​ "สูงวัย"...ไม่กลัวฝน

anything...สิ่งสารพัน

 ลุ้นระทึกกับเรื่องฟ้าฝนและเรื่องน้ำแล้งอยู่หลายเดือน จู่ๆเกิดอากาศแปรปรวน ฝนก็ได้กระหน่ำตกลงมาอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยและเพื่อนบ้าน บางแห่งเกิดน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากหรือดินโคลนถล่มเสียหายกันระนาวอย่างคาดไม่ถึง!

อย่างไรก็ดีระยะนี้ฝนคงตกชุกต่อไปอีกสักระยะ อาจส่งผลให้อากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันและอาจเกิดโรคภัยไข้เจ็บจู่โจมเข้าสู่ร่างกายได้ทันที เพราะอุณหภูมิที่ลดลง ความชื้นในอากาศมีอยู่มาก เชื้อโรคหลายชนิดจะแพร่ระบาดไวโดยเฉพาะท่าน ส.ว.สูงวัยภูมิคุ้มกันร่างกายมักอ่อนแอ เมื่อร่างกายปรับสภาพไม่ทัน อาจทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นโรคที่จะเกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจ อาทิ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ปอดอักเสบ ปอดติดเชื้อได้ ดังนั้น ควรสร้างสมดุลให้กับตัวเองต้องดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้นแบบยกกำลัง

ฉบับนี้จัดเสิร์ฟวิธีการดูแลตัวเองและวิธีป้องกันโรคภัยแบบง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
- ควรดูแลและรักษาความอบอุ่นให้ร่างกายอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่มีความหนาเพียงพอ สำหรับท่านที่ขี้หนาวเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นได้ดี อาทิ ผ้าฝ้ายหรือผ้าผสมใยขนสัตว์ ถ้าจะนั่งหรือนอนพักผ่อนอยู่ในบริเวณที่โล่งๆและมีลมโกรกผ่านได้ ต้องหาผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคออุ่นๆมาพันคอเอาไว้ก่อน หรือไม่ก็สวมเสื้อกันหนาวป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า
- ป้องกันตัวเองอย่าให้เปียกฝน หากเปียกฝนอาจจะมีสิทธิ์จะเป็นหวัด จาม ไอหรือเป็นไข้ได้ง่ายๆ ช่วงนี้ก่อนจะออกไปไหนมาไหน ตระเตรียมร่ม พกหมวก ติดเสื้อกันฝน (แบบพับได้) หรือผ้าขนหนูผืนเล็กๆสักผืน พับใส่ถุงผ้าใบน้อยๆแล้วจับยัดไว้ในกระเป๋าติดตัวเลย เพราะถ้าฉุกเฉินเกิดถูกฝนศีรษะเปียกก็ใช้ผ้าขนหนูซับผมให้แห้งเสียก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหวัดเล่นงาน ถ้าตัวเปียกฝน ทันทีที่กลับถึงบ้านต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำอุ่นๆและสระผมในทันที รีบเช็ดผมหรือดรายผมให้แห้งแล้วสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นที่สุด
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ (น้ำอุ่นๆหรือน้ำในอุณหภูมิปกติ) เพื่อให้เกิดสมดุลของอุณหภูมิในร่างกายคงที่ จะช่วยทำให้โอกาสการติดเชื้อน้อยลงและช่วยลดความร้อนภายในร่างกาย (ปัสสาวะบ่อยๆแล้วจะสบายตัวขึ้น) อีกทั้งน้ำยังเป็นตัวช่วยทำให้เนื้อเยื่อต่างๆในระบบทางเดินหายใจชุ่มชื้นทำให้ระบบคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
- ต้มน้ำสมุนไพรดื่ม น้ำสมุนไพรอุ่นๆนอกจากจะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นแล้ว ยังทำให้รู้สึกชุ่มคอ บรรเทาอาการความเย็นชื้นได้อย่างดีด้วย ลองต้มน้ำสมุนดื่มเอง อาทิ น้ำตะไคร้ (ช่วยขับเหงื่อ) น้ำใบเตย (บำรุงหัวใจ ช่วยลดอาการกระหายน้ำทำให้ชุ่มชื่น) น้ำมะตูม (แก้ร้อนใน) น้ำเก๊กฮวย (ช่วยย่อย) ต้มสลับกันไปตลอดทั้งอาทิตย์แล้วจิบตอนอุ่นๆ
