กาลเวลาที่ผ่านเลย

ตะวันชายบ่ายคล้อย

สมัยนี้เป็นสมัยฟาสต์ฟู้ด เวลามีน้อยแต่ต้องเห็นผลเร็ว แต่ก่อนซ้อมละครเวทีหนึ่งเรื่องใช้เวลาครึ่งปีค่อนปี จึงจะลงโรงแสดง มาบัดนี้การติวของฉันอัพเดทขึ้นเป็นลำดับ ใช้ตัวช่วยทุกรูปแบบ มีการส่งอี-เมล และแฟ็กซ์ การตีความ โทรศัพท์เพิ่มเติมกลางกองถ่ายเวลามีปัญหา และล่าสุดส่ง What's App กลับไปกลับมา

ช่วงนี้เป็นช่วงเวียนวนของนักแสดงที่เคยผ่านมือกันมาเมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว บางคนพานพบกันเมื่อยังเป็นหนุ่มสาวแรกเข้าในวงการ ภาพติดตาคือ ทราย เจริญปุระ ในชุดนักเรียน มาติวเรื่อง "ล่า" และ พลอย-เฌอมาลย์ อยู่ในชุดคอซอง มานอนหลับรอฉัน ติวให้พี่สาว นุ่น-สินิทธา แล้วถูกคุณแม่ปลุกให้ตื่นงัวเงียกลับบ้านไป

พิมพ์มาดา เด็กสาวเสียงใสวงซาซ่า กลับมาใหม่อีกครั้งด้วยเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ และผู้จัดให้แสดงในบทบาทที่เข้มข้นและท้าทายความสามารถมากขึ้น หลังจากฮิตระเบิดจากบท "พอใจ" ในละครซิทคอมเรื่อง เป็นต่อ

ฉันบอกเธอว่า ให้ทำใจกล้า และชัดเจนว่าต้องการก้าวต่อไป เธอเป็นเด็กสาวหน้าใส ได้รับความรักความเอ็นดูมาโดยตลอด นี่คือ "จุดขาย" ของเธอที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า Comfort Zone เธอต้องกล้าเสี่ยงที่จะออกจากบทบาทสาวใส ไปลองชิมความรู้สึกของผู้หญิงที่มีรสชาติต่างๆ ไม่เช่นนั้นเธอจะต้องวนเวียนเล่นแต่บทที่ใกล้ตัวแต่อย่างเดียว

มาริสา อานิต้า เป็นเด็กน้อยนักเต้นที่แสดงหนังเรื่องแรกกับท่านมุ้ย มาคราวนี้เธอต้องการปักหลักเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท จึงตั้งใจจะมาติว โดยจดทุกคำพูดของฉัน ฉันคิดว่าเธอรับงานมากและหลากหลายคงต้องหาเวลาให้ตัวเองเพื่อฝึกวิทยายุทธ์ที่ต้องการให้อยู่มือ 

บี-น้ำทิพย์ ถูกส่งมาติวเพื่อหาความละเอียดของการแสดงเป็นตัวละครที่ซ่อนความเจ็บแค้นและความร้ายลึกในเรื่องกุหลาบซาตาน ฉันติวตัวละครให้เธอเป็นฐานไว้ แล้วส่งเข้ากองถ่ายเพื่อให้ผู้กำกับฯปรุงรสดุเดือดเผ็ดมันจัดจ้านตามต้องการ

ศรีริต้า เจนเซ่น จะแวะเวียนมาร้องทุกข์เวลาได้รับบทบาทใหม่ในละครแต่ละเรื่องว่ายากมาก เราทำงานตีความบทด้วยกันสักครั้งสองครั้ง แล้วก็ส่งเธอเข้ากองถ่าย ก่อนจะกลับมาหาด้วยโปรเจ็คท์อื่นๆต่อไป

ประเด็นสำหรับเธอคือ เข้าวงการตั้งแต่ยังเด็ก ทำงานโดยตลอด ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตในโลกภายนอกอย่างจริงจัง จึงต้องการการชี้แนะเกี่ยวกับอารมณ์และชีวิตของคนอื่นๆที่เธอไม่ค่อยเคยได้สัมผัส

