ความกลัวของแสงโสม

หมาแมวในแถวรัก

แสงโสมเป็นเด็กๆเสมอ...

เพราะแสงโสมมีจิตใจเหมือนเด็กๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ดังนั้น แสงโสมจึงรู้ความต้องการของตัวเองเป็นอย่างดี แสงโสมไม่มีมายา รักก็แสดงความรัก กลัวก็แสดงความกลัว แสงโสมไม่เคยแกล้งแสดงความกล้าหาญหรือแม้แต่แกล้งแสดงความอ่อนโยนเพื่อให้เรารักเธอ และถ้าแสงโสมจะ "เป็น" ในสิ่งใด เธอเป็นไปด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง...

แสงโสมกลัวบรรยากาศเสียงดังเอะอะโวยวายของผู้คน

แสงโสมกลัวเสียงประทัดหรือพลุที่จุดกันอย่างสนุกสนานของผู้คน (ซึ่งเป็นกับหมาๆหลายตัว)

แสงโสมกลัวคนแปลกหน้าที่มีบุคลิกเข้มข้น ดุดัน

แสงโสมกลัวการสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างอึกทึกครึกโครม

แสงโสมกลัวการลงในอ่างน้ำใบโตที่เราเรียกว่า สระ

แสงโสมกลัวเวลาแม่มีเพื่อนมาบ้านแล้วจะทอดทิ้งเธอ

แสงโสมกลัวเด็กๆบางคนมาที่บ้านแล้วจะมาแย่งของเล่น

แสงโสมกลัวการรอคอยตามลำพัง

แสงโสมกลัวคนที่แสงโสมรักโกรธแล้วดุเสียงดังใส่เธอ...

ฯลฯ อีกมากมายหลายอย่าง

สุดท้ายสิ่งที่แสงโสมกลัวที่สุดคือ กลัวว่าแม่ไม่รักเธอ...

หลายเรื่องที่แสงโสมกลัวล้วนไม่มีเหตุผล เป็นความกลัวที่เกิดจากความรู้สึกล้วนๆ ไม่ว่าเราจะปลอบโยนเธอ ไม่ว่าเราทดลองให้เธอพยายามรับรู้ว่า ที่สุดแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เราจะยังอยู่ได้ เรายังคงผ่านเรื่องราวหรือช่วงเวลาที่แสงโสมรู้สึกแย่ๆไปได้อย่างแน่นอน แต่เธอก็ไม่ยอมเข้าใจหรือเรียนรู้ บางครั้งต่อบางเรื่องเราต้องปล่อยให้แสงโสมเผชิญความกลัวไปเองตามธรรมชาติ เราจะไม่กลัวไปกับเธอแล้วปล่อยให้เธออยู่กับความกลัวครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยหวังว่าเธอจะเรียนรู้

เช่นการที่แสงโสมต้องการไปไหนๆกับแม่ในทุกหนทุกแห่งด้วยการออกอาการเศร้าสร้อย บางครั้งก็วิ่งไปหาของเล่นมาคาบไว้ในปากแล้วไปนอนซ่อนตัวไกลๆ เพียงเพื่อส่งสายตาเศร้าสร้อย (เธอเชี่ยวชาญการแสดงอารมณ์ทางสายตา) เว้าวอนราวกับโลกนี้ช่างแสนเศร้านัก...ทั้งหมดเพื่อกดดันให้แม่พาเธอไปด้วยเพราะเมื่อเธอออกอาการเช่นนั้น บางครั้งเราถอยรถกลับมาพร้อมร้องเรียกให้เธอขึ้นรถไปกับเราด้วย แสงโสมจะยิ้มแป้น (ยิ้มแป้นจริงๆ) วิ่งออกมาขึ้นรถอย่างลิงโลด

แต่หลายครั้งเธอก็ต้องผิดหวังด้วยเหตุผลต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นบรรดาเพื่อนๆของแม่ที่มา ต่างไม่ได้รู้สึกว่าเธอเป็นเด็กๆตัวเล็กๆ จึงควรได้นั่งรถไปไหนต่อไหนด้วยทุกหนทุกแห่ง และเหตุผลอื่นๆอีกมากมายซึ่งฉันก็ทำได้แค่กอดเธอแล้วกระซิบที่ข้างหูว่า "หนูอยู่บ้านนะ หนูไปด้วยทุกหนทุกแห่งไม่ได้หรอก เดี๋ยวกลับมาจะซื้อขนมมาฝากหนูนะ" แล้วเราก็ขับรถออกจากบ้านไปอย่างรู้สึกเพียงว่า สิ่งที่แสงโสมเป็นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญหรอก เพราะพอเราออกไปเธอก็คงวิ่งเล่นกับพี่ข้าวก่ำ หรือไม่ก็นอนเล่นนัวเนียกับตั๊กกระแตเพื่อนรักของเธอ...

การอาศัยอยู่ในเมืองเหนืออย่างจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเทศกาลต่างๆ และการเฉลิมฉลองมีมากมายเป็นระยะๆ จนเรียกได้ว่าเกือบตลอดทั้งปี แต่ละครั้งอาจเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่สำหรับแสงโสมแล้ว ยาวนานและทรมานจิตใจมากทุกๆครั้ง โดยเฉพาะเทศกาลลอยกระทงหรือทางภาคเหนือเรียก "เทศกาลยี่เป็ง" จะมีเสียงประทัด เสียงพลุดังสนั่นไปทุกมุมเมือง ความทุกข์ทรมานจากความไม่เข้าใจต่อเสียงเหล่านี้ ทำให้แสงโสมอกสั่นขวัญหายอย่างมาก (ซึ่งเกิดกับเด็กหมาหลายต่อหลายตัว)

