จิตรกรรมเบญจรงค์

เชิงชั้นศิลปะไทยอีสาน
ลีลาศิลป์

บนทางหลวงหมายเลข 213 (มหาสารคาม-กาฬสินธุ์) ที่สามารถมุ่งหน้าสู่อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ได้มีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

ทว่าการเที่ยวเตร่ในช่วงที่สายๆนั้น ผมได้รับการชักชวนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น ที่ได้สนับสนุนการเที่ยวในหลายๆด้าน ภายในจังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดมหาสารคาม พามาเปลี่ยนบรรยากาศกันเล็กน้อย โดยให้มาสัมผัสกับความงามด้านศิลปะ ณ บ้านเบญจรงค์แกลเลอรี่

บ้านเบญจรงค์แกลเลอรี่ ตั้งอยู่ที่ 347 หมู่ 2 บ้านโคกพระ ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ที่ก่อตั้งขึ้นโดยศิลปินพื้นบ้านอีสาน วิรัช ทะไกรเนตร กับศรีภรรยา กนกพร ทะไกรเนตร เพื่อจัดแสดงศิลปะบนกระเบื้อง หรือเรียกว่า จิตรกรรมเบญจรงค์ พร้อมกับที่ได้จัดจำหน่ายเบญจรงค์ลายน้ำทองหลายรูปแบบ อาทิ ชุดชา แก้ว จาน ชาม ซึ่งได้รับรางวัลสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ 5 ดาว ติดต่อมาแล้วหลายปี

วิรัช ทะไกรเนตร ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินพื้นบ้านอีสาน ปี 2548 และได้รับเกียรติเชิดชูให้เป็นครูช่าง จากศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ โดยเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ในเชิงช่างด้านศิลปกรรมไทย จึงได้นำเรื่องราวจากประเพณีไทย ประเพณีพื้นบ้าน หรือการละเล่นท้องถิ่น รวมไปถึงศาสนสถานที่สำคัญ ภายในจังหวัดมหาสารคาม มารังสรรค์ขึ้นเป็นผลงาน จิตรกรรมเบญจรงค์บนเครื่องปั้นดินเผา ที่ปรากฏขึ้นได้อย่างสวยงาม

"ผมได้สำเร็จการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ จากวิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม ในด้านศิลปกรรมครับ โดยในช่วงแรกหลังจากที่เรียนจบ ได้มาทำงานออกแบบลวดลาย บนกระเบื้องบุผนัง ในปี 2525 ณ จังหวัดสมุทรสาคร ก็มาทำจิตรกรรมเบญจรงค์ เมื่อปี 2532 ช่วงกลางปี 2541 ทำการเปิดโรงงานเขียนลายเบญจรงค์ ที่บ้านเกิด...จังหวัดมหาสารคาม แต่ก่อนหน้านั้น ได้เขียนสีน้ำมันบนผืนผ้าใบเช่นกัน แต่ด้วยเรามีเทคนิคเบญจรงค์อยู่แล้ว จึงคิดค้นนำเข้ามารวมกัน เพื่อจะทำงานที่ไม่ให้เหมือนใคร หรือสร้างความแตกต่าง

...แนวผลงานส่วนใหญ่แล้ว เป็นเรื่องราวของประเพณี อย่างประเพณีบั้งไฟ ประเพณีงานแห่เทียนพรรษา ซึ่งประเพณีท้องถิ่นเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องไปหาข้อมูล เพราะเราได้สัมผัสมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว อีกทั้งยังมีเรื่องราวรามเกียรติ์ ตัวพระตัวนางในวรรณคดีไทย หรือศาสนสถานที่สำคัญในจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งที่มีส่วนความเป็นมหาสารคาม ก็น่าจะเป็นเรื่องราวของพระธาตุนาดูนมากกว่า ด้วยมีลวดลายผ้าไหม ที่เราดึงออกมา คือลายสร้อยดอกหมาก หรือลวดลายในผ้าไหมอย่างลายตีนจก คือจะไม่ทำสะเปะสะปะไปเรื่อย

...ผมอาจได้เปรียบกว่าช่างเบญจรงค์คนอื่นๆ ก็ตรงที่มีความรู้ด้านศิลปะมาก่อน เอาง่ายๆว่า...เขียนรูปวาดลวดลายหรือเก่งศิลปะ แต่ไม่มีประสบการณ์เรื่องของเบญจรงค์...ก็ไม่ได้ หรือแม้เก่งเฉพาะเรื่องของเบญจรงค์ แต่กลับไม่มีองค์ความรู้เรื่องศิลปะ...ก็ไม่ได้อีก ผมเลยถือว่า...โชคดีมากๆที่รู้เรื่องราวทั้งสองอย่าง ซึ่งเทคนิคจิตรกรรมเบญจรงค์ จะมีความซับซ้อนมากกว่าเบญจรงค์ขึ้นไปหลายเท่าเหมือนกัน อย่างเรื่องของการซอฟสีหรือการไล่โทนสี ด้วยเบญจรงค์มีมิติสีเดียว แต่เราจะมีการเล่นให้เป็นมิติ หรือเล่นโทนสีอ่อนสีเข้ม

