เบื้องหลังขอพระราชทานที่ดิน 1,241 ไร่ เพื่อประโยชน์การศึกษา

กว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม
รายงานพิเศษ

 

มหิดล คือพระนาม ปิ่นสยาม พระราชบิดา

ที่โปรดเกล้าพระราชทานมา เป็นชื่อมหาวิทยาลัย (ซ้ำที่)

อัตตานัง อุปมัง กเร เราจะทุ่มเทพลังกายใจ

เพื่อสนองพระบาทไท้ พระทรงมุ่งใจตั้งปณิธาน (ซ้ำที่)

พวกเรา ชาวมหิดล ถ้วนทุกคน พร้อมรักสมัครสมาน

จะกอปรกิจ เทิดนามพระราชทาน ให้ตระการ ก้องหล้าทั่วฟ้าดิน


เนื่องในโอกาส 46 ปีวันพระราชทานนาม 127 ปี มหาวิทยาลัยมหิดลด้วยสโลแกน "ปัญญาของแผ่นดิน" ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมรูป พร้อมนำแถวคณาจารย์ทางด้านการแพทย์รวมถึงนักศึกษาแพทย์พร้อมใจกันยืนตรงเพื่อแสดงระลึกถึงสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชปณิธานของพระองค์ด้วยการเปล่งเสียงร้องเพลง เทิดพระนามมหิดล ออกมาด้วยหัวใจ เนื้อร้อง อาจารย์บุญเสริม พึ่งพุทธรัตน์ อดีตรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ทำนอง ศาสตราจารย์ นายแพทย์ วราวุธ สุมาวงศ์

ไข่มุกด์ ชูโต ประติมากรปั้นหล่อด้วยหินอ่อนเทียม ประติมากรรมประดับผนังนูนต่ำกึ่งนูนสูงแสดงวิวัฒนาการของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ยุคราชแพทยาลัย ยุคคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล จุฬาลงกรณ์ ยุคมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จนถึงยุคมหาวิทยาลัยมหิดล ประติมากรรมชุดนี้จัดสร้างและประดับไว้ที่โถงชั้นล่าง อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฯ ฝั่งธนบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดอาคารในวันจันทร์ที่ 18 กรกฏาคม 2531 ปัจจุบันย้ายมาจัดแสดงที่หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ มหาวิทยาลัยมหิดลในอาคารศูนย์การเรียนรู้ มหิดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร เชิญ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และประธานกรรมการบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ชมนิทรรศการวันพระราชทานนามมหิดลตรงกับวันที่ 2 มีนาคมของทุกปี (ข้อมูลจากหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล) เป็นวันที่ชาวมหิดลน้อมรำลึกถึงประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมหาวิทยาลัยในพ.ศ.2512 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานพระนามาภิไธย "มหิดล" ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ให้เป็นนามใหม่ของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ โดยพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่เข้าเฝ้าฯ ให้พัฒนามหาวิทยาลัยขยายขอบข่ายวิชาการให้กว้างขวางเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ

เหตุการณ์ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามหาวิทยาลัยมหิดลรูปแบบการเรียนการสอน การวิจัย การจัดตั้งคณะใหม่ การขยายพื้นที่ การสร้างความร่วมมือเครือข่าย การสร้างบัณฑิตที่พึงประสงค์ สร้างวัฒนธรรมองค์กร กำเนิดสัญลักษณ์ในรูปแบบต่างๆและก้าวไปเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกเหนือสิ่งอื่นใด มหาวิทยาลัยมหิดลถือเป็นวาระสำคัญแห่งการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนก พระผู้ทรงมีพระจริยวัตรอันงดงามเปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย ทรงได้รับการเทิดทูนจากยูเนสโก เป็นบุคคลดีเด่นของโลกและถวายพระราชสมัญญา พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขไทย พระบิดาแห่งการอุดมศึกษาไทย

