"กระบี่" ต้องมา...ครั้งเดียวไม่เคยพอ

ท่องเที่ยวทั่วไทย

1. เริ่ม กระบี่...เที่ยว 365 วัน

ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนได้ไปจรลีที่จังหวัดกระบี่ กับเที่ยวบิน DD7910 ซึ่งการันตีว่า ทุกเที่ยวบินมีรอยยิ้ม ในระหว่างที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ พร้อมกับรอคอยเพื่อนร่วมทาง ก็ได้ทราบข่าวคราวบางอย่าง และให้รู้สึกยินดีไปกับชาวกระบี่

ด้วย 5 พฤษภาคม ครบรอบตั้งเมือง 143 ปี

เมืองยุคเก่าก่อน จนเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์

กระทั่งเวลาราวๆ 17.30 น. ผมมาสดับตรับฟังในงาน Krabi 365 Days จึงทราบเติมอีกว่าจังหวัดกระบี่...มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีแหล่งท่องเที่ยวด้านฮาลาล ในระดับต้นๆของประเทศ ทั้งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับคู่รัก เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ นอกจากนั้นยังมีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวด้านเรียนรู้ดูงาน รวมถึงการทำกิจกรรมทางด้าน CSR และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับผู้เกษียณอายุ

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ทรงพล สวาสดิ์ธรรม ปรารภในงานแถลงข่าว ว่าจังหวัดกระบี่นั้น เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ทั้งของประเทศไทยเรา และส่วนหนึ่งก็เป็นของโลกด้วย ทว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลย มักผูกมโนภาพของจังหวัดกระบี่ กับท้องทะเลแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งจริงๆแล้วความงามของทะเลจังหวัดกระบี่ เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาอยู่แล้ว ในบางครั้งบางครา ก็ทำให้หลงลืมไปบ้างว่า จังหวัดกระบี่...ก็ยังมีของดีๆอีกเยอะแยะ

Krabi 365 Days จัดงานโดย จังหวัดกระบี่ ร่วมมือกับทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่ พร้อมภาคเอกชนและชุมชนกระบี่

ผมนั่งฟังทำตาแบ้ว อย่างสนใจใคร่ครวญ

แล้วก็ปลาบปลื้ม กับแนวคิดการท่องเที่ยว

ว่าสามารถมาทัศนา ที่จังหวัดกระบี่ได้ 365 วันเลย เพราะทางจังหวัดกระบี่ จะไม่มีไฮซีซั่น และไม่มีโลซีซั่น มีแต่ฤดูกาลการท่องเที่ยว อาทิ เที่ยวทางทะเล ราวเดือนพฤศจิกายน ที่เริ่มต้นด้วยงานเบิกฟ้าอันดามัน หลังจากนั้นก็เป็นช่วงของกรีนซีซั่น โดยเป็นช่วงของต้นไม้ใบหญ้า สีเขียวครึ้มสวยงาม ถือเป็นช่วงของการท่องเที่ยวหลากหลาย

อารมณ์สุนทรียะของผม กลับมาสะดุดกึก

เมื่อได้ยลการแสดง Mascot จังหวัดกระบี่

ดังที่ผู้ว่าฯเปรยก่อนหน้านี้ "เราได้หารือร่วมกันว่า จะสรรหาอะไรดี มาเป็นตัวมาสคอต ในงาน Krabi 365 Days เลยมามองกันว่า ถ้าเน้นที่เรื่องของทะเลอีก ก็ยังคงเหมือนเดิม เพราะทะเลกระบี่ โดดเด่นอยู่แล้ว แต่เราต้องการเน้นส่วนอื่นๆ ก็ได้มิสเตอร์กระบี่ หรือที่รู้จักกันอย่างดี ในนามเดิมว่า มิสเตอร์อ่าวลึก จริงๆแล้วเป็นหัวหน้าเผ่า ที่มีภาพปรากฏในถ้ำผีหัวโต นั่นคือ...สิ่งที่สะท้อนถึงเรื่องราวในอดีต และต่อยอดมาจนถึงปัจจุบันและอนาคต ซึ่งเราได้มองว่า...มิสเตอร์กระบี่ ไม่ใช่ตัวแทนของอ่าวลึก แต่เป็นตัวแทนทั้งจังหวัดกระบี่"

