ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ

อาหารตาม(พ่อ)สั่ง

ตะหลิวลองค้นรายชื่อน้ำพริกของบ้านเราดู ก็พบว่าน้ำพริกบ้านเรานั้นมีอยู่เกือบ 40 ชนิด ก็เลยทำให้คิดว่าน้ำพริกนี่คงเป็นอาหารคู่ครัวไทยมานานมากแล้ว

น้ำพริกบางอย่างก็เป็นสูตรโบราณ เช่นน้ำพริกลงเรือ น้ำพริกกะปิ

น้ำพริกบางอย่างก็หาเครื่องยากจริงๆ อย่างน้ำพริกมะอึก ที่เดี๋ยวนี้หามะอึกแทบไม่ค่อยเจอ ขนาดบ้านตะหลิวอยู่ต่างจังหวัด ที่น่าจะมีมะอึกให้เห็นบ้าง กลายเป็นว่าแม่ค้าบางคนไม่รู้จักมะอึกซะงั้น (บ่นทำไมเนี่ย)

เรามาเข้าเรื่องข้าวผัดน้ำพริกลงเรือของเรากันดีกว่าจ้ะ

ตามประวัติว่าเอาไว้ว่า น้ำพริกลงเรือมีต้นกำเนิดมาจากวังสวนสุนันทา โดย เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เป็นผู้คิดค้นขึ้น

ส่วนน้ำพริกลงเรือที่นำมาผัดกับข้าวผัดนั้นเป็นอย่างไรเรามาดูกันจ้ะ

เครื่องปรุง

  • ข้าวสวย 2 ถ้วย
  • กะปิอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมไทย 4-5 หัว
  • มะนาว 2-3 ลูก
  • พริกขี้หนูสวน 20-30 เม็ด
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  • ไข่เค็ม 2 ฟอง
  • ปลาดุกฟูตามชอบ
  • หมูเนื้อแดง (หรือหมูสามชั้น) 200 กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 4-5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันผัด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักต้ม และผักสด ตามชอบ

จริงๆแล้วน้ำพริกลงเรือสูตรดังเดิมนั้นทำได้ง่ายมาก พอมาสมัยนี้ตะหลิวเห็นมีใส่กุ้ง ใส่มะอึก มะเขือพวงอะไรกันวุ่นวายไปหมด ก็แอบงงนิดๆอยู่เหมือนกัน

เอาเป็นว่าดูสูตรที่ตะหลิวทำดีกว่าเนอะ ส่วนใครจะใส่มะเขือ มะอึกอะไรก็ใส่ได้ตามสะดวกเลยจ้า

อ้อ! อีกเรื่องคือสูตรจริงๆ เขาต้องใช้หมูสามชั้นในการทำหมูหวาน แต่ตะหลิวไม่ถูกโรคกับไขมันหมูทุกชนิด ก็เลยขอเปลี่ยนมาใช้หมูเนื้อแดงแทน

  1. อันดับแรกให้ต้มน้ำก่อนเลยจ้ะ เราต้องต้มเนื้อหมูกันก่อน
  2. พอน้ำเดือดก็ให้หย่อนเนื้อหมูลงไป แล้วต้มไว้สุก จากนั้นก็ตักหมูขึ้นมาพักไว้
  3. เอากะปิมาห่อด้วยใบตอง แล้วย่างไฟอ่อน จนหอม
  4. แกะกระเทียม เด็ดพริก แล้วใส่ลงไปในครก
  5. ตำให้ละเอียด (ยิ่งละเอียดจะยิ่งหอม)
  6. ใส่กะปิย่างลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  7. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว และใส่น้ำตาลทรายลงไป
  8. ตอนนี้หมูต้มก็น่าจะเย็นลง พอจับได้แล้ว ก็ให้หั่นหมูเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
  9. ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน แล้วเติมน้ำมันผัดลงไป
  10. พอกระทะร้อนก็ให้ใส่หมูต้มที่หั่นเป็นชิ้นแล้วลงไปผัด
  11. เติมน้ำตาลปี๊บลงไป ใส่น้ำปลา และน้ำสะอาดนิดหน่อย
  12. ผัดไปเรื่อยๆจนน้ำตาลปี๊บละลายหมด ชิมรสดูให้หวานนำ เค็มนิดหน่อย
  13. เราจะได้หมูหวานก็ให้ตักใส่ถ้วยพักไว้
  14. จริงๆแล้ว เขาต้องล้างกระทะเริ่มต้นใหม่ แต่ตะหลิวชอบที่จะผัดลงไปเลยมากกว่า ดังนั้น ก็ให้ใส่ข้าวสวยลงไปแล้วผัดด้วยไฟอ่อน
  15. ใส่น้ำพริกที่เราเพิ่งตำไปเมื่อสักครู่ลงไป
  16. ผัดไปเรื่อยๆ จนสีข้าวเนียนไปทั้งกระทะ (เป็นสีเดียวกันทั้งกระทะ)
  17. ตักข้าวผัดน้ำพริกใส่จาน
  18. ราดด้วยหมูหวานนิดหน่อย
  19. จัดจานด้วยไข่เค็ม หมูหวาน ปลาดุกฟู และผักสดหรือผักต้มตามชอบ

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือแสนอร่อยทันทีแล้วจ้ะ

เขียนไปก็แอบน้ำลายไหลไป เพราะสูตรนี้ทำง่ายและอร่อยอย่าบอกใครเชียว คุณผู้อ่านลองทำดูนะจ๊ะ

ส่วนใครจะใส่มะเขือพวงหรือมะอึก ก็ใส่ลงไปในขั้นตอนตำน้ำพริกได้เลยจ้ะ