สมศักดิ์ กัณหา นาฏการ คือปัญญาวุธ

นัดพบ

"เมื่อกล่องประหลาด คือเครื่องมือต่อรองของเด็ก เพราะทำไมต้องเงียบ เป็นเด็กต้องมีอะไรเล่นซิ ไม่ร้องเสียงดังก็วิ่งตึงตัง" เป็นประโยคที่คณะละครมายาใช้โฆษณาเชิญชวนผู้ปกครองและเด็ก คณะละครมายามีพี่ต๋อย-สมศักดิ์ กัณหา แห่งสถาบันศิลปวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาเป็นผู้ควบคุมดูและ พี่ต๋อยชวนเข้าไปดูละครเรื่อง "มุกหนอก" ซึ่งเป็นภาษาเยอรมัน เค้าโครงว่าด้วยเรื่องกล่องประหลาดที่เด็กสมมติขึ้นมาจนพ่อแม่เดือดเนื้อร้อนใจว่า เจ้ากล่องประหลาดจะเข้ามาครอบงำเด็ก กระทั่งร้อนไปถึงท่านรัฐมนตรีของเมือง พล็อตเรื่องที่สร้างขึ้นอย่างกระชับเมื่อ 70 ปีที่แล้ว ประกอบกับบทบาทของนักแสดงซึ่งล้วนเป็นจิตอาสาจากคณะทันตแพทย์ มาหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้เด็กต่างจ้องตาไม่กะพริบ พี่ต๋อยกระซิบว่าละครกำลังหน้าสร้างจินตนาการให้กับเด็ก และนี่คือสิ่งที่คณะละครต้องการรวมไปถึงเรื่องของทัศนคติด้วย

เรียนถามคุณสมศักดิ์ว่านาฏการคือปัญญาวุธ นั้นอย่างไรคะ

โรงละครมายาฤทธิ์ เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันศิลปวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนา (คณะมายา) เราก่อตั้งขึ้นมาปีนี้เป็นปีที่ 34 เพราะเราสนใจเรื่องการพัฒนาเด็ก เราเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาเด็กได้คือละคร ละครจะเป็นสื่อที่จะนำเรื่องราว ข่าวสาร และสาระต่างๆ ลงไปสู่เด็ก การพาเด็กมาชมละคร เขาจะได้ทั้งความสนุกสนาน ความรู้ ทัศนคติ และแรงบันดาลใจ

เมื่อเด็กได้ดูละคร สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เด็กจะได้ดู ได้ฟัง ได้คิด ได้ใฝ่ฝัน ได้จินตนาการ โดยมีตัวละครเป็นสื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น ในประเทศที่เจริญแล้วหลายๆ  ประเทศจะถือว่าละครเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ต้องส่งเสริม โรงเรียนจะต้องมีกิจกรรมพาเด็กออกมาดูละครเวที หรือไม่ก็ต้องมีคณะละครที่รัฐให้การสนับสนุนโดยปราศจากการโฆษณาไปเล่นในโรงเรียน

เหล่านี้คือเหตุผลและความจำเป็นที่เราต้องมีคณะละคร เพราะหน้าที่ของละครคือ 1. เป็นสื่อแห่งการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ 2. ในกระบวนการเรียนรู้ใด ๆ เราสามารถใช้ละครเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ได้ 3. ละครสามารถช่วยฟื้นฟูความคิดสร้างสรรค์ของคน 4. ละครยังสามารถยกระดับด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะให้กับเด็กได้ด้วย

เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการให้เด็กของเราก้าวสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และความละเอียดอ่อนในบ้างเรื่อง ต้องใช้สื่อละคร ซึ่งเมื่อก่อนคนทั่วไปอาจจะมองว่าเป็นสื่อที่ฟุ่มเฟือย ทั้งที่ละครก็เป็นสื่อสมัยใหม่แขนงหนึ่ง เช่นเดียวกับเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ฯลฯ อีกทั้งละครที่ช่วยเรื่องทัศนคติที่สูงมาก แต่ว่าแน่นอนว่ามีเงื่อนไขของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อผู้ชม บทละคร นักแสดงพร้อม เวลาพร้อมการแสดงจึงเริ่มต้นขึ้น และเป็นการแสดงที่จบแล้วจบเลย ดังนั้น การแสดงละครจึงจัดอยู่ในลักษณะของ Time Art

