"นครพนมบ้านฉัน" เมืองน่ารักของนักปั่นฯ

เส้นทางนำร่อง "จักรยานสุขภาพ 3 ประเทศ" ข้ามลำน้ำโขง เชื่อมโยงภาษาดนตรี เพลินเพลงแจ๊ซซ์ เพลินใจโปงลาง
ที่นี่รายการตะวันหรรษา

กระแสความนิยมเดินทางและออกกำลังกายด้วยจักรยาน กลับมาสู่ความนิยมชมชอบของคนไทยทุกภูมิภาค จังหวัดที่อยู่ใกล้ชิดติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ความสำคัญกับการกำหนดเส้นทางปั่นจักรยานเชื่อมโยงสองประเทศได้อย่างมีสีสันและเกิดการรวมตัวขึ้น เพื่อร่วมสร้างปรากฏการณ์ "นักปั่นจักรยานข้ามลำน้ำโขง" ขึ้นบนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่ง

เมืองเล็กๆ แต่ก็มีความน่ารักและน่าประทับใจในทุกครั้งที่ได้เดินทางมาเยือน เพลินตาเพลินใจไปกับธรรมชาติและวิถีผู้คนของสองฝั่งโขงที่เชื่อมใจผูกพันผ่านแม่น้ำโขง มีทิวเขาทอดแนวยาวต่อเนื่อง และเป็นที่มาของนามพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ว่า "นครพนม" เมืองแห่งภูเขา

"นครพนม" เป็นหนึ่งในสามกลุ่มจังหวัดสนุก มีแนวโน้มการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเพิ่มมากขึ้น มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย อาทิ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันนำข้อมูลไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศักยภาพกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม และจังหวัดใกล้เคียงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดิฉันได้รับเชิญจากจังหวัดนครพนม ผ่านวินวินสมาย ให้ไปร่วมงาน "จักรยานสุขภาพ 3 ประเทศ" ภายใต้โครงการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (กลุ่มสนุก) เพื่อยกระดับและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความเป็นเลิศในภูมิภาค และรองรับ AEC

ผู้จัดงานเปิดเผยว่าจังหวัดนครพนมได้เชิญ วงดนตรีแจ๊ซซ์ ออเคสตร้าระดับโลก "The Biggles Big Band" จากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นดินแดนจักรยาน มาบรรเลงเพลงแจ๊ซซ์ในงานเลี้ยงต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม และแบ่งปันประสบการณ์ด้านดนตรีให้เด็กนักเรียนด้วย

นับว่าเป็นโอกาสที่ดียิ่ง "วงโปงลางโรงเรียนเชียงยืนวิทยา" มีโอกาสเรียนรู้ทักษะด้านดนตรีร่วมกันบนเวที โดยมีศิลปิน "ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน" มาร่วมอันเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ และขับร้องให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เพลิดเพลินกับการบรรเลงเพลงอย่างเต็มที่ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มสีสันและมิติใหม่ให้กับจังหวัดนครพนม เป็น "เมืองแห่งความสุข" และ "เสียงดนตรี"

พิธีปล่อยขบวนคาราวานจักรยาน "ปั่นสุดชิค เพลินพิศริมโขง ณ นครพนม" ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชวนี ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และ อดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมตีธงปล่อยจักรยาน "ปั่นสุดชิค" เลาะริมโขงรอบเมืองนครพนม โดยมีประชาชนและข้าราชการให้นำจักรยานของแต่ละบ้าน มาร่วมปั่นจักรยานเติมสุข และต้อนรับนักปั่นฯผู้มาเยือน และเดินทางร่วมกันไปตาม "เส้นทางเลียบริมโขง" และเขตเมืองนครพนม

เส้นทางเริ่มที่ 1. หอสมุดฯ (หน้าศาลากลาง) มุ่งสู่แยก ททท. แล้วเลี้ยวขวา (ระยะทาง 400 เมตร) 2. ททท.นครพนม ผ่านหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ - วัดโอกาสศรีบัวบาน - ตลาดอินโดจีน - ลานพนมนาคา - สามแยกป่าไม้ (ระยะทาง 1600 กิโลเมตร) เลี้ยวขวาสู่ถนนนิตโย 3. สามแยกป่าไม้ - สี่แยกธนาคารไทยพาณิชย์ (ระยะทาง 1000 เมตร) 4. จากสี่แยกธนาคารไทยพาณิชย์ - ตลาดสดเทศบาล - โรงเรียนอนุบาล - หอสมุดแห่งชาติฯ (ระยะทาง 1500 เมตร) รวมระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร

เหล่านักปั่นฯ กลับมาพร้อมกับความประทับใจ ทีมงานฯจัดเตรียมดื่มน้ำและผลไม้มอบให้ทุกคน จากนั้นเป็นกิจกรรม "สนุกเรื่องเล่าของชาวจักรยาน" ชมการโชว์จักรยานโบราณ จักรยานวินเทจ จักรยานคลาสสิค จักรยานแฟนซี การแสดงโชว์จักรยานเล่นท่า ประเภท Flat Land และรับมอบของที่ระลึก บริเวณหน้าหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เวลา 18.30 น. ร่วมงานเลี้ยงต้อนรับนักปั่นฯ "เพลินเพลงแจ๊ซซ์ สุขสุดชิค" ชมการแสดงศิลป์พื้นถิ่นนครพนม และการบรรเลงโปงลางโรงเรียนเชียงยืนวิทยา ตามมาด้วยการแสดงของวงดนตรีแจ๊ซซ์ ออเคสตร้าระดับโลก The Biggles Big Band จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่งท้ายค่ำคืนความสุขด้วยการร่วมอันเชิญเพลงพระราชนิพนธ์และขับร้อง66ของศิลปิน "ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน" และร่วมร้องเพลง "นครพนมบ้านฉัน"

ก่อนอำลา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้มอบของที่ระลึกแด่ท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ผู้ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมฯ ได้แก่ สนง.ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม ททท.นครพนม ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดนครพนม หอการค้าจังหวัดนครพนม สโมสรโรตารี่นครพนม โรงเรียนเชียงยืนวิทยา สายบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) โรงแรมฟอร์จูนริเวอร์วิวนครพนม บริษัท คำม่วนจำกัด นักดนตรี Biggles Big Band และ ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน แล้วถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น 06.00 น. นักปั่นจักรยานและผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาลงทะเบียน รับประทานอาหารเช้า เครื่องดื่ม ณ จุดสตาร์ท หน้าหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ และ 08.00 น. เป็นพิธีเปิดและปล่อยขบวนคาราวานจักรยาน กิจกรรม "จักรยานสุขภาพ 3 ประเทศ" Tri-nation Friendship Bike Ride 2015 : Thailand-Laos-Vietnam โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชวนี ทองโรจน์ และ อดิศักดิ์ เทพอาสน์ ร่วมตีธงปล่อยขบวนจักรยาน มีนักปั่นฯ รวมกว่า 600 คน

อดิศักดิ์ เทพอาสน์ กล่าวว่าการจัดกิจกรรมจักรยานสุขภาพ 3 ประเทศครั้งนี้ เป็นโครงการนำร่องท่องเที่ยวเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านโดยใช้จักรยาน ได้ออกกำลังกายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางด้านการท่องเที่ยว ค่าสมัครท่านละ 300 บาท นำไปจัดซื้อจักรยานและอุปกรณ์กีฬา มอบให้แก่เด็กนักเรียนในแขวงคำม่วน สปป.ลาว

กิจกรรม "จักรยานสุขภาพ 3 ประเทศ" เป็นการปั่นจักรยานระยะทางไกล จากประเทศไทยไป สปป.ลาว โดยนักปั่นจักรยานจาก 3 ประเทศ ไทย-ลาว-เวียดนาม ร่วมกัน ปั่นจักรยานข้ามแดนที่สวยที่สุดในลำน้ำโขง หอสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ - สะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม - คำม่วน) - เมืองท่าแขก - วัดศรีโคตรตะบอง แขวงคำม่วน สปป.ลาว - ศาลากลางจังหวัดนครพนม ไปกลับรวมระยะทาง 68 กิโลเมตร

เส้นทาง เริ่มปล่อยตัวที่จุดสตาร์ท หอสมุดแห่งชาติ (หน้าศาลากลาง) เลี้ยวซ้ายสู่ถนนสุนทรวิจิตร ผ่านพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) เลี้ยวซ้ายจาก วัดนักบุญอันนา หนองแสง สู่ทางหลวงหมายเลข 212 - หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง - สะพานมิตรภาพ 3 นครพนม - คำม่วน (ระยะทาง 12 กิโลเมตร)