...ระยะของการสร้างสรรค์ผลงาน โดยเฉลี่ยก็ประมาณ 1-2 เดือน คือไม่สามารถทำอย่างต่อเนื่องได้ แต่เราต้องมีจังหวะในการทำงานอีกด้วย ผลงานที่เห็นๆกันอยู่นั้น ไม่ใช่ว่าจะทำงานกันได้ทั้งวันทั้งคืน ด้วยการทำงานต้องอาศัยความชื้น บางครั้งต้องไปอาศัยความแห้ง หรือยิ่งต้องการซอฟสีให้เยอะๆ พออากาศร้อนๆอย่างตอนนี้ ก็ไม่สามารถทำได้แล้ว ต้องไปอาศัยความชื้น ในช่วงเวลากลางคืน จึงจะทำให้สีเบญจรงค์แห้งเร็วขึ้นได้

...วิธีการสร้างสรรค์ศิลปะเบญจรงค์ หรือจิตรกรรมเบญจรงค์ จะเริ่มจากการร่างลวดลายบางๆด้วยปากกา แล้วค่อยมาทำการตัดเส้น นำเอาไปเผารอบหนึ่งก่อน จากนั้นนำออกมาลงสีสัน ก็นำเอาไปเผาอีกรอบหนึ่ง คือมันต้องมีการเผากัน 2-3 รอบ เพื่อให้เส้นสายของลวดลาย จะได้ไม่เกิดการหลุดลอก แม้จะทำการเช็ดถูก็ไม่ลอกออก

...สำหรับเรื่องของการตอบรับ บางกลุ่มได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนบางกลุ่มที่ยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน ก็จะต้องใช้เวลาในการสัมผัสสักหน่อย ด้วยเคยเห็นแต่เป็นภาพเขียนลงบนผืนผ้าใบ ดังนั้น ยามที่ได้ไปออกงานต่างๆ ก็ต้องพยายามอธิบายทำความเข้าใจ คือผมอยากให้คนได้เสพงานอีกด้านหนึ่ง ในรูปแบบที่เป็นฟรีสไตล์ หรือไม่มีการมาบังคับ เมื่อมองปั๊บก็แลเห็นในความสวยงามทางด้านศิลปะ หรือจิตรกรรมเบญจรงค์

...นอกจากเขียนลายเบญจรงค์ บนเครื่องปั้นดินเผาแล้ว เราก็ยังนำชาวบ้านในหมู่บ้านมาฝึกสอน หรือยึดเป็นอาชีพที่โรงงานของเราอีกด้วย เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอีกทางหนึ่ง นับตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา ได้มีการส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศ ทั้งในอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลงานที่หลากหลาย ทั้งเป็นภาพเหมือน ภาพประเพณีท้องถิ่น ภาพวิถีชีวิตผู้คนอีสาน หรือภาพความเชื่อในอารยธรรมลุ่มน้ำโขง

...ในอนาคตมีแนวความคิดอยู่เหมือนกันว่า อาจจะทำเบญจรงค์เป็นเรื่องราวอยู่ตามผนังโบสถ์ คงเป็นวัดแถวๆบ้านเกิดในจังหวัดมหาสารคามก่อน ก็คงต้องรอถึงความพร้อมของตัวเราเองด้วย และก็ยังอยากทำเป็นหอศิลปะอีก เพราะด้วยผลงานศิลปะในบางชิ้น ใครสนใจก็จำหน่ายไป แต่บางชิ้นที่ไม่ได้จำหน่าย จะเก็บสะสมมาจัดในพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้คนทั่วไปเข้ามาศึกษาดูงานกัน คาดไว้ว่าอีก 3-4 ปีข้างหน้านี่แหละ พิพิธภัณฑ์จะเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นได้ สำหรับผลงานศิลปะไม่มีปัญหา แต่ว่ามันมาติดอยู่กับสถานที่มากกว่า

...ผมมีความภาคภูมิใจ และก็ดีใจอย่างมากครับ ที่ได้กลับมาทำงานอยู่บ้านเกิด 10 กว่าปีแล้ว พรรคพวกเพื่อนฝูงสนิทสนม ที่เรียนด้านศิลปกรรมมาด้วยกัน บ้างก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย หรือราชภัฏ ให้เกียรติยกย่องในตัวเรา กระทั่งตั้งให้เป็นประธานกลุ่ม สำหรับเวลาจัดงานแสดงผลงานศิลปะ แม้ว่าวุฒิการศึกษาไม่เท่ากับเพื่อนๆ แต่ก็ยกย่องเราในด้านศักยภาพ หรือในด้านจุดยืนที่ทำงานด้านศิลปะ เป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง"

จิตรกรรมเบญจรงค์ ณ บ้านเบญจรงค์แกลเลอรี่ ถือเป็นการพัฒนาคุณค่าทางด้านศิลปะ เพื่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าได้มากมาย พร้อมกับได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่น หากสนใจสอบถามข้อมูล หรือเข้าไปศึกษาดูงาน โทร.0-9571-9727