วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร

พุทธสถานกลางน้ำ
ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

เจดีย์สีขาวอายุกว่า 300 ปีทรงรามัญ จำลองแบบมาจากพระธาตุเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหน้าวัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร เอียงทรุดเพราะกระแสน้ำกัดเซาะฐานราก แต่ยังทรงตัวอยู่ได้ ดูแปลกตาจนเป็นสัญลักษณ์เด่นของตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ตามประวัติกล่าวว่า วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อ วัดปากอ่าว สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา ถูกปล่อยให้เป็นวัดร้าง หลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 จนถึง พ.ศ.2317 พระเจ้าตากสินมหาราช โปรดเกล้าฯให้ชาวมอญมาตั้งบ้านเรือนที่เกาะเกร็ด พระสุเมธาจารย์ (เถ้า) พระเถระผู้ใหญ่ฝ่ายรามัญได้รวบรวมผู้มีจิตศรัทธาสร้างวัดนี้ขึ้น

วันเสาร์ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 12 พ.ศ.2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดกฐิน ณ วัดปากอ่าวและวัดใกล้เคียง ได้เสด็จฯไปทอดพระเนตรบริเวณวัดซึ่งปรักหักพังและทรุดโทรม ทรงคำนึงถึงพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร (พระองค์เจ้าละม่อม) ซึ่งอภิบาลบำรุงพระองค์มาแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงยกย่องเสมอพระชนนีตรัสเรียกว่า "เสด็จยาย" และโปรดฯให้พระราชโอรส พระธิดาออกพระนามว่า "ทูลหม่อมย่า" และชาววังต่างออกพระนามว่า "ทูลกระหม่อมแก้ว" กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร เคยทรงมีรับสั่งอยู่เนืองๆว่าถ้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญชันษาขึ้นแล้ว ขอให้ทรงช่วยสร้างพระอารามให้สักแห่งหนึ่ง พระองค์จึงทรงกำหนดปฏิสังขรณ์วัดปากอ่าว และทรงมีพระราชดำรัสต่อพระคุณวงศ์ (สน) เจ้าอาวาสให้ทราบพระราชประสงค์ และ ทรงกราบทูลแด่พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตน์ราชประยูร

การปฏิสังขรณ์วัดปากอ่าว มีพระยาอัศนีศาภัย จางวางกรมพระแสงปืนต้น เป็นแม่กองปฏิสังขรณ์ เริ่มทำกุฏิสงฆ์และหอไตรแบบมอญ เมื่อวันอาทิตย์ขึ้น 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีจอ พ.ศ.2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาก่อฤกษ์พระอุโบสถใหม่ โดยมี พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ากฤษฎาภินิหาร (ต้นราชสกุลกฤดากร) เป็นนายกอง พระราชสงคราม (ทัด) เป็นช่างทำพระอารามที่สร้างใหม่ทั้งหมด คงรูปแบบมอญไว้เนื่องจากเป็นวัดมอญ ทรงโปรดฯให้สร้างพระไตรปิฎกเป็นภาษามอญ ให้พระยาศรีสุนทรโวหารเจ้ากรมพระยาลักษณ์จารึกเรื่องทรงพระอารามนี้ลงในเสาศิลา เป็นอักษรไทยเสาหนึ่ง และพระสุเมธาจารย์แปลเป็นภาษามอญ และทรงโปรดฯให้จารึกเป็นภาษามอญอีกเสาหนึ่ง จารึกทั้งอักษรไทยและอักษรมอญอยู่ที่หน้าอุโบสถ และโปรดเกล้าฯพระราชทานนามพระอารามนี้ใหม่ว่า "วัดปรมัยยิกาวาส" มาจากคำว่า "พรม + อัยยิกา + อาวาส" ซึ่งมีความหมายว่า "วัดของพระบรมอัยยิกา"

ภายในวัดปรมัยยิกาวาสมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่หลายอย่าง ท่าเรือหน้าวัดมีปราสาทไม้ห้ายอด ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งเหม (โลงศพมอญ) ของอดีตเจ้าอาวาส ตั้งตระหง่านอยู่ ส่วนพระอุโบสถมีการตกแต่งด้วยวัสดุนำเข้าจากอิตาลี ศิลปะยุโรปแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่กระนั้นพระองค์ยังรักษาธรรมเนียมเดิม โดยรับสั่งให้ที่นี่ริเริ่มการสวดเป็นภาษามอญ และปัจจุบัน ที่นี่เป็นวัดเดียวที่ยังเก็บรักษาพระไตรปิฎกภาษามอญไว้ พระประธานปางมารวิชัย ในพระอุโบสถนั้นเป็น ฝีพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าประดิษฐานวรการ ผู้ที่สร้างพระสยามเทวาธิราช รัชกาลที่ 5 ทรงยกย่องว่าพระประธานองค์นี้พระพักตร์ดูมีชีวิตชีวาเหมือนคนจริง ด้านหลังพระอุโบสถ มีพระมหารามัญเจดีย์ที่พระองค์เสด็จฯมาทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

พระวิหาร ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์สมัยอยุธยาตอนปลาย ขนาดยาว 9.50 เมตร ภาพจิตรกรรมที่เพดานนั้นแปลกตากว่าที่อื่น เป็นภาพลายปฐมจุลจอมเกล้า หน้าพระวิหารประดับตราพระเกี้ยว เป็นตราประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านหลังพระวิหารประดิษฐาน "พระนนทมุนินท์" พระพุทธรูปประจำจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนปลาย ปางขัดสมาธิเพชร ประดิษฐานอยู่ในบุษบกแบบมอญ (จองพารา) สลักโดยฝีมือช่างที่นี่ จึงมีประเพณีของเมืองสืบมาว่า เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ จะจัดพิธีรับอย่างเป็นทางการพร้อมมีพิธีนมัสการพระพุทธรูปประจำเมืองนนทบุรีที่วัดนี้ด้วย และมุขเด็จหน้าวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน ซึ่ง ซาง ซิว ซูน ชาวพม่าถวายให้กับรัชกาลที่ 5 สำหรับ "พิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาสและหอไทยนิทัศน์เครื่องปั้นดินเผา" จัดแสดงวัตถุโบราณ เช่น พระพิมพ์ เครื่องแก้ว เครื่องถ้วยชามต่างๆ

ลักษณะร่วมของวัดในเกาะเกร็ดที่มีสถาปัตยกรรมแบบวัดมอญและประวัติศาสตร์ที่มีราชวงศ์มาบูรณปฏิสังขรณ์ตั้งแต่ต้นกรุงศรีอยุธยาแล้ว สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้จากการชมวัดครั้งนี้คือ วัดบนเกาะเกร็ดมีรูปพระศรีอาริย์ประดิษฐานอยู่หน้าพระอุโบสถทุกวัด แสดงให้เห็นถึงคติธรรมที่ทุกคนปรารถนา...คือการได้อาศัยอยู่ในยุคที่บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขถ้วนหน้ากัน