พ.ศ.2507 อาจารย์ผู้ใหญ่หลายท่านได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายรายงานและขอพระราชทานนาม มหิดล มีพระกระแสรับสั่งว่า ไม่ขัดข้องแต่ขอให้ปรับขยายให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์ก่อนเพื่อให้สมพระเกียรติ แต่ขอให้เป็นไปในทางประหยัด ทางมหาวิทยาลัยได้น้อมเกล้าฯรับมาดำเนินการ ในวันที่ 9 สิงหาคม 2510 มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ได้อนุมัติให้จัดตั้งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และได้นำเสนอสภาการศึกษาแห่งชาติ พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2512 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลท่านแรก ลงพระปรมาภิไธยแล้ว พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้ประกาศมีผลบังคับใช้

ศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชวาล ได้บันทึกลายมือเกี่ยวกับประวัติมหาวิทยาลัยในการขอพระราชทานที่ดิน ณ ศาลายา "ศาสตราจารย์ นายแพทย์สวัสดิ์ สกุลไทย ซึ่งขณะดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาและวางแผนได้ทราบจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมว่ามีที่ดินอยู่ที่ศาลายา 1,241 ไร่ เป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ขายราคาตารางวาละ 30,000 บาท ทางมหาวิทยาลัยเห็นว่ามีความเหมาะสมสำหรับจะขยายกิจการของมหาวิทยาลัยออกไปในระยะ 20 ปีข้างหน้าแต่เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษาน่าจะลดลงเหลือไร่ละ 10,000 บาท"

ต่อมาในวันที่ 16 มิถุนายน 2512 จึงได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมราชชนนี ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน พร้อมกับรองอธิการบดีและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพื่ออัญเชิญพระองค์ท่านเป็นประธานกรรมการส่งเสริมมหิดล มี ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ และ พจน์ สารสิน เป็นรองประธานพร้อมด้วยกรรมการ 35 คน กรรมการท่านหนึ่งคือ หม่อมทวีวงศ์ ถวัลยศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชชนนีได้พระราชทานพระมหากรุณาจัดให้มีการประชุมครั้งแรกที่วังสระปทุมในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2513 และจัดให้หม่อมทวีวงศ์นั่งชิดพระองค์ท่านด้านซ้ายในระหว่างเจรจากันถึงเรื่อง มหาวิทยาลัยมหิดล อยากได้ที่ชิ้นนี้เพื่อขยายกิจการออกไป หม่อมทวีวงศ์ฯก็กราบทูลว่าทางสำนักงานทรัพย์สินฯ ตั้งราคาไว้ไร่ละ 30,000 บาท พระองค์ท่านก็เอาพระหัตถ์โอบที่ไหล่แล้วค่อยๆต่อราคาลดลงจนเหลือ 10,000 บาท แต่ก็อ้างว่ายังจะต้องนำเข้าเสนอกรรมการทรัพย์สินฯ และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอีกด้วย พระองค์ท่านรับสั่งว่า เรื่องนี้ไม่เป็นไร หมอชัชวาลคงจัดการให้เป็นที่เรียบร้อยได้ มหาวิทยาลัยต้องจ่ายทั้งหมด 12,420,475 บาท เมื่อจ่ายครึ่งหนึ่งของราคาแล้วก็โปรดเกล้าฯให้โอนให้ได้ที่เหลืออีกครึ่งให้ชำระให้หมดให้หมดภายใน 5 ปีคิดดอกเบี้ย 70% ในปีต่อมาทางสำนักงบประมาณก็จัดสรรเงินให้ทั้งหมดโดยมิต้องเสียดอกเบี้ยแต่อย่างใด

ภายหลังได้รับพระราชทานนามมหิดลเป็นชื่อมหาวิทยาลัย คณะกรรมการมหาวิทยาลัยมหิดลเห็นสมควรกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร อนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในวันมหิดลแทนวันที่ 6 เมษายนนับตั้งแต่พ.ศ.2512เป็นต้นมา จึงได้เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรเป็นโอกาสเดียวกันที่กราบถวายบังคมพระรูปสมเด็จพระบรมราชชนกเนื่องในวันมหิดลในเวลาบ่ายวันพุธที่ 24 กันยายน 2512 พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถมาถึงโรงพยาบาลศิริราช ในเวลา 15.00 น. โดยพระราชดำเนินทรงวางพวงมาลาและถวายบังคมพระรูปสมเด็จพระบรมราชชนก จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปประทับพระราชอาสน์ในกระโจมพิธีเพื่อพระราชทานเข็มสมนาคุณแก่ผู้อุปการะกิตติมศักดิ์และพระราชทานรางวัลแก่นักศึกษาผู้ชนะการประกวดเรียงความเนื่องในวันมหิดล เสด็จพระราชดำเนินยังหอประชุมราชแพทยาลัยของมหาวิทยาลัยและร่วมกันเปล่งเสียงร้องเพลงออกมาด้วยหัวใจในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล

มหาวิทยาลัยมหิดลมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 127 ปี นับแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่5) พระราชทานกำเนิดโรงศิริราชพยาบาลเมื่อพ.ศ.2431 พัฒนาเป็นราชแพทยาลัย โรงเรียนแพทย์แห่งแรกของประเทศไทย เมื่อพ.ศ.2433 และได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เมื่อพ.ศ.2486 ประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดลเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระนามาภิไธย "มหิดล" ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกให้เป็นนามใหม่ของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2512 และได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทให้พัฒนามหาวิทยาลัย ขยายขอบข่ายวิชาการให้กว้างขวางเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบดังในปัจจุบัน

ในบอร์ดข้อมูลนิทรรศการ ยังได้นำเสนอเรื่องราวของกันภัยมหิดล เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล มีสีขาวปนม่วง เป็นนามพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดย เกษม จันทรประสงค์ เป็นผู้ค้นพบพันธุ์ไม้นี้เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2510 ขณะเป็นข้าราชการกองพืชพรรณ กรมวิชาการเกษตรที่สถานีรถไฟวังโพอยู่ตรงข้ามแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี พืชชนิดนี้มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Afgekia Mahidolae ทั้งนี้ชื่อทางวิทยาศาสตร์เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่ง ศาสตราจารย์เต็ม สมิตินันทน์ ผู้เชี่ยวชาญทางพฤกษศาสตร์ กรมป่าไม้ ได้เสนอชื่อ กันภัยมหิดล เป็นต้นไม้พื้นถิ่นของไทยพบตามป่าเต็งรัง ภูเขาหินปูนในภาคตะวันตกเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งขนาดกลางอายุหลายปี ขณะเดียวกันยังได้รับการเสนอเข้าประกวดโดยภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับ ศาสตราจารย์วงศ์สถิต ฉั่วกุล และ ผศ.นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ในปีนี้ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา แสดงปาฐกถาเกียรติยศที่ห้องบรรยาย ศาสตราจารย์ นายแพทย์กษาน จาติกวนิช เรื่อง มหาวิทยาลัยมหิดลกับความท้าทายในอนาคตเป็นครั้งที่ 8 ในงานดังกล่าวนี้ได้นำเสนอวีดีทัศน์เชิดชูเกียรตินำเสนอชีวประวัติ ศาสตราจารย์ นายแพทย์กษาน จาติกวนิช อธิการบดีคนที่ 2 ของมหาวิทยาลัยมหิดล บริหารงานในปี 2514-2522 เป็นความภาคภูมิใจของชาวมหิดลเป็นอย่างยิ่ง ด้วยวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ เปิดบทบาทสู่สังคมเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสในสังคมได้ศึกษาด้านการแพทย์เพื่อกลับไปพัฒนาสังคมในชนบท ตลอดระยะเวลาของการดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลก่อให้เกิดประโยชน์คุณูปการต่อมหาวิทยาลัยที่สำคัญหลายประการ ผลงานที่โดดเด่นในการขยายสาขาวิชาต่างๆให้กว้างขวางขึ้น มีการจัดตั้งหน่วยงานยกระดับพยาบาลผดุงครรภ์ให้เป็น คณะพยาบาลศาสตร์ จัดตั้งโครงการวิจัยสิ่งแวดล้อมพัฒนาเป็นคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรฯ จัดตั้ง คณะเวชศาสตร์เขตร้อน จัดตั้งศูนย์วิจัยโภชนาการในโรงพยาบาลรามาธิบดี ต่อมาพัฒนาเป็นสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลสู่สากล

