ยอ...สมุนไพรเพื่อผู้หญิง

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

ในยุคที่กระแสการดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้สมุนไพรไทยหรือผักพื้นบ้านหลายชนิด ได้มีโอกาสเปิดตัวให้คนรุ่นใหม่ ได้รู้จักกันมากขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้น...หลายคนอาจจะคุ้นชินอยู่เพียงไม่กี่ชนิด ทั้งๆที่บ้านเราก็มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผักพื้นบ้านนับร้อยนับพันชนิด ที่คนโบราณใช้เป็นอาหารและยารักษาโรค มาหลายชั่วอายุคนกันแล้ว และหนึ่งในจำนวนผักพื้นบ้านหลากหลายชนิด ที่เป็นพืชมหัศจรรย์ช่วยพิทักษ์รักษาคือ ยอ

ยอ (Indian Mulberry) ผักสมุนไพรพื้นบ้านชนิดนี้ สันนิษฐานกันว่า มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่แถบหมู่เกาะโปลีนีเซียน ฟิจิ ตองกา ตาฮิติ ซึ่งเป็นเขตที่มีอากาศร้อนในทวีปอเมริกา ต่อมาได้มีผู้นำมาปลูกตามประเทศต่างๆในเขตร้อน อาทิ อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ศรีลังกา เวียดนาม และไทย ถึงแม้จะมีต้นกำเนิดจากต่างถิ่น แต่คนไทยก็คุ้นเคยกับยอมานานนับเป็นร้อยปีมาแล้ว ซึ่งยอในเมืองไทยมี 2 ชนิด คือ ยอป่า และยอบ้าน

ผลสุกของยอเป็นยาชั้นยอด ช่วยในการขับลมและช่วยย่อย ด้วยมีรสที่ร้อนปร่าๆ จึงมักเก็บลูกยอมาบ่มในไหเกลือ โดยฝังเข้าไปในเกลือสักวันสองวัน...ลูกยอจะสุก แล้วก็นำมาจิ้มเกลือ จิ้มน้ำผึ้งกิน ช่วยบำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ช่วยระบายท้อง โดยจะกินลูกยอกันทั้งเม็ด สำหรับผู้หญิงควรกินยอสุกหรือที่แก่จัด เพื่อบำรุงเลือดลม ขับเลือดเสียไม่ให้มีการคั่งค้าง ซึ่งคนโบราณเชื่อว่า ถ้าเลือดร้ายออกไป ผิวพรรณจะสดใสเปล่งปลั่ง ไม่เป็นสิว ฝ้า อารมณ์ดี ส่วนสตรีที่อยากมีผิวหน้าสดใส แต่ทนกลิ่นลูกยอไม่ได้ ก็อาจจะฝานลูกยอที่แก่จัด แล้วตากแห้งบดเป็นผงชงน้ำดื่ม หรือทำเป็นลูกกลอน...บรรจุแคปซูล สำหรับเอาไว้กินก็ได้

ยอเป็นสมุนไพร ที่เป็นยาอายุวัฒนะของสังคมไทย ซึ่งในน้ำลูกยอมีธาตุโปแตสเซียมสูง ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังและโรคหัวใจ...ไม่ควรกิน แต่หากใช้แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน จะใช้ลูกยอดิบเผาหรือปิ้งไฟอ่อนๆในเตาถ่าน กะว่าผิวนอกไหม้ดำเป็นถ่าน ข้างในเหลืองกรอบ แต่หากไม่มีเตาถ่าน ให้หั่นลูกยอเป็นแว่นบางๆ คั่วทั้งสดๆในไฟอ่อนจนเหลืองกรอบ จากนั้นนำมาชงในน้ำร้อนหรือต้ม ถ้าต้มควรให้เดือดนาน 2-3 นาที ส่วนชงในน้ำร้อนจะใช้ยอ 1 ลูก ต่อน้ำ 1 แก้ว ชงทิ้งไว้ 5 นาที ควรเติมเกลือลงไปเล็กน้อย เพื่อชดเชยเกลือที่เสียไปจากการอาเจียน

หรือจะผสมยาหอมลงไปด้วย...ก็ยิ่งดี เป็นการเสริมฤทธิ์ให้กับยอ จะช่วยให้หยุดอาเจียนเร็วขึ้น และควรกินขณะที่ยังร้อนหรืออุ่นๆอยู่ ส่วนแก้อาการท้องผูก ให้นำรากยอที่มีสาร Anthraquinone ช่วยระบายท้องได้ดี โดยนำรากยอที่โตขนาดนิ้วชี้ ยาวไม่เกิน 6 นิ้วฟุต สับเป็นชิ้นๆใส่น้ำ 2 แก้ว ต้ม 10-15 นาที กิน 1 แก้วก่อนเข้านอน ตอนเช้าท้องไส้จะระบายดี เหมาะสำหรับคนท้องผูก หรือคนที่เป็นริดสีดวงทวาร และแก้อาการปวดต่างๆ อย่างอาการปวดศีรษะ ให้ใช้ใบยอต้มเดือด 3-5 นาที มาแปะที่บริเวณหัว หรือปวดตามข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือโรคเกาต์ ก็ให้ใช้ใบยอตำคั้นน้ำทา

เมนูยอเพื่อสุขภาพ คือ ส้มตำลูกยอ มีส่วนประกอบดังนี้

  • ผลลูกยอที่แก่เต็มที่แต่ยังไม่สุก
  • พริกขี้หนู
  • กระเทียม
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลปี๊บ
  • น้ำมะขามเปียก

โดยวิธีทำส้มตำลูกยอ เริ่มเอาเปลือกลูกยอที่เป็นตาออกเล็กน้อย แล้วสับให้เป็นเส้นหรือฝอยละเอียด โขลกพริกขี้หนูกับกระเทียมพอแหลก ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก แล้วโขลกรวมกัน ชิมรสตามชอบ เผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็ม

ส่วนอีกเมนูเพื่อสุขภาพเช่นกัน คือ ยอกวน ที่มีส่วนประกอบ ได้แก่

  • ผลลูกยอสุก
  • น้ำตาลทราย
  • เกลือ
  • พริกไทย

สำหรับวิธีทำยอกวนนั้น เริ่มจากนำผลยอสุกล้างน้ำให้สะอาดแล้วปั่น จากนั้นนำไปกวนในกระทะ เติมน้ำตาล เกลือ และพริกไทยลงไป แล้วกวนต่อไปจนหนืด ยกออกจากเตามาตั้งทิ้งไว้ให้เย็น และค่อยนำมากินเพื่อสุขภาพ

ยอ...มีคุณประโยชน์มากมาย ตั้งแต่รากจนถึงผลสุก ไม่เพียงแต่จะนำมาประกอบอาหารเท่านั้น ยังสามารถนำมาใช้เป็นยาสมุนไพร ที่ช่วยบรรเทาโรคบางอย่างได้ด้วย หากท่านใดที่มีความสนใจ เชิญเข้าเยี่ยมชม ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตกฤษ์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลความรู้ เรื่องสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ที่ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร หรือโทรศัพท์ 0-3721-1289 ได้เลยค่ะ