- หมั่นรักษาความสะอาดร่างกาย รอบตัวทั้งชื้นและแฉะแบบนี้จะไปไหนมาไหนควรหมั่นล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่ จะช่วยลดการติดต่อของโรคต่างๆได้ ถ้าไม่สะดวกก็ให้พกกระดาษเปียกใส่กระเป๋าหรือติดรถเอาไว้เลย
- หมั่นดูแลอุปกรณ์หรือภาชนะต่างๆในครัวเป็นพิเศษ ความชื้นมักก่อให้เกิดแบคทีเรียและเชื้อราเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้น หลังจากทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารแล้วควรทำให้แห้งเร็วที่สุด เช่น นำออกไปพึ่งลม ตากแดด เปิดพัดลมเป่าหรือเช็ดให้แห้งก่อนจะเก็บเข้าที่
- รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ จำไว้เลยค่ะว่า อากาศแบบนี้ต้องมั่นใจทุกครั้งว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปต้องได้รับการปรุงสุกแบบสดๆและร้อนๆเท่านั้น และถ้าจะรับประทานอาหารร่วมกันเป็นกลุ่มต้องใช้ "ช้อนกลาง" เสมอ
- รับประทานอาหารที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่ปริมาณไขมันต้องไม่สูงเกินไปด้วย อาการเหล่านั้นได้แก่ อาหารประเภทมีโปรตีนสูง เช่น เนื้อปลา สัตว์ปีก และเนื้อไม่ติดมัน เพราะร่างกายสามารถย่อยง่าย
- เพิ่มผลไม้สดให้เป็นพระเอก ผลไม้สดๆมีวิตามินซีสูงและถ้ารับประทานผลไม้ตามฤดูกาลก็ยิ่งดีเพราะมีผลไม้บางชนิดที่มีสรรพคุณช่วยป้องกันหวัดได้ เช่น ส้มโอ กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม มะขามป้อม มะเฟือง ฝรั่ง แก้วมังกร มะกอกน้ำ เป็นต้น รับประทานเลยโดยไม่ต้องนำไปคั้นหรือปั่นเพราะจะได้เส้นใยอาหารมากกว่าด้วย
- รับประทานธัญพืชที่มีกากใยสูง ได้แก่ พืชตระกูลถั่ว ข้าวกล้อง ข้าวมันปู ข้าวซ้อมปู (เห็ดชนิดต่างๆด้วย) อาหารเหล่านี้ช่วยเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยปกป้องร่างกายจากความเสื่อมต่างๆรวมทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานด้วย
- ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง สำหรับท่านผู้สูงอายุบางรายที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจากอาหารดังกล่าวจะทำให้หัวใจทำงานหนักเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบปัญหาโรคปวดข้อ ซึ่งอากาศชื้นและเย็นจะกระตุ้นให้โรคข้ออักเสบ เช่น โรคเกาต์มีอาการรุนแรงขึ้นได้
- จัดเมนูอาหารที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรต้านหวัดต่างๆ เลือกวิธีปรุงที่ปรุงแต่น้อยโดยเฉพาะลดหวานกับลดเค็มให้มาก ปรุงอาหารที่คั่วหรือผัดด้วยน้ำมันน้อยๆ นำส่วนผสมอย่างสมุนไพรต้านหวัด เช่น กระเทียม ขิง ขึ้นฉ่าย เช่น เนื้อไก่ผัดขิง เนื้อปลาผัดขึ้นฉ่าย เป็นต้น
- ควรติดตามและฟังข้อมูลข่าวสารเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศและการพยากรณ์อากาศ
- ระวัง "ผิวหนังอักเสบ" น้ำฝนที่ขังอยู่ตามพื้นถนน พื้นบ้านหรือพื้นตลาด อาจเป็นแหล่งของเชื้อโรค หากเกิดเป็นแผล แล้วไปเจอแจ๊คพอทเชื้อโรคเข้า อาจเกิดตุ่มคัน เชื้อรา หนอง หรือฝีได้ ถ้าโดนน้ำสกปรกกระเด็นใส่แผล ต้องรีบทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดให้เร็วที่สุด จากนั้นใส่ยาฆ่าเชื้อทันที 
กรณีต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ช่วงนี้ควรพกกระดาษเปียกติดตัวไว้ด้วย หากเกิดโดนน้ำสกปรกเข้า การแก้ปัญหาเร่งด่วน ให้ใช้กระดาษเปียกเช็ดสิ่งสกปรกออกไปก่อน จากนั้นใช้น้ำสะอาดล้างทันที เมื่อกลับบ้าน รีบอาบน้ำฟอกสบู่ ทำความสะอาดด่วนจี๋ 