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.พรชัย มาตังคสมบัติ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เล่าว่า ในช่วงที่ศาสตราจารย์ นายแพทย์กษาน จาติกวนิช ดำรงตำแหน่งอธิการบดีนั้นได้นำกิจการวิชาการของมหาวิทยาลัยขยายไปสู่ระดับนานาชาติอย่างแท้จริง ประเทศเพื่อนบ้านเรียนหลักสูตรระดับปริญญาโท ปริญญาเอก มีการเดินทางไปเยี่ยมเยียนประเทศเพื่อนบ้าน จัดประชุมทางวิชาการเป็นการบุกเบิกงานวิชาการมหิดลสู่เวทีวิชาการนานาชาติ เป็นการขยายเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยมหิดลให้กว้างไกล สร้างโอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสในชนบทกลับไปพัฒนาชนบทเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วในพ.ศ.2518 ด้วยแนวคิดแพร่หลายไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆอีกหลายแห่ง

"ท่านยังได้ริเริ่มจัดทำธงวันมหิดลเพื่อนำรายได้มาช่วยผู้ป่วยอนาถา โรงพยาบาลศิริราช เป็นการช่วยเหลือเพื่อภาพลักษณ์ของผู้ยากไร้และมหาวิทยาลัยของชุมชน วางรากฐานด้านการแพทย์ไทยด้านโรคหัวใจ จัดตั้งศูนย์แพทย์โรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล สมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศไทย เปิดประตูวิชาการของไทยสู่นานาประเทศ พัฒนาการบริหารภายในสำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อสนองตอบความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในปี 2519 เริ่มขยายหน่วยงานเพื่อเอื้ออำนวยต่อความคล่องตัวในการทำงาน"

ศาสตราจารย์ นายแพทย์กษาน จาติกวนิช เป็นบุตรของ พล.ต.ท.พระยาอธิกรณ์ประกาศ (หลุย จาติกวนิช) อธิบดีกรมตำรวจคนที่ 2 ของประเทศไทย และ คุณหญิงอธิกรณ์ประกาศ (องุ่น อธิกรณ์ประกาศ) ทั้งนี้ พล.ต.ท.พระยาอธิกรณ์ประกาศ ยังมีบุตรกับภริยาที่ชื่อเสงี่ยมอีก 6 คน เกษม จาติกวณิช เกษตร จาติกวณิช ไกรศรี จาติกวณิช โกศล จรัลชานะเพท โกสุม ศรุตานนท์ โกศัลย์ ล่ำซำ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์กษาน จาติกวนิช เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2455 สมรสกับ ท่านผู้หญิงสุมาลี ยุกตะเสวี ธิดาหลวงยุกตะเสวีวิวัฒน์ (สิระ ยุกตะเสวี) อดีตอธิบดีกรมโยธาเทศบาล และ คุณหญิงยุกตะเสวีวิวัฒน์ (ถนอมศรี ยุกตะเสวี) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกาย 2490 ภายหลังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษฝ่ายใน (ท.จ.ว.) ปัจจุบันคือ ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช (เป็นคุณหญิงตั้งแต่อายุเพียง 30 ปีเท่านั้น) มีธิดาคนเดียวคือ ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา สมรสกับ รศ.ม.ร.ว.ชาญวุฒิ วรวรรณ มีบุตรชายคนเดียว ม.ล.วรุตม์ วรวรรณ

ขณะที่อาจารย์หมอกษาน อายุ 11 ปี เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษพร้อมกับพ.ต.ท.กษม พี่ชายศึกษาในระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนดอเชลเดย์ มีประวัติเป็นนักกีฬานักรักบี้และนักเทนนิสของสถาบันการศึกษาทั้งยังมีประวัติการเรียนที่ดีจนจบการศึกษา ต่อมาศึกษาด้านวิชาการแพทย์ที่กายส์ Hospital มหาวิทยาลัยลอนดอนรับปริญญาในพ.ศ.2480 และยังได้รับDiplomat มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลในปีต่อมา เดินทางกลับมาเมืองไทยทำงานแผนกศัลยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล อาจารย์หมอกษานให้ความสนใจด้านศิลปะทรวงอกและหัวใจที่โรงพยาบาลศิริราชในพ.ศ.2495 จากนั้นในปี2497 ริเริ่มการผ่าตัดหัวใจรายแรกในโรงพยาบาลศิริราช ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ.2501 เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ต่อมาพ.ศ.2507 ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ต่อจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2514 เป็นการเปิดบทบาทมหาวิทยาลัยสู่นานาชาติ