"ดอกอัญชัน" ดี...มีประโยชน์ แต่?ต้องระวังสักนิด

anything...สิ่งสารพัน

      ดอกอัญชัน ถ้ารับประทานพอเหมาะพอดีก็เป็นประโยชน์ แต่ถ้าทานประจำหรือมากไป จากประโยชน์ก็เป็นโทษได้ค่ะ

      ต้นอัญชันที่ขึ้นเองข้างรั้วในสวนศรีของอิฉัน ทั้งงามและรกสุดสุด แต่อิฉันก็ยังไม่คิดจะตัดทิ้งเพราะปักใจรักในความงามซื่อๆของดอกไม้สีน้ำเงินเข้มชนิดนี้เข้าอย่างจัง ช่วงหลังฝนตกชุกเมื่อเดือนที่ผ่านมา ดอกอัญชันบานสะพรั่งไปทั้งต้น ทำให้อดใจไม่ไหวที่จะเก็บมาทานบ่อยๆ (แทบจะวันเว้นวัน) นอกจากสีสันจะสวยแล้ว ดอกยังทานง่าย ดอกสดๆมีรสชาติเหมือนผักเลยค่ะ (มีรสขมจิ๊ดๆ) แต่ก็มีวิธีนำมารับประทาน คือ สามารถทานได้ทั้งขั้วดอกที่มีสีเขียวๆติดอยู่ได้เลย แต่ควรล้างก่อน โดยล้างผ่านน้ำไวๆให้สะอาด อย่าตั้งใจล้างนานๆเพราะกลีบดอกจะช้ำหมด นำมาทานแทนผัก จิ้มน้ำพริกต่างๆอร่อยทีเดียวเชียว หรือจะนำไปต้มเป็นเครื่องดื่มได้ทั้งแบบอุ่นๆและเย็นเฉียบ ต้มใส่น้ำตาลกรวดนิดหน่อยให้รสหวานจางๆ คนชอบเครื่องดื่มเย็นๆก็ทุบน้ำแข็งใส่เยอะๆ ใครชอบรสออกหวานอมเปรี้ยวนิดๆก็บีบน้ำมะนาวตามลงไปแจมนิดหน่อย จากน้ำสีน้ำเงินเข้มปรี๊ดจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง จิบแล้วชื่นใจจริงๆค่ะ


     เมื่ออิฉันได้ไปอ่านเจอบทความหนึ่งที่ทำเผยแพร่ให้ประชาชนคนไทยได้อ่านในหน้าเว็บไซต์ของสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (www.pharmacy.mahidol.ac.th/journal) เกี่ยวกับเรื่องของ "ดอกอัญชัน" ทำให้ต้องสะดุ้งโหยง! บทความดังกล่าวแจงข้อมูลเรื่องดอกอัญชันส่วนหนึ่งที่สามารถกระตุกเตือนคนที่ชอบรับประทานดอกอัญชันบ่อยๆว่า...  "เมื่อกล่าวถึงอัญชัน โดยทั่วไปมักนึกถึงดอกสีน้ำเงินซึ่งเป็นที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ทางเครื่องสำอาง แม้ว่าจะมีงานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาจำนวนมาก แต่งานวิจัยทั้งหมดยังเป็นข้อมูลที่ศึกษาในระดับสัตว์ทดลองไม่มีรายงานการวิจัยในคน จึงยังไม่สามารถระบุขนาดและวิธีใช้ที่เหมาะสมได้

แต่ในประเทศไทยนั้น มักพบว่าใช้ประโยชน์ของดอกอัญชันเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบางชนิดและใช้สีจากดอกเป็นส่วนผสมในขนมและอาหารหรือใช้ดอกแห้งชงเป็นเครื่องดื่ม ซึ่งการใช้ประโยชน์เพื่อการบริโภคควรระมัดระวังการรับประทานร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดหรือยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน และ warfarin เป็นต้น
     

เนื่องจากมีรายงานว่าสาร ternatin D1 ในดอกอัญชันมีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดซึ่งอาจมีผลเสริมฤทธิ์กันจนเกิดอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นผู้ที่ต้องใช้ยาดังกล่าวเป็นประจำ หากต้องการบริโภคดอกอัญชันในรูปแบบเครื่องดื่มหรือชาชง ไม่ควรชงในขนาดความเข้มข้นมากและไม่ควรดื่มแทนน้ำ ส่วนข้อควรระวังสำหรับการใช้ภายนอกร่างกาย คือ ควรระมัดระวังในผู้ที่มีอาการแพ้ดอกไม้ต่างๆ ให้หมั่นสังเกตตนเอง หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของอัญชันแล้วก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ควรหยุดใช้ทันที"
    

อิฉันประมาทมากไปที่เพลิดเพลินและหนำใจกับดอกอัญชันสีสวย จนลืมคิดถึงเรื่องสุขภาพ ต่อไปควรทานอาหารให้หลากหลาย ต้องให้พอเหมาะพอควร อย่าทานบ่อย หรือทานเป็นประจำติดๆกัน ดอกอัญชันเป็นของมีประโยชน์ ถึงรู้ว่าดีก็นำมาทานบ้าง หยุดบ้าง หรือเว้นบ้าง เมื่อได้ทราบข้อมูลดีแล้ว ก็บริโภคได้อย่างปลอดภัยและหายห่วงค่ะ
(กรณีที่บางท่านชอบมีอาการแพ้โน่นแพ้นี่ แล้วไม่ทราบสาเหตุ เช่น เดินเล่นอยู่ในสวนหรือไปเที่ยวเดินตามป่า ตามไร่หรือในสวน จู่ๆหน้าตาก็เกิดบวมหรือเป็นผื่นเห่อขึ้นมาเฉยๆ หรือเกิดผื่นคันตามเนื้อตัว เกิดเป็นรอยปื้นสีแดงๆบนผิวหนังและคันคะเยอ ซึ่งสาเหตุดังกล่าว (อาจ) เกิดจากการแพ้สารจากดอกไม้หรือใบไม้บางชนิดก็ได้ค่ะ

ดังนั้น จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนท่านที่อยากลองลิ้มรสชาติดอกอัญชันสดๆ หรืออยากลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของดอกอัญชันดู แล้วยังไม่ค่อยแน่ใจว่าบริโภคแล้วจะเกิดอาการแพ้หรือไม่ ต่อไปลองทดสอบกับผิวดูก่อน ถ้าเป็นอัญชันดอกสดๆให้เด็ดกลีบออกมา ๑ กลีบ ขยี้กลีบจนเป็นน้ำออกมา จากนั้นป้ายน้ำดอกอัญชันทาบางๆบริเวณตรงต้นแขนดู หรือถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของดอกอัญชัน ให้หยดลงบนปลายนิ้วมือเล็กน้อย แล้วป้ายบางๆไว้ใต้ท้องแขนดู แต่ต้องทิ้งไว้ก่อนไม่น้อยกว่า ๑๒ ชั่วโมง ทั้งสองวิธีนี้หากลองแล้ว ถ้าไม่มีอาการใดๆก็แสดงว่าไม่แพ้ค่ะ)