Mr. Krabi ที่ออกเอ็กเซนต์ว่า มิสเตอร์กาบี้

รายละเอียด เราจะได้ติดตาม ในวันต่อๆไป

จากนั้นผู้ว่าฯกล่าวทิ้งท้าย "จากตรงจุดนี้เอง ที่ร่วมมือกับทุกๆภาคส่วน แล้วก็พุดแคมเปญสำคัญๆขึ้นมา โดยใช้คำว่า 'กระบี่ ต้องมา...ครั้งเดียวไม่เคยพอ' ซึ่งความหมายที่ต้องมา ก็เพราะมีทะเลระดับนานาชาติ มีชาวต่างชาติดั้งด้นมาท่องเที่ยวกัน ฉะนั้นเราเป็นคนไทย อย่างน้อยสุดต้องมากระบี่สักครั้งหนึ่ง ส่วนความหมายที่ว่า ครั้งเดียวไม่เคยพอ ที่เรากำลังจะบอกอีกว่า กระบี่ได้มีที่ท่องเที่ยวมากกว่านั้น ทรัพยากรที่มีอยู่มากมายในกระบี่ ไม่สามารถมาเที่ยวครั้งเดียว แล้วกลับไปได้ แต่จำเป็นที่ต้องมาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างต่อเนื่อง

...ก็เพราะกระบี่ที่เดียวเที่ยวครบเครื่อง กระบี่เมืองเดียวเที่ยวได้ทั้งปี กระบี่เที่ยวได้ทั้ง 365 วัน กระบี่มีดีมากกว่าทะเล หรือกระบี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล อยากจะบอกกับนักท่องเที่ยวว่า กระบี่กรีนซีซัน สวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ด้วยอากาศที่เย็นสบาย แมกไม้เขียวขจี ลำคลองมีน้ำเต็ม แม้ท่องเที่ยวทางทะเล ยังท่องเที่ยวกันได้ตลอดปี และที่สำคัญราคาเหมาะสำหรับคนไทย เราจะดูแลนักท่องเที่ยว ให้เสมือนหนึ่งเป็นญาติ มิใช่เป็นเหยื่อ"

ณ มุมห้องภายใน apo Hotel หลังกลับจากงานแถลงข่าวมา ก็ได้นั่งซึมซับกับบรรยากาศยามเย็น จากตรงหน้าต่างกระจกบานโต มีเบื้องหน้าเป็นถนนอุตรกิจ อยู่ที่ริมเขื่อนท่าเทียบเรือเขาขนาบน้ำ พอมองข้ามแม่น้ำสู่ฝั่งตรงกันข้าม เห็นผืนป่าชายเลนพวกโกงกาง หันแลทางด้านซ้ายมือของท้องถนน เกิดอาการชะงัดชะงันกับ ประติมากรรมปูดำ หรือ Black Crab ที่ทางเทศบาลเมืองกระบี่มาสร้างให้เป็นถนนสายประติมากรรม ประกอบด้วยครอบครัวปู 4 ตัว ตัวที่ใหญ่สุดกระดองกว้าง 3 เมตร ซึ่งทั้งหมดทำมาจากทองเหลืองรมดำ

ประติมากรรมปูดำ ได้สื่อถึงความสัมพันธ์ของครอบครัว ตามนิทานอีสปเรื่องแม่ปูกับลูกปู ที่พ่อแม่ทุกคนจะต้องสอนลูกให้อยู่ในระเบียบวินัย เคารพผู้ใหญ่ และประพฤติตนเป็นคนดี ขณะที่ติดๆกันตรงหลักกิโลเมตรที่ 0 ยังมี ประติมากรรมนกอินทรี หรือคนท้องถิ่นเรียกกันว่า "นกออก" ซึ่งนกอินทรีจัดให้เป็นนกประจำถิ่น ที่มีลำตัวยาวราวๆ 65-70 เซนติเมตร อาศัยตามยอดเขาขนาบน้ำ มักบินให้เห็นกันบ่อย ยามออกหากินตามแม่น้ำ

ประติมากรรมนกอินทรี ที่มีตั้งอยู่ด้วยกัน 2 จุด คือ อยู่ใกล้กับประติมากรรมปูดำ และตรงสี่แยกถนนมหาราช โดยถูกสร้างสรรค์ในการรณรงค์ เพื่อประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ มาร่วมมือกันอนุรักษ์ ให้นกอินทรีทะเลท้องขาว อยู่คู่กับกระบี่ตลอดไป ทั้งยังเป็นวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเทศบาลเมืองกระบี่ ดังคำว่า บินให้สูง มองให้ไกล ไปให้ถึง