- หลีกเลี่ยงการนอนกลางวันนานๆ ช่วงฝนตกพรำๆแบบนี้ ท่าน ส.ว.บางคน อาจไม่สะดวกออกไปทำกิจกรรมต่างๆที่เคยทำได้ ร่างกายจึงแทบไม่ได้ยืดเส้นยืดสายเลย วันๆอาจติดแหง็กอยู่กับหน้าจอทีวี หรือจมจ่อมอยู่แต่ในห้อง หรือในบ้าน อาจทำให้ใจห่อเหี่ยวหรือง่วงเหงาหาวนอนอยู่ตลอดเวลา พยายามหลีกเลี่ยงการนอนกลางวันนานๆ หรือจำกัดเวลาการนอนกลางวันด้วย ไม่ควรนอนเกินครึ่งชั่วโมงในช่วงบ่าย เพราะจะทำให้นอนไม่หลับในเวลากลางคืน
- ถ้าหากรู้สึกเริ่มเบื่อๆอาหาร ลองจัดเมนูใหม่ๆไว้เสิร์ฟ อาทิ ต้มน้ำสมุนไพรอุ่นๆดื่ม  ชงน้ำหวานจิบแทนน้ำเปล่าบ้าง ก็จะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าเพิ่มขึ้นได้ หรืออาจสั่งให้ลูกหลานหรือคุณแจ๋วศรีที่บ้านปรับเปลี่ยนเมนูอาหารมื้อเย็นดูบ้าง เช่น เคยรับประทานแต่ข้าวสวยและกับข้าวแทบทุกวัน ล องปรับเปลี่ยนมาทำอาหารจานเดียวง่ายๆ อย่างเช่น ข้าวต้มสุขภาพ  ข้าวต้มเห็ดรวม ข้าวต้มผสมธัญพืชต่างๆ เช่น เผือก  ฟักทอง หรือลูกเดือยดู สำหรับท่านส.ว.ที่เคี้ยวอาหารไม่ค่อยไหว ควรทำเมนูที่นิ่มและเคี้ยวง่าย อาทิ  ผัดวุ้นเส้น ไข่ตุ๋น เป็นต้น ยิ่งหน้าฝนแบบนี้ แนะนำให้ลองทำเมนู "ไข่ตุ๋นใส่ใบผักหวานบ้านดูค่ะ (ผักหวานบ้านหาง่ายและถูกด้วย แถมมีวิตามินซี และเบต้า-แคโรทีนมาก) รับรองว่า...อร่อย เคี้ยวง่าย สบายเหงือก ทานแล้วยังอุ่นท้องและช่วยทำให้นอนหลับปุ๋ย
อย่าอาบน้ำเย็นจัด ท่านผู้สูงอายุเป็นผู้ที่มีผิวหนังหยาบกร้านและเหี่ยวย่นอยู่แล้ว เพราะชั้นผิวหนังมีไขมันใต้ผิวหนังน้อยมากๆ จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ช่วงที่อากาศเย็นให้อาบน้ำอุ่นแทนและหลังจากอาบน้ำแล้วควรทาครีมบำรุงผิวกายทุกครั้งเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังไว้ค่ะ
- ตระเตียมยาหยูกที่จำเป็นไว้ใกล้ๆตัว ยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็น อาทิ ยาแก้ไข้ ยาแก้ปวด ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ยาอมบรรเทาอาการเจ็บคอ วิตามินซี หรือยาทาฆ่าเชื้อก็ควรตระเตรียมไว้และตรวจเช็คดูว่า...ต้องไม่หมดอายุและมีติดประจำตู้ยาไว้เสมอ อุปกรณ์อีกอย่างที่จำเป็นสำหรับท่านส.ว.เช่นกัน คือ "กระเป๋าน้ำร้อน" ควรหาซื้อติดบ้านไว้บ้าง
- ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อนล่วงหน้า สามารถป้องกันหวัดได้ในระดับหนึ่ง แต่โปรดศึกษาข้อมูลก่อน
- ถ้าป่วยเป็นไข้หวัด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที อย่าหาซื้อยามารับประทานเองเพื่อความปลอดภัย  เพราะยาปฏิชีวนะเป็นยาแรงมีผลต่อตับ ถ้าไม่ทานยาตามเวลากำหนด การรักษาจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร และถ้าทานไม่ครบก็จะเกิดอาการดื้อยาภายหลัง ดังนั้น ควรใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีสติ และใช้ในกรณีจำเป็นจริงๆเท่านั้น
- หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน โดยเฉพาะในเวลาเย็น เพราะจะทำให้ระบบภูมิต้านทานโรคในร่างกายต่ำลงและติดเชื้อง่าย 
- ช่วงเริ่มเป็นหวัดในระยะแรก ให้ต้มเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีรสเผ็ดอุ่นจิบ  อย่าง "ขิง" มีสรรพคุณมากมาย อาทิ ช่วยขับเหงื่อ มีฤทธิ์แก้หวัดเย็น (หวัดเย็น คือ มีไข้ต่ำๆ หนาว แต่ไม่ค่อยมีเหงื่อซึมออกมา และมีเสมหะเหลวใสด้วย)
ใช้ขิงไม่อ่อน ไม่แก่ ประมาณ ๒ แง่ง ต้มใส่น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลอ้อย ต้มแบบหวานจางๆ จิบตอนอุ่นๆ สามารถช่วยบรรเทาอาการหวัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