ดังนั้น เหล่านี้คือที่มาของการก่อตั้งคณะละครมายาขึ้น โดยที่รอจังหวะในการก่อตั้งโรงละคร เพราะเราเองก็แสดงมา 30 กว่าปีแล้ว เราจึงตั้งโรงละครเด็กแบบจริงๆ  จังๆ  ขึ้นมา ก็เลยทำโรงละครสำหรับเด็กที่ชื่อว่ามายาฤทธิ์ขึ้นมา

มีโรงละครก็ต้องมีละคร โปรแกรมเป็นอย่างไรบ้างคะ

สำหรับเค้าโครงละครที่เราสนใจอย่างมากเป็นอันดับต้นๆ  คือเรื่องสิทธิเด็ก เพราะเกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่มักใช้วิธีการเชิงอำนาจ ในการบังคับให้เด็กทำตามความปรารถนาของตน ด้วยวิธีการต่างๆ  โดยไม่สนใจว่าเด็กเค้าจะมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไร ยิ่งเติมความคาดหวังลงไปด้วยแล้ว ยิ่งจะไปกันใหญ่ กระทั่งเกิดการทะเลาะกันไปกันมา เช่นว่า เด็กเค้าก็จะเกิดคำถามว่าทำไมชั้นจะต้องไปนอนในเมื่อชั้นยังไม่ง่วงนอนเลย นี่ก็ปิดเทอมแล้วชั้นน่าจะมีเวลาเล่นสนุกบ้าง ทำไมต้องเงียบ ทำไมเล่นเสียงดังไม่ได้ ทำไมผู้ใหญ่สร้างตึกใหญ่โตระฟ้า ทำไมไม่มีสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กเลย แล้วจะให้เรานั่งนิ่งๆ ได้อย่างไร ที่สุดเด็กเขาก็ต้องพัฒนาเครื่องเล่นของเขาขึ้นมามีรูปลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมชื่อว่า "มุกหนอก" ซึ่งเป็นภาษาเยอรมัน เด็กเค้าก็จะคุยกับสิ่งนี้ มุกหนอกก็จะบอกเค้าว่าถ้าเด็ดๆ  ไม่อยากนอนก็ไม่ต้องนอน ถ้าเด็กยังไม่หิวก็ยังไม่ต้องกินก็ได้

ข้างผู้ใหญ่ก็จะเริ่มมีความคิดว่าเจ้ามุกหนอกมาปลุกระดมเด็กรึเปล่า แต่แท้ที่จริงแล้วมุกหนอก คือสิ่งที่เด็กสมมุติขึ้นมา เป็นได้ทั้งกล่องไม้ ตุ๊กตาหมี หรือจะเป็นต๋อย เป็นจิ๋ม เป็นเจี๊ยบ เป็นแจง อันนี้สุดแล้วแต่เด็กเค้าจะสมมุติขึ้นมา เป็นได้หมดเลย คนเยอรมันจึงเรียกเจ้าสิ่งสมมุตินี้ว่า "มุกหนอก" หลังจากนั้นเรื่องก็ดำเนินไปและการพัฒนาไปถึงโรงเรียน ไปถึงคุณหมอ ไปถึงตำรวจ ไปถึงผู้ว่า ไปถึงทหาร และไปถึงท่านรัฐมนตรี ส่วนใหญ่คณะละครมายาจะนำเสนอออกมาในลักษณะละครเพลงสนุกและไพเราะรวมทั้งหมด 9 เพลง เหล่านี้จึงเป็นที่มาของละครเพลงเรื่องมุกหนอก

