"จีแพป (GIPAP)"

โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง
อิ่มใจได้บุญ
ช่างภาพ: 

ภายในงานครบรอบ 12 ปีของการจัดตั้งโครงการจีแพป (GIPAP) โนวาร์ตีสได้เผยว่าบริษัทได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์ (CML) และโรคมะเร็งทางเดินอาหารชนิดจีสต์ (GIST) จำนวนกว่า 4,000 รายในประเทศไทย

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์ (CML) พบประมาณร้อยละ 15 ของมะเร็งเม็ดเลือดขาวในผู้ใหญ่ สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรค CML นั้นยังไม่ทราบแน่ชัดแต่การฉายรังสีเป็นปัจจัยที่สำคัญที่อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ จีระพล ไชยมงคล ประธานชมรมผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์แห่งประเทศไทย (Thai CML) เล่าให้ฟังว่า

"โครงการจีแพป เป็นโครงการที่จัดขึ้นมายาวนาน ซึ่งในระยะแรกของโครงการนั้นผู้ป่วยเข้าถึงยาเพื่อทำการรักษาได้ลำบาก และข้อมูลต่างๆในการเขาถึงยามีอยู่อย่างจำกัด จนกระทั้งปัจจุบันโครงการนี้ได้มีส่วนช่วยเหลือประชาชน ให้ได้รับยารักษาโรคที่ถูกต้อง รวมถึงสามารถเข้าถึงการรักษาโรคได้มากขึ้นอีกด้วย พร้อมกันนี้โครงการนี้ยังมีส่วนช่วยเหลือเพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีผู้ป่วยชาวไทยโดนละเลยจากการรักษา โครงการจีแพปนี้เกิดขึ้นได้จากความช่วยเหลือของ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในประเทศไทย และยังมีโนวาร์ตีสที่มีส่วนช่วยในการจัดสรร ยาอิมมาทินิบ มีไซเลต ในกับบรรดาผู้ป่วยอีกด้วย"

ศาสตราจารย์ พญ.แสงสุรีย์ จูฑา ประธานกรรมการที่ปรึกษาสมาคมโลหิตวิทยานานาชาติ และประธานกรรมการที่ปรึกษาชมรมผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง แบบมัยอีลอยด์แห่งประเทศไทย (Thai CML) ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า...ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยารักษาที่มีราคาแพงเมื่อไม่มีตัวเลือกอื่นๆ สำหรับการรักษา โดยมีการประเมินแล้วว่าคนหนึ่งคนสามารถเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์ (CML) ในจำนวนประชากร 200,000 คน และการกินยาทุกวันเป็นสิ่งที่จำเป็น การจัดตั้งโครงการจีแพป (GIPAP) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเบิกจ่ายหรือจ่ายค่ารักษาด้วยตนเองสามารถได้รับการรักษานี้

โรคมะเร็งทางเดินอาหารชนิดจีสต์ (GIST) เป็นโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจัดเป็นมะเร็งที่มีโอกาสพบได้น้อยมาก การวิจัยในประเทศไทยยังคงดำเนินต่อไปแต่ผู้ป่วยเหล่านี้ก็สามารถเข้าถึงยารักษาโรคโดยผ่านโครงการจีแพปแล้วในปัจจุบัน

ศาสตราจารย์ นพ. วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ นายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ได้อธิบายไว้ว่าการเข้าถึงยาอิมมาตินิบได้มีผลกระทบที่สำคัญ "ในกรณีผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้หรือโรคอยู่ในระยะแพร่กระจาย การรักษามาตรฐานคือการให้ยาอิมมาตินิบ เพื่อควบคุมการเติบโตของเซลล์มะเร็ง การศึกษาซึ่งติดตามผู้ป่วยมาเป็นเวลาประมาณ 9 ปี พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาอิมมาตินิบประมาณ 35% ยังคงมีชีวิตอยู่และประมาณ 20% ยังคงได้รับยาอิมมาตินิบอย่างต่อเนื่อง โดยการรักษาด้วยยาอิมมาตินิบในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ได้บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว"

มร.โทมัส วายโกลด์ ประธานฝ่ายยามะเร็ง ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกาใต้ โนวาร์ตีส เอจี อธิบายว่าโครงการจีแพป (GIPAP) ได้จัดสรรเงินยามูลค่ากว่า 3.3 พันล้านบาท แก่ผู้ป่วยจากโรคมะเร็งทั้งสองชนิดนี้ในประเทศไทย และโนวาร์ตีสมีภารกิจในการเปลี่ยนผลลัพธ์สำหรับความเป็นอยู่ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง การทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยานวัตกรรมใหม่ๆ ของเราคือความสำเร็จที่ใหญ่หลวง"

มร.ริชาร์ด อะเบลา ประธานโนวาร์ตีส (ประเทศไทย) กล่าวว่า "โนวาร์ตีสได้มีความริเริ่มพัฒนาในเรื่องของชุมชนอย่างต่อเนื่องในการเน้นพันธสัญญาที่มีต่อประเทศไทยและพัฒนาปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น ภายหลังการจัดตั้งโครงการมาเป็นเวลากว่า 12 ปี โครงการนี้ยังคงช่วยให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นดำเนินพันธสัญญาของโนร์วาตีสสำหรับคนไข้ต่อไปในอนาคต"