อั้ม-พัชราภา ส่งตัวเองมาหาฉัน ด้วยว่าต้องแสดงเป็นตัวละครที่ปลอมแปลงตัวในบทบาทต่างกัน ฉันรู้ดีว่าเวลาที่จะติวสำหรับเธอมีไม่มาก และการถ่ายทำก็ดำเนินไปแล้ว ในฉากที่เธอต้องแสดงเป็นตำรวจหญิงที่ปลอมตัวมาในรูปโฉมของนักร้องจากฮ่องกง ฉันให้คำแนะนำเธอไปว่า เมื่อเป็นนักร้องฮ่องกง ลงจากลิมูซีนคันงาม เพื่อเดินบนพรมแดง ท่ามกลางแสงไฟจากแฟลชถ่ายรูปของนักข่าวมากมายนั้น ให้รู้สึกอย่างง่ายๆและจริงๆที่สุดเลยว่า ตัวเองเป็นนกยูงที่กำลังเยื้องย่างอย่างสง่างาม และรำแพนหางอวดรูปโฉม เธอทำได้ดีมาก

การใช้จินตนาการเทียบเคียงเรื่องราวและอารมณ์เป็นอาวุธที่สำคัญของนักแสดง

ฉันไม่ได้ติวสินจัยโดยตรง แต่ติวให้ลูกเกดเรื่อง มารยาริษยา และติวให้มาร์กี้ เรื่องคุณยายสายเดี่ยว ฉันทึ่งในการทำงานของสินจัยมาโดยตลอด วินัยดี ทัศนคติเกี่ยวกับการแสดงดีมาก ครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดคือเมื่อติวให้ทราย เจริญปุระ แสดงเรื่อง "ล่า" สินจัยเป็นแม่ ซึ่งต้องเก็บฆ่ากลุ่มผู้ชายที่ข่มขืนลูกสาวเธอทีละคน ฉันได้เห็นบทละครของเธอที่เธอจดโน้ตรายละเอียดอารมณ์อย่างละเอียด เพื่อให้แม่นยำเวลาแสดงว่าได้ฆ่าใครไปแล้วบ้าง รู้สึกอย่างไร เพราะการถ่ายทำเป็นแบบเจาะถ่าย ข้ามเรื่องไปมา ไม่เรียงไปตามเหตุการณ์จริง เธอแม่นจริงๆ และไม่พลาดเรื่องความเข้มข้นของอารมณ์ ไม่น่าแปลกใจที่เธอยืนหยัดเป็นนางเอกได้ทุกยุคทุกสมัย

จินตหรา พาตัวมาหาฉันสองสามครั้ง นานมาแล้ว เพื่อปรึกษาเรื่องการแสดงเป็นผู้หญิงอายุ ๔๐ ปี เป็นช่วงเวลาที่เธอละจากแสดงหนังมาเล่นละครทีวีอย่างจริงจัง จึงมีความกังวล ฉันยืนยันกับเธอว่า เธอเป็นนักแสดงพิเศษ ที่เหมือนถือพาสส์ปอร์ตแดง อย่างไรๆประชาชนก็รักเธอ ไม่ต้องกังวล เต็มที่ไปเลย เธอนั่งอยู่ในใจคนแล้ว ประสบผลสำเร็จแน่นอน

เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ เจาะจงให้ผู้จัดการติดต่อมาหาฉันโดยตรง เมื่อเขาต้องการจะปักหลักในวงการในฐานะพิธีกร และนักแสดง ก่อนหน้านี้ภาพพจน์เขาคือนักร้อง ผู้บริหาร ผู้ทำธุรกิจ ผู้ที่อยู่ในวงการบันเทิงมานานมากแล้ว เขาสร้างชื่อล่าสุดในการแสดงละครเวที และทีวี แต่ยังอยากมั่นใจกว่านี้

เราคุยกันทุกเรื่องถึงความเป็นไปและความสุขทุกข์จากสิ่งต่างๆที่ผ่านมา ทั้งเรื่องชีวิตและการทำงาน จนฉันได้ภาพชัดเจน จากนั้น เราสรุปสถานะกันว่า ปัจจุบันนี้เขาคือศิลปินอิสระไฟแรง ที่พร้อมจะลุยไปข้างหน้าอย่างเต็มที่อีกครั้งหนึ่ง