แสงโสมจะพยายามหาที่แคบๆมืดๆ เพื่อจะซุกตัวอย่างทุรนทุราย ประสาทเสียจนกว่าเสียงต่างๆจะสงบลง แสงโสมต้องผ่านช่วงเวลาเช่นนี้ไปอย่างยากลำบากจนทำให้ฉันหรือคนในบ้านต้องเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ โดยการหาทางทำอย่างไรก็ได้ให้เธอได้อยู่ในที่ที่มิดชิด แคบๆและมีเสียงดังน้อยที่สุด หรือบางครั้งเราต้องนำที่อุดหูใส่ให้ แต่บางครั้งเสียงเหล่านี้เกิดขึ้นใกล้บ้านจนยากจะจัดการ และกว่าจะผ่านพ้นค่ำคืนไปได้ราวกับอยู่ในศึกสงครามก็ไม่ปาน

เรื่องราวเช่นนี้อาจเป็นเรื่องธรรมดาของผู้คนบางส่วน แต่สำหรับโลกของเด็กหมาบางตัวแล้ว กลายเป็นโศกนาฏกรรมทั้งของหมาๆ และเจ้าของ เด็กหมาบางตัวถึงกับหัวใจวายเสียชีวิต บางตัวขวัญเสียเตลิดออกจากบ้านแล้วกลับบ้านไม่ถูก ต้องพลัดพรากจากไป หากบางตัวโชคดีหน่อยพอหายตกใจก็หาทางกลับบ้านได้ถูก แต่หลายตัวกลายเป็นเด็กหมาหลงทาง กลายเป็นมีชีวิตร่อนเร่น่าสงสาร...เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญหรอกหรือ?

แสงโสมและพี่ๆ (ข้าวก่ำและเคาบอย) ยังโชคดีอยู่บ้างที่มีความรักความเอาใจใส่ของคนในบ้านคุ้มครองให้เธออบอุ่นขึ้นบ้างด้วยวิธีต่างๆ ตามแต่จะค้นพบ แต่ก็ใช่ว่าจะได้ผลอย่างสมบูรณ์ อย่างน้อยๆก็แค่ไม่ให้หนักหน่วงเกินไป...

ความกลัวอื่นๆของแสงโสม ไม่ว่าจะเป็นความกลัวคนแปลกหน้าซึ่งพบระหว่างทางขณะเราเดินเล่นด้วยกันในทุ่งกว้าง แสงโสมก็แค่วิ่งหนีไปหลบ เพื่อไปตั้งหลักอยู่ห่าง เป็นเพียงเรื่องราวขำๆ แม้ว่าเธอจะทอดทิ้งกระทั่งฉัน ซึ่งเธอรักเป็นนักหนา เรียกว่าเพราะความกลัวจึงทำให้เวลานั้นหากมีอันตรายอะไรเกิดขึ้น แสงโสมคงไม่เป็นที่พึ่งพิงให้ฉันได้เลย

ส่วนความกลัวอื่นๆเล็กๆน้อยๆ ที่เอ่ยข้างต้นต่างกลายเป็นความน่าเอ็นดูสำหรับทุกคนที่รักเธอ...ขณะในหัวใจของแสงโสมเองอาจเป็นเรื่องจริงจังทุกเรื่องก็เป็นได้ แต่ใครเลยจะตอบได้

ความใกล้ชิดและการได้รับรู้ หรือการที่เรามองเห็นความกลัวของแสงโสมมาเป็นระยะเวลายาวนานก็ตาม หลายครั้งฉันและคนอื่นๆในบ้านอาจละเลย เพราะรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญหรือต้องห่วงใยอะไรมากนัก เพราะเชื่อว่าความทรงจำในทุกๆเรื่องของแสงโสมคงสั้นแสนสั้น ทั้งหมดอาจเป็นความเข้าใจผิดก็เป็นได้ เพราะดูเหมือนว่าแสงโสมจะโตขึ้นมากมาย แต่ความกลัวบางอย่างเช่นครั้งเก่าก่อนก็ไม่เคยลดน้อยถอยลงเพราะการเรียนรู้ที่มากขึ้นเลย โดยเฉพาะความกลัวว่า ฉันจะทอดทิ้งให้เธอต้องรอคอย...

ดังนั้น การกลับจากเดินทางไกลแต่ละครั้ง คือการแสดงความรักและการรอคอยอย่างสุดจิตสุดใจด้วยการกระโดดกอดเอว หรือความพยายามจะกระโดดให้ตัวเองอยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่เธอจะทำได้ เพียงเพื่อสัมผัสเราให้แนบแน่นได้มากที่สุด ยาวนานที่สุด ซึ่งทำให้ฉันหรือทุกคนในบ้านถึงกับน้ำตาซึมหลายต่อหลายครั้ง...

สำหรับฉันแล้ว ฉันยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเรียนรู้ความกลัว ความดีงามเหล่านี้จากแสงโสม...ฉันขอเรียกว่า "ความดีงาม" คงไม่เกินเลยหรือให้เกียรติธรรมชาติเช่นว่านี้มากไปหรอกนะ เป็นความดีงามที่ไม่ต้องรู้ว่าความรัก ความดีงาม ต้องเป็นอย่างไร แต่เป็นความรู้สึกที่ทำให้มนุษย์อย่างเราตระหนักถึงความอบอุ่นอ่อนโยนในทุกครั้ง จนฉันรู้สึกขอบคุณความกลัวของแสงโสม เพราะได้ช่วยให้ฉันไม่ทอดทิ้งหรือเมินเฉยต่อเรื่องราวเล็ก ๆบางเรื่องอย่างง่ายดายเกินไป

โดยเฉพาะเรื่องของความรักต่อคนอื่นนั่นเอง!