แล้วในส่วนของนักแสดงล่ะคะเป็นมืออาชีพหรือว่าอาสาสมัคร

เริ่มจากทีมงานก่อนนะครับ ทุกคนเป็นอาชีพหมดเลย เสื้อผ้าฝีมือคุณโจ จากโซเฟส ที่ทำเสื้อผ้าให้กับละครเรื่องขวัญเรียม ช่างแต่งหน้าก็คือ คุณมนตรี วัดละเอียด โดยที่ไม่คิดเงินเลย ผู้กำกับเวที คือ คุณสันติ กำกับแสง คือ คุณประจักษ์ นักแสดงก็จะเป็นนักศึกษาคณะทันตแพทย์ของธรรมศาสตร์

นักแสดงมีความรู้สึกอย่างไรกับการแสดงเรื่องมุกหนอกคะ

คำตอบเดียวคือการทำเพื่อเด็กครับ ถ้าเราไม่เริ่มต้นดูแลเขาเสียตั้งแต่วันนี้แล้วในภายภาคหน้าอนาคตของประเทศชาติจะเป็นอย่างไร เราสร้างโรงละครแห่งนี้ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อหารายได้อย่างเดียว เด็กที่ด้อยโอกาสเราก็เชิญเค้ามาดูนะครับ แม้กระทั่งเด็กชาวกัมพูชาที่เข้ามาขอทานในเมืองไทย เรายังรวมกลุ่มพวกเค้าแล้วพามาดูละครของเราเลย บางรอบก็เป็นเด็กจากศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เด็กของบ้านกาญจนา เด็กจากโรงเรียนที่ขาดแคลน หรือด้อยโอกาส เค้าก็มีสิทธิ์ที่จะดูละครของเราอย่างเท่าเทียมกันกับเด็กคนอื่นๆ  ขณะเดียวกันบางรอบที่ผู้ปกครองเค้าสามารถจ่ายค่าบัตรเข้าชมได้เค้าก็จ่ายให้เรา

ถามว่าทำไมเราทำแบบนี้ เพราะเป้าหมายของเราคือต้องการพัฒนาเด็ก เพื่อส่งสัญญาณไปทางภาครัฐว่าละครคือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เราซึ่งหมายถึงผู้ใหญ่ลืมเครื่องมือนี้ไปหรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่นเรื่องคุณธรรม มันเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่ถ้าคุณใช้สื่อละครเราสามารถบอกเรื่องราวตรงนี้ได้ คล้ายกับเราบอกกับพ่อแม่ผู้ปกครองว่าการสูบบุหรี่นั้นไม่ดี แต่ผู้ปกครองก็ยังทำให้ลูกๆ เห็น แต่ถ้าเราเล่นละครเรื่องเมื่อลูกน้อยอยากสูบบุหรี่ เราจะรู้สึกกระทบความรู้สึกทันที เพราะละครให้ข่าวสาร ให้อารมณ์ความรู้สึก เพราะมันมีเรื่องของทัศนคติเข้าไปเกี่ยวข้อง และทัศนคติของคนเราจะเปลี่ยนแปลงได้ก็ด้วยอารมณ์ความรู้สึก ถ้าสมมติว่าเราเดินไปบอกเด็กตรงๆ ว่าหนูอย่าทิ้งขยะนะ เขาก็ยังจะทิ้ง แต่ถ้าเราลองทำละครเรื่องน้ำตาคุณลุง-คุณป้าภารโรง เด็กเขาจะเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าขยะหนึ่งชิ้นที่เขาทิ้งลงบนพื้นนั้นได้สร้างความลำบากให้กับคุณลุง-คุณป้าที่ต้องคอยตามเก็บขนาดไหน

เพราะจริงๆ แล้วเด็กเค้ามีความละเมียดละไมอยู่ในอารมณ์ความรู้สึกอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องหากลวิธีหรืออุบายให้เข้าเปลี่ยนแปลงทัศนคติ แล้วละครก็เป็นวิธีสร้างแรงจูงใจอย่างหนึ่งซึ่งนุ่มนวล และละครยังเป็นสื่อทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพราะให้ทั้งความรู้ ให้เรื่องของทัศนคติ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ

ในส่วนของแรงบันดาลใจ ก็เช่น เราดูละครบางเรื่องตัวละครพ่ายแพ้ ต้องต่อสู้กับความอยุติธรรม แต่ตัวละครตัวนี้กับชนะใจผู้ชม การทำละครเราต้องเสนอทางเลือกให้กับผู้ชม จูงคนให้เห็นในมุมมองที่ต่างออกไป ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่แบบนี้ทั้งหมด

การตอบรับล่ะคะทั้งในแง่ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องและทั้งกลุ่มผู้ชมเอง

ผมตอบตามตรงนะครับว่าในส่วนของภาครัฐนั้นยังเงียบๆ อยู่ แต่สำหรับผู้ชมได้รับการตอบรับค่อนข้างดี ผู้ปกครองสนใจ พากันบอกต่อให้ชวนลูกมาชมกัน เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้อง​บอกต่อ เนื่องจากละครของเราไม่ได้ขายดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง แต่นักแสดงของเราเป็นทันตแพทย์ จากธรรมศาสตร์ บางคนกำลังจะจบออกไปเป็นหมอฟัน โปรดิวเซอร์ของเราก็เป็นหมอ ถามว่าทำไมทั้งที่น้องๆ  ต้องเรียนหนักกันทุกคน แต่คำตอบเดียวที่ผมได้คือเรื่องของเด็กๆ  เป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมคุณโจ และคุณกรวดถึงมาช่วยโดยไม่คิดสตางค์ใดๆ 

ทุกคนในคณะละครเป็นจิตอาสาด้วยกันทั้งหมด

ใช่ครับ ล้วนแต่เป็นจิตอาสา

ทำไมจึงเป็นนักศึกษาจากคณะทันตแพทย์ ธรรมศาสตร์ทั้งหมดคะ

ตอบตามตรงเช่นกันครับอาจจะด้วยเรื่องคอนเนคชั่น ปัจจุบันผู้ที่เรียนเกี่ยวกับทางด้านสาธารณสุขไม่ว่าสถาบันใดก็ตาม มีการส่งเสริมให้เรียนทางด้านมนุษยศาสตร์ เช่น มีการเรียนเกี่ยวกับวรรณคดี เพื่อที่จะเข้าในคน สื่อสารกับคนได้ แม้กระทั่งหมอเองก็ต้องทำงานทางด้านการ​สร้างเสริมสุขภาพ ออกหน่วยลง​พื้นที่เพื่อปฏิสัมพันธ์กับชุมชน สื่อละครจึงเข้าไปมีบทบาทอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องสาธารณสุข จึงกลายเป็นที่มาที่ไปของการเรียน class ละครเพื่อการศึกษา เรียนเพื่อใช้เป็นสื่อ ไม่ใช่เรียนไปเพื่อเป็นนักแสดงอาชีพ อย่างเราจะสอนเกี่ยวกับสุขศึกษาก็หนีไม่พ้นต้องใช้ละคร เช่น เราจะสอนเรื่องการแปรงฟัน

เค้าโครงละครที่จะนำมาแสดงพิจารณาจากเรื่องใดคะ

พิจารณาเรื่องประเด็นก่อนว่าเด็กของเราสนใจเรื่องอะไร ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าเบื้องต้นเรามองที่สิทธิเด็ก เรื่องถัดๆ ไปก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา เช่น อาจจะเป็นแนวของเด็กกับพระพุทธศาสนา แต่เรื่องต่อไปที่จะนำมาเป็นบทละครคือ บทพระราชนิพนธ์แปลขององค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ชื่อว่า "นิทานโกหกเยอรมัน"

รอบการแสดงเป็นอย่างไรคะ

แต่ละเรื่องเราจะแสดงครั้งละสองเดือน แสดงทุกวันเสาร์-อาทิตย์ รอบ 13.00 น. และ 16.30 น.

