"สะสมไว้ใช้เล่าเรื่อง"

...คลังความรู้นอกตำรา
หญิงไทยรายงาน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา และการฉลอง 3 ปีพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยได้มีการรวบรวมของสะสมส่วนพระองค์ เพื่อจัดทำเป็นคลังความรู้นอกตำรา มาจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมเปิดให้เข้าชม นับตั้งแต่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป

พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จัดตั้งขึ้นตามพระราชประสงค์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมุ่งหวังให้เป็นแหล่งความรู้ที่ยั่งยืนเกี่ยวกับผ้า ตลอดจนกระทั่งประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกายของไทย

ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของผ้าชนิดต่างๆ การแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ตั้งแต่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนผ่านเครื่องแต่งกายในราชสำนักยุคต่างๆ รวมทั้งฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงนำความเป็นไทยออกไปสู่สากล และก่อเกิดรายได้กลับมาสู่ผู้ผลิตในประเทศ

นอกจากจะเป็นแหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับผ้าไทย พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังเป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บรักษาผ้าไทย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดแสดงงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า ทั้งของราชสำนักและผ้าพื้นเมือง จากท้องถิ่นต่างๆ เพื่อการสืบสานสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าให้คงอยู่สืบไป

"...สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯให้ทำพิพิธภัณฑ์ผ้า ที่หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง มีห้องเก็บ และห้องแสดง ถูกต้องตามหลักสากล ของการจัดพิพิธภัณฑ์สิ่งทอ เป็นแหล่งเรียนรู้ของบรรดาช่าง หรือผู้สนใจอื่นๆ นอกเหนือจากความรู้เรื่องผ้าแล้ว นักศึกษาด้านพิพิธภัณฑ์มาดูงานได้ เพราะมีทุกด้านตั้งแต่ด้านการทำบัญชีรายการสิ่งของ การเก็บในคลังที่เป็นระเบียบ การจัดแสดง การอนุรักษ์ซ่อมแซม ตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นพิษต่อผู้ปฏิบัติงาน ห้องสมุดและหอจดหมายเหตุเก็บหนังสือ และเอกสารที่ใช้ในการค้นคว้า ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ที่ผู้มาเยี่ยมชมสามารถซื้อหาเป็นของใช้ หรือของสะสม และเป็นตัวอย่างที่จะไปทำตาม ในการแปรรูปสินค้าพื้นเมืองได้..."

และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยที่ทรงเป็นประธานที่ปรึกษาพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2558 พร้อมกับที่พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการครบ 3 ปี

โอกาสนี้ พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ บ้านสวนปทุม ได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง "สะสมไว้ใช้เล่าเรื่อง" (The Storyteller: An Exhibition in Honor of HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn's 60th Birthday Anniversary) โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดนิทรรศการดังกล่าว ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชอัธยาศัยใฝ่ศึกษา และได้สนพระราชหฤทัย ศิลปวิทยาการทุกสาขา พระราชอัธยาศัยนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกฝังมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อเสด็จฯไปสถานที่ต่างๆทั่วโลก จึงทรงสะสมสิ่งของ อันเป็นตัวแทนวัฒนธรรม และวิทยาการของชนชาติต่างๆ การทรงสะสมสิ่งของต่างๆเหล่านี้ มีประโยชน์เพื่อการศึกษา และเป็นเครื่องเตือนความจำ ของสะสมส่วนพระองค์ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีหลายประเภท มีทั้งของมีค่า และไม่มีมูลค่า แต่ทรงเก็บไว้ เพราะมีความหมาย ทางสังคมและวัฒนธรรม แสดงถึงประวัติศาสตร์ของถิ่นต่างๆ

อีกประการหนึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชดำริว่า สิ่งของเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์มากขึ้น หากมีการจัดเก็บและจัดแสดง ตามหลักพิพิธภัณฑ์สากล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงโปรดเกล้าฯให้คณะทำงานเก็บรวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ บ้านสวนปทุม จังหวัดปทุมธานี พร้อมทรงสนับสนุนคณะทำงาน ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม และติดตามดูกิจการพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่ได้ชมหรือผู้ที่สนใจ ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ได้เข้าใจใฝ่รู้ในศิลปวิทยาการ เกิดความคิดสร้างสรรค์ และได้ซาบซึ้งในวัฒนธรรมแบบต่างๆ อันก่อให้เกิดในความเข้าใจอันดีระหว่างชนชาติ

ผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ได้กล่าวถึงรายละเอียด เกี่ยวกับการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีว่า

"นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 'สะสมไว้ ใช้เล่าเรื่อง' นี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาติ ให้พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ นำมาจัดแสดงผลงานศิลปกรรมฝีพระหัตถ์ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ มาจนกระทั่งถึงในปัจจุบัน และของสะสมส่วนพระองค์ ทั้งที่ทรงซื้อและมีผู้ทูลเกล้าฯถวาย จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

...จึงนับเป็นโอกาสอันสำคัญยิ่ง ที่ประชาชนทั่วไปจะได้ศึกษาหาความรู้ เรื่องราวประเทศต่างๆจากของสะสม ซึ่งได้แสดงถึงในวัฒนธรรม สังคม และประวัติศาสตร์ ของประเทศเหล่านั้น โดยนิทรรศการได้ประกอบด้วยเนื้อหา 4 ส่วน ได้แก่ สะสมไว้ใช้เล่าเรื่อง สะสมไว้ในระหว่างทาง สะสมไว้ในราชพัสตรา และสะสมไว้ในหนังสือ นอกจากนั้นทางพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ยังทำการเรียบเรียงหนังสือ ประกอบนิทรรศการ 'สะสมไว้ใช้เล่าเรื่อง' ให้แก่บุคคลทั่วไป ที่ได้ชื่นชมในพระอัจฉริยภาพ และสามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้อีกด้วย"

สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ "สะสมไว้ ใช้เล่าเรื่อง" นี้ ได้มีการนำ "ลายลูกแก้ว" มาใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำนิทรรศการ อันเนื่องมาจากเมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชสมภพ ในวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ.2498 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ได้ถวายพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ พร้อมทั้งประทานคำแปลว่า "นางแก้ว" อันหมายถึง "หญิงผู้ประเสริฐ" อีกทั้งลายลูกแก้ว อันมีลักษณะเป็นดอกสี่กลีบหมายถึงความรัก ความสามัคคี ซึ่งสื่อถึง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีความรักต่อประเทศชาติและประชาชน ด้วยการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อช่วยเหลือแก่ราษฎร ให้มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถเป็นกำลังสำคัญยิ่ง ในการช่วยกันพัฒนาประเทศชาติสืบไป

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีความสนพระราชหฤทัย ในงานด้านศิลปวัฒนธรรม อันเป็นรากเหง้าของชาติ ทรงงานหนักเพื่อประเทศชาติ และปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ แบ่งเบาพระราชภาระใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปยังโครงการในพระราชดำริต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในฐานะที่ทรงเป็นประธานที่ปรึกษา จึงร่วมกับพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ บ้านสวนปทุม จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเรื่อง "สะสมไว้ใช้เล่าเรื่อง" เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้ทราบพระจริยวัตร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่สนพระราชหฤทัยใฝ่ศึกษาศิลปวิทยาการต่างๆ และเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ให้ได้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอด พ.ศ.2558 นี้

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "สะสมไว้ใช้เล่าเรื่อง" ประกอบด้วยเนื้อหา 4 ส่วน ได้แก่...

สะสมไว้ใช้เล่าเรื่อง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเรียนรู้สิ่งต่างๆจากแหล่งความรู้รอบพระองค์ จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไปจนกระทั่งถึงปราชญ์ราชบัณฑิตหลายๆท่าน ทำให้สนพระราชหฤทัยใฝ่ศึกษาสิ่งต่างๆอยู่เสมอ ทรงศึกษาศิลปวิทยาการหลากหลายแขนงอย่างต่อเนื่อง จากการเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ทอดพระเนตรนวัตกรรม ที่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ของส่วนพระองค์เหล่านี้ ทรงสะสมมาประมาณ 50 ปี บางส่วนเป็นของที่ทรงประดิษฐ์เอง บางส่วนมีผู้ทูลเกล้าฯถวาย ทั้งจากในและต่างประเทศ บางส่วนทรงซื้อด้วยเห็นว่ามีความน่าสนใจ มีเรื่องราวเชื่อมโยงถึงประวัติศาสตร์ และธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น ทรงจัดเก็บของเหล่านี้ไว้ ณ พิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ บ้านสวนปทุม จังหวัดปทุมธานี ปัจจุบันของสะสมส่วนพระองค์ต่างๆ กลายเป็นสื่อการสอน และแหล่งความรู้ที่สำคัญยิ่ง

