"ตลาดโก้งโค้ง"

บ้านแสงโสม พระนครศรีอยุธยา
ชมตลาด
ช่างภาพ: 

แม้เราสองคนชื่อเสียงเรียงนามออกจะฝรั้งฝรั่ง แต่จิตใจเราสองคนนั้นไท้ไทยนะเจ้าคะ บางทีเกี่ยวก้อยไปเดินช็อปปิ้งฟรุ้งฟริ้งในตลาดนะ เจสสิก้านุ่งผ้าซิ่นไปด้วยนะ รู้ยัง???

แม้จะนุ่งซิ่น ห่มสไบในยุคโลกาภิวัตน์ แต่ถ้าไปถึงตลาดโบราณแห่งนี้แล้ว ก็สามารถงามอย่างไทยได้อย่างไม่มีขัดเขินเลยเจ้าค่ะ เพราะที่นี่คือ "ตลาดโก้งโค้ง" ณ บ้านแสงโสม หมู่ 5 ถนนบางปะอิน - วัดพนัญเชิง (ติดวัดบ้านเลน) ตำบลขนอนหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา (อยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ11 กิโลเมตร) เป็นตลาดวิถีไทย ที่เน้นแนวการอยู่ร่วมกันอย่างญาติมิตร รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีชาวบ้าน มีอาหารและสินค้าพื้นเมืองที่หาชมได้ยาก บรรยากาศการซื้อขายเต็มไปด้วยอัธยาศัยไมตรีอบอุ่นเป็นกันเอง เนื่องจาก ตลาดแห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน จึงไม่ต้องเสียค่าสถานที่ ขอเพียงแค่เวลานำของมาจำหน่าย ขอให้แต่งชุดไทยๆ แบบชาวบ้านจริงๆ เพื่อรักษาวิถีชีวิตแบบอยุธยาเอาไว้ ทำให้สินค้าในตลาดราคาถูกมากค่ะ

"บ้านแสงโสม" ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ ที่คงความเป็นสถาปัตยกรรมไทยโบราณไว้อย่างเด่นชัด ให้บรรยากาศเก่าๆยุคกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี บริเวณนี้ในอดีตเป็นด่านขนอน (ด่านเก็บภาษี) และเป็นสถานที่ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิด ทั้งที่เป็นสินค้าชุมชนและสินค้าที่มาจากต่างเมือง ส่วนคำว่า "ตลาดโก้งโค้ง" เป็นคำที่ใช้เรียกตลาดในสมัยโบราณ อยู่คู่กับกรุงศรีอยุธยามาเป็นเวลานาน โดยคนขายสินค้าจะนั่งขายสินค้าอยู่บนพื้นดิน ดังนั้น คนที่มาซื้อสินค้าจะต้อง "โก้งโค้ง" เพื่อเลือกดูสินค้าที่ตนสนใจ ซึ่งการโก้งโค้งของคนไทยนั้น ทำได้สุภาพ นุ่มนวล เป็นกิริยาที่แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน โดยภาพการซื้อขายจะเต็มไปด้วยความอ่อนโยน และเต็มไปด้วยอัธยาศัยไมตรีเป็นมิตร ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

เราไปถึงตลาดเวลาประมาณ 10.00 นาฬิกา ซึ่งเป็นช่วงตลาดเปิดพอดีค่ะ จึงได้ชมการรำวงกลองยาวถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตลาด คือพ่อปู่โสม และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช การรำกลองยาวนี้เป็นความเชื่อของชุมชนที่ขอบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขา มาขออาศัยแผ่นดินนี้ทำมาหากินค่ะ

จากนั้นเราก็เดินจับจ่ายใช้สอยข้าวของเครื่องใช้และอาหารคาวหวานในตลาดที่มีมากมายทั้งของสด ของแห้ง ผัก ผลไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ขนมสายบัว ขนมแป้งจี่ ขนมครกรสโบราณ ขนมถั่วแปบ ขนมหม้อแกงถั่ว ทองหยิบ ทองหยอด ขนมถ้วย ขนมตาล กล้วย ส้มโอ ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ส้มตำ ไก่ย่าง หมูสะเต๊ะ ห่อหมก ข้าวปั้นสูตรโบราณ สนุกสนานกับการเดินชมร้านขายของที่ระลึก ชมสาธิตการเป่าแก้ว พร้อมการแสดงจากชุมชนที่มีให้ชมกันเกือบตลอดทั้งวันเลยค่ะ

สำหรับท่านที่ไม่เคยเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) แล้วข้ามสะพานนนทบุรีหรือสะพานนวลฉวี ไปยังจังหวัดปทุมธานีต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวงหมายเลข 3111) เลี้ยวแยกขวาที่อำเภอเสนาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี ทางหลวงหมายเลข 306 ถึงทางแยกสะพานปทุมธานี เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 แล้วไปแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3309 ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางปะอิน ก็เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้แล้วล่ะค่ะ

นอกจากนี้บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทุกวัน วันละหลายเที่ยว โดยออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา และรถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 กรุงเทพฯ-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร-พระนครศรีอยุธยา...เที่ยวตลาดโบราณให้สนุกสนานแล้ว อย่าลืมแวะไปชมโบราณสถานต่างๆในเมืองพระนครศรีอยุธยาด้วยนะคะ