ในส่วนของนักแสดงมีการแสดงอย่างต่อเนื่องหรือสับเปลี่ยนตามความเหมาะสมคะ

ตามแต่ความเหมาะสมครับ เช่น ถ้าเรื่องนี้ต้องใช้นักแสดงอาวุโสเราก็ต้องติดต่อท่านเหล่านั้นไป ไม่ได้มีการกำหนดตายตัว แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนมาด้วยความเป็นจิตอาสา

คุณสมศักดิ์มีความเห็นต่อพื้นที่ของเด็กอย่างไรบ้างคะ

จริงๆ แล้วถ้าพูดในแง่ของศิลปะ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์เยาวชน อาร์ตแกลอรี่ และโรงละครสำหรับเด็ก เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี เมืองนอกเค้าจะมีสิ่งเหล่านี้เยอะมาก ในเดือนมีนาคมของทุกปี สมาพันธ์ละครโลกกำหนดให้เป็นเดือนที่คุณควรจะพาเด็กไปดูละคร เทียบกับของเรามันน้อยมาก

เมืองไทยติดขัดตรงไหนคะ

วิสัยทัศน์ครับ ต่อให้มีทั้งเงินและความพร้อมในทุกๆ ด้าน แต่ถ้าเราขาดวิสัยทัศน์ และเข้าไม่ถึงว่าละครนั้นสำคัญต่อเด็กอย่างไร ทุกอย่างก็ไม่มีวันขับเคลื่อนครับ งานศิลปะกับการพัฒนาประเทศจะเป็นพื้นฐานของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น คุณมีนักออกแบบแฟชั่น ผู้กำกับภาพยนตร์ ทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สถาปนิก ฯลฯ ล้วนต้องการความคิดสร้างสรรค์ทั้งสิ้น เพราะความคิดสร้างสรรค์จะถูกพัฒนาผ่านงานละคร งานศิลปะ และงานวรรณคดีด้วย

ละครสำหรับเด็กมีการแย่งออกเป็นแนวมั้ยคะ

หลักใหญ่ๆ  คือ ละครหุ่น กับละครเวที แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรดักชั่น แต่ในกระบวนการการใช้ละคร คือ เน้นการผลิตที่ดี กับเน้นที่เด็กมีส่วนร่วมในกระบวนการ เช่น ร่วมแสดงด้วย

ฟีดแบกของเด็กหลังจากการเข้าชมเป็นอย่างไรบ้างคะ

มีการ​กลับไปทำซีดีเพลงครับ โดยเฉพาะเรื่องมุกหนอก มีเด็กคนนึงไปเล่าเรื่องนิทานที่เค้าดูแล้วบันทึกเสียงไว้ เด็กบางคนกลับไปแต่งหน้าเป็นตัวละคร ยกตัวอย่างน้องสิงห์ ลูกคุณอัษฎาวุธ เป็นต้น ละครมีผลกับเด็กมากครับ

มีแนวคิดที่จะออกไปแสดงตามต่างจังหวัดบ้างมั้ยคะ

สมัยก่อนเราก็เคยทำละครเร่นะครับ แต่ด้วยปัญหาหลาย​อย่างทำให้เราต้องหยุดไป และเปลี่ยนมาทำเป็น ซีดี แล้วนำไปเผยแพร่ตามโรงเรียนต่างๆ  แทน แต่ก็ยังไม่ได้หยุดเสียที่เดียวนะครับ แต่ที่เราจะเป็นต้องมีโรงละครเพราะเราอยากให้พ่อแม่พาลูกมาชมละครได้

สุดท้ายแล้วมีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย

มีความสุขมากครับ เพราะอย่างน้อยเราก็เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยผ่อนคลายความขัดแย้งในบ้านเมืองของเรา เพราะเด็กเค้ารอไม่ได้ เราจะต้องมีทิศทางที่ชัดเจนในการพัฒนาเค้า เพราะมันคือวาระแห่งชาติก็ว่าได้ เพราะช่วงเวลาในวัยเด็กมันผ่านไปเร็วมาก เรามีพื้นที่สำหรับเด็กน้อยมาก ซึ่งผมคงต้องฝากผ่านไปถึงผู้ใหญ่ให้พิจารณาเรื่องความสำคัญของละครที่มีต่อเด็กด้วยนะครับ