สะสมไว้ในระหว่างทาง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเยือนต่างประเทศ เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกิจนานัปการ ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย ให้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไปในการพระราชพิธีและงานพิธีในหลายประเทศ ทรงปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนประเทศไทย ในการประชุมสัมมนาระดับโลก และเสด็จฯเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงเรียนภาษาและทรงเสริมสร้างประสบการณ์ความรู้ ด้วยการเยือนพิพิธภัณฑ์ สวนพฤกษศาสตร์ หอศิลปะ ฯลฯ มากกว่า 100 แห่งในทุกทวีปทั่วโลก ระหว่างเส้นทางสรรพวิทยานี้ ได้ทรงเก็บรวบรวมสิ่งของ ที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวาย และทรงซื้อหาเป็นของที่ระลึก ซึ่งมีเรื่องราวของวัฒนธรรม ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โบราณคดี ฯลฯ ทรงนำมาศึกษา แบ่งหมวดหมู่ และจัดเก็บในมาตรฐานพิพิธภัณฑ์ เมื่อทรงเตรียมการสอนหรือบรรยาย ก็ทรงใช้ของสะสมเหล่านี้ มาประกอบการถ่ายทอดความรู้ อีกทั้งยังได้พระราชทานออกแสดงแก่สาธารณชน เพื่อในเสริมสร้างความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ เกิดความคิดและใคร่ครวญ อันนำไปสู่ความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง

สะสมไว้ในราชพัสตรา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นักออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ ที่ทำจากผ้าทอในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ฉลองพระองค์ที่นำมาจัดแสดงตัดเย็บจากผ้าไหมยกทอง ซึ่งมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ และผ้าจากมูลนิธิศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงฉลองพระองค์เหล่านี้ เมื่อครั้งได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และทรงในโอกาสสำคัญๆ

สะสมไว้ในหนังสือ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงฟัง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระอักษรเล่าเรื่องราวต่างๆ มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ได้ทรงซึมซับภาษาที่นำพาความรู้ พร้อมเปิดประตูสู่โลกกว้างแห่งจินตนาการ ต่อมามีผู้ทูลเกล้าฯถวายหนังสืออย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องสำหรับเด็ก ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติบุคคล ศิลปวัฒนธรรมไทยและสากล ฯลฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงสนับสนุนจัดทำห้องสมุด ปัจจุบันทรงมีหนังสือมากกว่า 100,000 เล่มในห้องสมุดส่วนพระองค์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระปรีชาสามารถ ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ทรงเริ่มงานพระราชนิพนธ์ ตั้งแต่ยังทรงศึกษาชั้นประถม ทรงพระราชนิพนธ์โคลง กษัตริยานุสรณ์ ทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2516 และคำฉันท์ดุษฎีสังเวยและกาพย์ขับไม้กล่อม พระศรีนรารัฐราชกิริณี ทูลเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสพระราชพิธีสมโภชช้าง

นอกจากนั้นยังได้มีพระราชนิพนธ์ จากการที่ได้เสด็จฯไปทรงเยือนในประเทศต่างๆ บทกวีภาษาต่างประเทศ พระราชนิพนธ์แปล ซึ่งเสริมสร้างความรู้ ความเพลิดเพลิน และสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้อ่าน ทั้งจำหน่ายเป็นรายได้บำรุงมูลนิธิ ที่ทรงงานสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สืบมา

จากความสนพระราชหฤทัยอย่างต่อเนื่อง และได้มีความลึกซึ้งในอักษรศาสตร์ ด้านภาษา วรรณกรรม ทำให้ทรงพระอักษร ทรงพระราชนิพนธ์ และทรงเรียนรู้ในวัฒนธรรมได้อย่างแตกฉาน ทรงมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และจีน ยังผลให้เกิดความสัมพันธ์อันดี ระหว่างมิตรประเทศต่างๆ ในการเรียนรู้อันไม่สิ้นสุดที่ทรงปฏิบัติ ได้เป็นแบบอย่างของการศึกษาตลอดชีวิต ตามแนวทางของสังคมไทยและสังคมโลกในปัจจุบัน


สำหรับนิทรรศการ "สะสมไว้ใช้เล่าเรื่อง" นี้ จะได้เปิดให้ประชาชนผู้สนใจ เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2558 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2559 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