09.00 น. คาราวานจักรยานปั่นเดินทางมาถึงสะพานมิตรภาพ 3 นครพนม-คำม่วน จัดกระบวนทัพเตรียมพร้อมข้ามแดนบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ในขณะที่ทีมสื่อมวลชนและช่างภาพเตรียมพร้อมจับภาพประวัติศาสตร์ "ขบวนจักรยานบนสะพานมิตรภาพ 3" จุดข้ามแดนที่ได้ชื่อสวยงามที่สุดของลำน้ำโขง

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) ตั้งอยู่ที่ บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม ประเทศไทย ข้ามไปสู่ บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว สะพานข้ามแม่น้ำโขงนี้ยาว 1.423 เมตร กว้าง 11 เมตร 2 ช่องจราจร เปิดอย่างเป็นทางการ 11 พฤศจิกายน 2554 เวลา 11.11 น.

อาคารด่านควบคุมการผ่านแดนทั้งสองฝั่งเป็นดั่งประตูเมืองแสดง ศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น สมมาตรกัน 4 ทิศ มีซุ้มประตูอยู่ตรงกลาง หลังคาเป็นทรงจั่วซ้อนกันบอกเล่าเรื่องราวความเป็นอยู่ การทำมาหากิน ศาสนา และความเชื่อของท้องถิ่น อาคารฝั่งไทยได้อัญเชิญสัญลักษณ์ของจังหวัด คือ องค์พระธาตุพนม มาประดิษฐานไว้ส่วนบนสุดของอาคา รสะท้อนเอกลักษณ์พื้นถิ่น มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านช้าง

คาราวานจักรยานข้ามสะพานมิตรภาพ 3 ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว เข้าสู่ เมืองท่าแขก (Tha Khaek) แขวงคำม่วน ปั่นจักรยานบนถนนเลียบริมโขง ชมความงามของอาคารบ้านเรือนสไตล์ฝรั่งเศส และโคโลเนียน มีหลายแห่งที่ปรับเปลี่ยนเป็นร้านอาหารและที่พักของนักท่องเที่ยว บริเวณตลาดเย็นพลาซ่า ตลาดขายอาหารพื้นเมือง ส้มตำ ไก่ย่าง และของปิ้งย่างมากมาย

ดินแดนที่ตั้งเมืองท่าแขกเป็นส่วนหนึ่งของ อาณาจักรฟูนันและเจนละ เจ้าผู้ครองมีเชื้อสายมอญ - เขมร (ศตวรรษที่ 5-6) ต่อมาเจริญรุ่งเรืองเป็น อาณาจักรศรีโคตรบูร (ศตวรรษที่ 11-15) และเคยเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนครพนมด้วย ก่อนไทยจะเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์ รศ. 112 หลังจากนั้นเมืองท่าแขกก็ตกอยู่ใต้อาณัติฝรั่งเศสและลาว ทุกวันนี้เขตเมืองเก่าท่าแขกบริเวณริมน้ำโขง ยังคงมีอาคารบ้านเรือนยุคอาณานิคมสไตล์เฟรนซ์-โคโลเนียล (French-Colonia) เรียงรายอยู่มากมาย

จุดหมายอยู่ วัดศรีโคตรตะบอง เพื่อสักการะ พระธาตุศรีโคตรตะบอง คู่บ้านคู่เมือง สปป.ลาว สุภาพสตรีควรสวมผ้าซิ่น ถวายบายศรีดอกไม้สด และธูปเทียน เพื่อบูชาองค์พระธาตุ จากนั้นร่วมพิธีมอบจักรยานจำนวน 50 คัน และอุปกรณ์กีฬา ให้กับผู้แทนแขวงคำม่วน แล้วพักทานอาหารกลางวันริมฝั่งโขง

อาณาจักรศรีโคตรบูร (ลาวเรียกว่า ศรีโคตรตะบอง) ตั้งอยู่ในเขตเมืองท่าแขกแขวงคำม่วน ทางภาคกลางฝั่งตะวันตกของลาวปัจจุบัน มีชายแดนติดกับแม่น้ำโขง ออกจากตัวเมืองท่าแขกไป 6 กิโลเมตร จะพบพระธาตุสำคัญองค์หนึ่งของลาว คือ พระธาตุศรีโคตรตะบอง (พระธาตุศรีโคตรบูร) เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาของพี่น้องสองฝั่งโขง ผู้คนในแถบนี้ต่างไปมาหาสู่กันเสมอ