แลไม่ค่อยถนัดตา ออกไปเดินสำรวจดีกว่า

เลยสัมผัสอีกด้าน ในด้านที่เป็นเมืองศิลปะ

ซึ่ง เทศบาลเมืองกระบี่ มาส่งเสริมเต็มที่

เทศบาลเมืองกระบี่ ปรารถนาให้รับทราบ ทางด้านประวัติศาสตร์ หรือข้อมูลความเป็นมา ทั้งยังส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ในรูปแบบของศิลปะและประติมากรรม ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไฟจราจรมนุษย์โบราณ สัญญาณไฟจราจรนกอินทรี สัญญาณไฟจราจรช้าง สัญญาณไฟจราจรเสือเขี้ยวดาบ ประติมากรรมนกอินทรี หรือประติมากรรมปูดำ ที่อยู่เบื้องหน้าของผมนั้น ได้เป็นการเล่าเรื่องราวในกระบี่ ราวกับเป็นหนังตัวอย่างให้ชมกัน

บริเวณริมเขื่อนที่ท่าเทียบเรือ บรรยากาศช่างมาเป็นใจจริงๆ แล้วก็หวนนึกไปถึงบทเพลง เรารักกระบี่ ที่ได้ยินหลังงานแถลงข่าวเสร็จ เป็นบทเพลงอันไพเราะเสนาะหู ที่ได้ขับร้องโดย ว่าน-ธนกฤษ พานิชวิทย์ ซึ่งแลเห็นท่านผู้ว่าฯ ภูมิอกภูมิใจอยู่ไม่น้อย ก็เลยเดินฮัมเพลงไปอย่างผิดๆถูกๆว่า ฮือ ฮื้อ ฮือ...มองไปที่ทะเลกับฟ้าสีคราม กับทิวมะพร้าวที่งดงาม มองไปที่หาดทราย ช่างสวยเหมือนเกล็ดทอง เธอจะรู้บ้างไหม ว่าใครแอบมอง สายลมผ่านพัดพา ให้มีไออุ่น ชั่วนิจนิรันด์ มีเธอและมีฉัน ที่เกาะสวรรค์ จะมีแต่ความรัก ที่แห่งนี้ กระบี่ ที่ที่ทำให้ฉันพบเธอ เป็นดังรักแรกที่ได้เจอ เมื่อเธอปรากฏกายขึ้นมา ที่แห่งนี้ กระบี่ คือ ดินแดนแห่งนางฟ้า มนต์สะกดของเทพธิดา ชวนให้เรากลับมารักกัน ได้ทั้งปี ธรรมชาติงดงาม คือ ยิ้มของเธอ กับวัฒนธรรมที่เลิศเลอ เป็นดังแดนสวรรค์ ที่เรายังจดจำ ไม่อาจบรรยายด้วยถ้วยคำ

เดินร้องเรื่อยเปื่อย จนถึงห้องพัก เปลี่ยนเสื้อผ้า เข้าห้องอาบน้ำ คว้าฝักบัวเป็นไมค์ ตะเบ็งเสียงแหลม ช่วงที่เป็นท่อนฮุก พร้อมใส่ลูกคอ เอื้อนในแบบลูกทุ่ง ฉันยังรอเธอเคียงใกล้ คิดถึงเธอสามร้อยหกสิบห้าวัน มีเธอและมีฉัน ที่กระบี่นั้น จะมีแต่ความรัก ที่แห่งนี้ กระบี่ ที่ที่ทำให้ฉันพบเธอ เป็นดั่งรักแรกที่ได้เจอ เมื่อเธอปรากฏกายขึ้นมา ที่แห่งนี้ กระบี่ คือ ดินแดนแห่งนางฟ้า มนต์สะกดของเทพธิดา ชวนให้เรากลับมารักกัน...(ได้ทั้งปี...ที่กระบี่)...โว้ โฮ...เรารักกระบี่...โว้ โว...เรารักกระบี่...โว้ โว...กระบี่มาเพียงครั้งเดียว...ไม่เคยพอ

ร้องจบเพลง ก็ปรบมือให้ตัวเอง ขณะที่เพื่อนร่วมห้องพัก เห็นมันถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วหันมาบอกว่า หนวกหูฉิบ... และก็หันหน้าไปพิมพ์งานต่อ

ก็คิดในใจว่า ไม่ไพเราะรึ ว่าน-เอเอฟ เชียวนะ

แหม!!! คนกำลังมีความรัก รักการเที่ยวกระบี่

ว่าไป...ประติมากรรมตามท้องถนน ที่ได้ไปเดินสำรวจเมื่อสักครู่ หรือกระทั่งบทเพลง...เรารักกระบี่ ซึ่งแต่งขึ้นมาเป็นพิเศษนั้น ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่า ได้มาสัมผัสกระบี่อย่างลึกซึ้ง พร้อมกับเข้าใจความหมาย หรือความเป็นมาบางอย่างยิ่งขึ้น

"กระบี่"...เมืองมหัศจรรย์ ริมฝั่งทะเลอันดามัน


โปรดอ่านต่อฉบับหน้า