เราทำงานใกล้ชิดกัน ๔ อาทิตย์ โดยมีโจทย์และการบ้านในเชิงปฏิบัติจริงให้ศึกษา เขาจดทุกรายละเอียดคำพูด และนำไปย่อยเองต่อ

คุยกันครั้งแรก เขาพบว่าแบกอะไรไว้มาก รุ่งขึ้นจึงกลับไปปิดบริษัท กำหนดบทบาท ทิศทางตัวเองใหม่ให้ชัดเจน

ต่อมาให้เขาไปศึกษาคนอื่นและโลกภายนอก "ไปมองให้เห็น ฟังให้ได้ยิน" เขาไปทำงานพิธีกรและแสดงละครเรื่องใหม่ นี่คือสิ่งที่เขานำไปประยุกต์ใช้ด้วยความใส่ใจ แล้วส่งข้อความกลับมารายงาน

"ละคร Sit Com Series ตั้งแต่ตอน ๕ เป็นต้นไป ผมว่าผมเริ่มจับตัวละครติดแล้วครับ เริ่มเป๊ะในความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น และเริ่มจับได้ถึงสิ่งที่ตัวละครตัวนี้ยึดมั่นถือมั่น รวมถึงปูมหลังของตัวละครที่ส่งผลต่อการมองโลกของเขา ผมว่าผมแน่นขึ้นแล้วครับ ก็คิดว่าน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆครับครู พอพวกนี้แน่น ร่างกายผมก็ทำงานเองโดยธรรมชาติ บางฉากบางตอนผมก็ค้นพบคาแร็คเตอร์หรือปฏิกิริยาใหม่ๆที่ออกมาเองอย่างน่าสนใจ ก็จะค่อยๆเก็บไปเรื่อยๆครับ ผู้กำกับฯเอ่ยปากชมอยู่เนืองๆครับ"

เขาเป็นตัวอย่างของคนที่พร้อมจะรับและนำไปปฏิบัติ แล้วหมั่นวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อก้าวต่อไป

เมื่อ What's App ไปถามว่า "งานพิธีกรวันศุกร์ ดีมั้ย" เขาตอบกลับมาว่า "ผมมีความสุขมากที่สุดเลย ตั้งแต่ถึงสตู ผมปล่อยวางทุกอย่างแล้วตัวเบา เป็นมิตร คุยกับทุกคน แล้วแขกรับเชิญคนแรกในชีวิตของการสัมภาษณ์ของผมคือ...โอโห! มันมาก...ก...ก เลยครับ ผมเล่น ผมยิงมุก ยิงคำถามแบบคนในห้องส่งฮือฮา หัวร่องอหาย ผู้บริหารบริษัทมาดู บอกว่าสุดยอดไปเลยครับ และมันมีช่วงแขกรับเชิญอีกช่วงเป็นดราม่าน้ำตาแตกก็น่าสนใจครับ พอผมจดจ่อ ปล่อยวาง มองเห็นกล้องเป็นคนที่เรารัก และทำวงกลมแผ่เต็มสตูดิโออย่างที่ครูสอน ทุกอย่างเนียนและพลิ้วมากเลยครับ คุณปัญญาบอกว่า "นี่เขาไม่เคยทำหรือเนี่ย"

สรุปโดยรวม ผมมีความสุขมาก...ก...กที่สุดครับ แต่ในแง่คุณภาพนั้นผมไม่ทราบเพราะเป็นครั้งแรก คงจะมีอะไรขาดๆเกินๆไปบ้างครับ

ขอบพระคุณครูมากนะครับ สิ่งที่ครูให้ผม มันทำให้ผมเข้าใจ และเปลี่ยนชีวิตผมให้เบาสบายขึ้น ส่งผลดีกับงานและชีวิตอีกหลายอย่างเลยคร้าบ Loving you too much, so much, very much"

คนที่เป็นครู ความสุขอยู่ตรงที่ได้เห็นเมล็ดพันธุ์งอกงามจากกาลเวลาที่ผ่านเลย