เชื่อกันว่า องค์พระธาตุศรีโคตรตะบอง ศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าไว้ถึง 4 พระองค์ คือ 1. พระกกุสันธพุทธเจ้า 2. พระโกนาคมพุทธเจ้า 3. พระกัสสปพุทธเจ้า และ 4. พระโคตมพุทธเจ้า มีข้อสันนิษฐานว่า พระสุมิตตธรรมวงศาธิราช เป็นผู้สร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระยาสีโคตรตะบอง กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรศรีโคตรบูร ต่อมา พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้บูรณะองค์พระธาตุศรีโคตรบูร เพื่อให้สมบูรณ์และงดงามยิ่งขึ้น

องค์พระธาตุนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ส่วนฐานก่ออิฐถือปูนทาสีขาว ปลียอดฉาบทองเรืองรองอร่าม เมื่อกราบสักการะขอพรแล้ว ควรเข้าไปในวิหารใกล้ๆ เพื่อสักการะองค์พระประธาน ทำบุญถวายปัจจัยตามกำลัง หากโชคดี จะได้พบพระสงฆ์ให้ศีลให้พรและผูกข้อไม้ข้อมือ รับขวัญเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่มาเยือน

ภายในวิหาร มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง บอกเล่าเรื่องราวของพุทธประวัติ มีพระพุทธรูปองค์น้อยใหญ่สลักด้วยไม้เป็นศิลปะล้านช้าง วางไว้เบื้องหน้าพระประธานและตามฝาผนัง จัดวางไว้ตามความเชื่อของชาวลาว ที่แปลกตาน่าชื่นชม ผู้สนใจภาพเก่าและหนังสือลาวเลือกซื้อได้ภายในบริเวณวัดค่ะ

เวลา 13.30 น. ขบวนคาราวานจักรยานเดินทางออกจากบริเวณวัดศรีโคตรตะบอง กลับคืนสู่จังหวัดนครพนม ประเทศไทย ระหว่างทางได้พบเห็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ และมิตรไมตรีของนักปั่นจักรยาน บางคนเกิดอาการอ่อนล้าอ่อนแรง บางคนเป็นตะคริว ต้องหยุดพักหรือยกเลิกการปั่นเที่ยวกลับแล้วนำรถจักรยานขึ้นไปฝากไว้บนรถสำรอง ซึ่งมีจำนวนน้อยค่ะ เพราะส่วนใหญ่ฟิต ปั่นกลับได้สบายๆ

ถึงจุดพักดื่มน้ำ และของว่างผลไม้ ที่ศาลหวัวโองมู่ ชมการแสดง "แสกเต้นสาก" (รำลาวกระทบไม้) เป็นการเต้นบวงสรวงเจ้าที่ และประเพณีของ "ชนเผ่าแสก" อาศัยอยู่ใน หมู่บ้านอาจสามารถ เทศกาลแสกเต้นสากจะมีขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 2-3 ค่ำ เดือน 3 การเต้นจะใช้ไม้ทาสีแดงสลับสีขาว เรียกว่า "สาก" นำด้วยเสียงกลองจังหวะเร็ว ผู้เต้นจะซอยเท้าถี่ๆ ตามจังหวะการกระทบไม้ที่เร็ว จึงเป็นการเต้นที่เร็วมาก

บุณยนุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท.นครพนม กล่าวว่ากิจกรรม "จักรยานสุขภาพ 3 ประเทศ" เป็นโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีสุขภาพที่ดี และเปิดเส้นทางเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ นอกจากเส้นทาง "ปั่นจักรยานเลียบริมโขง" ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นให้ชาวลาวเมืองท่าแขกทำให้เกิดการรวมกลุ่มกันปั่นจักรยานข้ามมาท่องเที่ยวที่ฝั่งนครพนม ส่วน "เพลินเพลงแจ๊ซซ์สุดชิค" เป็นการตอกย้ำถึงความเป็น "เมืองน่าอยู่" ของนครพนมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เสน่ห์ของ "นครพนม" ที่ทำให้ต้องหลงรักก็คือ "วิถีชีวิต" ของชุมชนริมฝั่งโขง ความหลากหลายของชาติพันธุ์ วัดวาอาราม และองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ธรรมชาติที่สงบงามเติมพลังชีวิตให้กับผู้มาเยือน รวมถึงศิลป์การแสดงพื้นถิ่นอีสาน เมืองน่ารักแห่งนี้ยังคงมีเรื่องราวดีๆ ที่รอคอยให้ไปติดตามค้นหาเสมอค่ะ