อาหารสำหรับผู้ป่วยที่โดนไข้หวัดเล่นงาน ควรจัดเมนูไล่หวัด และหมั่นทำขึ้นสำรับให้บ่อย  เช่น "ซุปไก่" ทำซุปไก่ให้ซดน้ำร้อนๆ เพราะซุปไก่ มีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่า "นิวโทรฟิลด์" ไปยังเนื้อเยื่อปอด ทำให้ลดกระบวนการอักเสบในปอด และลดอาการไอได้ ตำรับการทำซุปไก่นี้ ถ้าให้ได้ผลเร็ว  ต้องมีส่วนผสมของหอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ มันฝรั่ง ก้านขึ้นฉ่าย ผักชี แครอท หัวผักกาด เกลือ และพริกไทย  นอกจากนั้นซุปไก่ยังรวมถึง ต้มยำไก่ แกงไก่ ด้วยค่ะ เมนูเหล่านี้มีสมุนไพรเป็นส่วนผสมที่จะช่วยต้านเชื้อหวัดได้ดีเลยค่ะ
-  ถ้าเป็นหวัดงอมแงม และมีความจำเป็นจะออกไปทำธุระนอกบ้าน ควรใช้หน้ากากปิดจมูกด้วย เชื้อโรคจะได้ไม่แพร่กระจาย 
- ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่เสี่ยงต่อโรค เช่น ในโรงพยาบาล หรือสถานที่ที่มีคนแออัด และอากาศถ่ายเทไม่สะดวก
- พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าพยายามนอนดึกและนอนหลับให้เพียงพอ อย่ากังวลหรือวิตกจริตให้มากเกินไป เพราะจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก่อนนอนให้ฝึกทำสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ ก่อนจะล้มตัวลงนอน หาน้ำมันยูคาลิปตัสมาหยดลงบนก้อนสำลีก้อนเล็กๆวางไว้ข้างๆหมอน หรือง่ายหน่อยก่อนเข้านอน ใช้สเปรย์ยูคาลิปตัสฉีดภายในห้องนอนไว้ก่อน (ฉีดก่อนนอนประมาณ ๑๐-๑๕ นาที) กลิ่นยูคาลิปตัสจะช่วยทำให้หายใจโล่งจมูก และผ่อนคลายมากขึ้น  
- ระวัง "ยุง" นำโรคร้ายต่างๆมาให้ อาทิ ไข้เลือดออก ดังนั้น ท่าน ส.ว.อย่าให้ถูกยุงกัดเด็ดขาดนะคะ  ด้วยร่างกายของท่านที่อ่อนแออยู่แล้ว ควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงด้วย ลูกๆหลานๆควรตรวจตรารอบบ้านอย่าให้มีน้ำฝนท่วมขัง หรือเกิดน้ำเน่าแช่ขังอยู่ตามภาชนะต่างๆ ถ้าเห็นรีบคว่ำหรือเททิ้งทันที อาจใช้ "ทรายอะเบท" มาใส่ในภาชนะขังน้ำได้ (ทรายอะเบทเป็นสารเคมีกำจัดลูกน้ำยุงลาย สามารถขอได้ฟรี ได้ที่สาธารณสุขจังหวัด หรือที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด) บ้านไหนปลูกเลี้ยงต้นไม้น้ำ ซึ่งไม้น้ำต้องแช่น้ำอยู่ มักเป็นแหล่งวางไข่ของยุง สามารถกำจัดลูกน้ำได้ง่ายๆ คือ หาปลาหางนกยูงมาปล่อยค่ะ
- ระวัง "โรคฉี่หนู" โรคนี้เป็นโรคที่แพร่ระบาดได้ในพื้นที่ที่มีน้ำขัง เฉอะแฉะตลอดเวลา อาทิ ในตลาดสด ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโรคจากมูลหนูที่ขังในน้ำ ถ้าซึมผ่านเข้าไปทางผิวหนังหรือที่เป็นแผล จะทำให้มีไข้สูง  ปวดเนื้อปวดตัวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะน่อง และมีอาการตามมาติดๆคือ เบื่ออาหาร ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนค่ะ 

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือควรเพิ่มกิจกรรมหรือออกกำลังกายในช่วงเวลากลางวันให้มากขึ้น พยายามทำอย่างต่อเนื่องวันละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบคุ้มกันช่วยให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้
"ความไม่มีโรค คือลาภอันประเสริฐ" สุขภาพของเราจะดีหรือแย่ขึ้นอยู่กับตัวเราเองเป็นสำคัญ ถ้าได้ปฏิบัติตามคำแนะนำที่จัดเสิร์ฟมาให้ได้ทุกประการ รับรอง  ไม่ต้องกลัวฝนเลยเจ้าค่ะ