห้างอยู่กลางนา ป้องตามองดูท้องฟ้า ตอนล่างมีคนลักษณะเป็นเจ้านายขี่ม้า มีบริวารถือหีบและกระเป๋าเดินตาม พิธีนี้รัชกาลที่ 4 ตั้งพิธีที่บนหอพระ ที่ท้องสนามหลวง รัชกาลที่ 3 ตั้งพิธีที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
  • พิธีเดือน 10 พระราชพิธีภัทรบท คือพิธีสารท มหาชนทำมธุปยาสทาน เป็นปฐมการเก็บเกี่ยวกระทำพลีกรรมบวงสรวงสังเวยบูชาแม่โพสพเพื่อเป็นมงคลแก่ข้าวในนา ป้องกันไม่ให้ข้าวเป็นอันตราย เดิมพิธีนี้ตั้งปะรำพิธีกวนข้าวทิพย์ขึ้นที่หอเทพพิทยาหรือหอราชพิธีกรรม ต่อมาปลูกโรงขึ้นที่พระที่นั่งดุสิต​มหาปราสาท ในภาพปะรำพิธีประดับ​เครื่องขาวทั้งหมด มีพราหมณ์ 4 คน ทำพิธีบวงสรวงตั้งบูชาหัวหมู บายศรี มีสาวพรหมจารีนุ่งขาวห่มขาว สวมสร้อยข้อมือ และสังวาลย์ทองกวนสิ่งของในกระทะทอง เวลาเช้าถวายเครื่องบูชาพระสยามเทวาธิราช และเสด็จเลี้ยงพระจัดข้าวทิพย์มาประเคนพระสงฆ์ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และวัดต่างๆ 

พระราชพิธีกฐินหลวง เดือน 11 (ตุลาคม) ในภาพมีขบวนช้างและม้าสำหรับเชิญเครื่องพระกฐิน เดือน 12 เป็นพระราชพิธีลอยพระประทีป ในภาพแสดงพลับพลาส่วนหน้า​เป็นส่วนพวกทหารชั้นผู้ใหญ่และทหารมหาดเล็ก ส่วนกลางเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ส่วนที่สามเป็นส่วนของนางสนมกำนัลชาววัง มีฉากม่านปิดกั้นมิดชิด ที่ท่าน้ำมีบรรดาชาววังชายหญิงนั่งอยู่ริมน้ำ บ้างก็ลอยกระทง พายเรือ และตีกลองเล่นการละเล่นต่าง ๆ กระทงมีหลายขนาดต่างกัน ตกแต่งเป็นรูปบัวหลวง รูป​ดอกไม้ รูปเรือใบ เรือพระราชพิธี ภายในกระทงมีข้าว น้ำตาล ขนม

พิธีเดือนอ้าย (เดือนธันวาคม) พระราชกุศลเลี้ยงขนมเบื้อง เมื่อพระอาทิตย์ออกสุดทางใต้ตกนิจเป็นวันที่หยุดจะกลับขึ้นเหนืออยู่ในองศา ๘ องศา ๙ ในราศีธนู ตั้งประรำพิธีที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นภาพเขียนเป็นภาพนอกกำแพงพระบรมมหาราชวัง มีพระภิกษุเดินเป็นแถวถือตาลปัตรเข้าสู่ประตูชั้นใน มีคนนั่งไหว้อยู่เป็นระยะ ทางด้านขวาของภาพมีหญิงชาววังจับกลุ่มอยู่ใต้โรงพิธีที่สร้างด้วยไม้ กำลังทำอาหารซึ่งคงเป็นขนมเบื้องมีภาชนะ คือกระทะ

พิธีเดือน 3 กุมภาพันธ์ พระราชพิธีเลี้ยงพระตรุษจีน เกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งพิธีที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ในภาพเขียนบริเวณพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีศาลาทรงไทย ๔ หลัง ที่ศาลาโถงกำลังมีงานเลี้ยงพระ มีคนนิมนต์พระขึ้นจากเรือแจว ชาววังหญิงชายถวายเครื่องภัตตาหารแก่พระสงฆ์ ด้านขวาเป็นภาพสตรีชาววังนำอาหารถวายพระโดยให้ผู้ชายเป็นผู้นำไปถวายในพระที่นั่ง

แม้ระยะกว่าร้อยปีที่ผ่านมาจะทำให้เค้าโครง และสีสันของจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถซีดจางลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงความงดงามอ่อนช้อยของลายเส้นและเก็บรักษาบันทึกเรื่องราวในอดีตไว้ได้อย่างละเอียด ชวนให้เรารู้สึกรักและภาคภูมิ​ใจในขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณที่บูรพมหากษัตริย์ทรงรักษาไว้

หลังจากชมความงดงามกันอย่างเต็มอิ่มแล้ว เราก็เดินออกมาด้านนอกพระอุโบสถ อันมีกำแพงแก้วล้อมรอบ ด้านหลังพระอุโบสถตั้งพระเจดีย์องค์ใหญ่รวมไว้ในเขตพัทธสีมา มีใบเสมา หินอ่อนรูปสี่เหลี่ยมตั้งไว้บนกำแพงแก้ว จุดหมายหน้าเรากำลังจะเข้าไปนมัสการพระนอน และขอพรพระอินท์แปลง ในวัดเสนาสนาราม ราชวรวิหารแห่งนี้ ติดตามต่อในฉบับหน้าค่ะ