"กฎ กติกา มารยาท ของศิราณี (จำเป็น)"

ดูดี 360 องศา

 

เคยไหมครับ เคยตกที่นั่งลำบากเมื่อต้องรับหน้าที่เป็นคนกลาง คอยรับฟังเรื่องราวบาดหมางระหว่างคู่รักที่กำลังทะเลาะกันไหม

ถ้าคุณๆ คนไหนตอบว่าไม่เคย ผมขอแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้ง เพราะว่าคุณนั้นช่างเป็นคนที่โชคดีที่สุดแล้วละครับ

แต่ดูเหมือนว่าความโชคร้ายกำลังระรัวเคาะประตูบ้านของผมในเวลานี้ เพราะเพื่อนสนิทของผมสองคนซึ่งเป็นคนรักกัน ผู้ซึ่งกำลังประสบปัญหาความรัก ได้พร้อมใจกันเลือกให้ผมทำหน้าที่ศิราณีสอนน้อง เป็นที่ปรึกษาทางด้านความรักโดยที่อีกฝ่ายต่างก็ไม่รู้ตัว
ครั้นจะปฏิเสธก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะเพื่อนอุตส่าห์ไว้ใจเลือกที่จะปรึกษาเรา ผมเลยคิดว่าเอาไงก็เอากัน ขอลองดูสักตั้ง

ไหนๆ ก็ตกกะไดพลอยโจนไปกับเขาแล้ว ผมก็ได้แต่หวังว่าตัวเองจะมีประโยชน์ จะสามารถทำให้เพื่อนกลับมาเข้าใจกัน หรืออย่างน้อยก็ทำให้พวกเขาสบายใจขึ้นได้บ้าง เลยปัดตำรางัดวิชาศิราณีจำเป็นขึ้นมาใช้อีกครั้งในที่สุด
ผมขอเรียกว่า นี่เป็นกฎ กติกา มารยาท สำหรับผู้หวังดี ที่ริจะทำหน้าที่เป็นศิราณี เป็นที่ปรึกษาทางด้านความรักให้แก่คนอื่นก็แล้วกัน ซึ่งข้อควรจำนั้นมีเพียงไม่กี่อย่าง เรามาเริ่มตันกันเลยนะครับ
ข้อแรกก็คือ 'รับฟังและสะท้อนปัญหา' พยายามรับฟังในสิ่งที่เพื่อนพูด พยายามให้เขาเล่าโดยใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และคอยป้อนคำถามต่างๆ เพื่อให้เขาได้ฉุกคิด ได้ทบทวนในสิ่งที่เขาพยายามจะเล่า อย่างเช่น "รู้ว่าเธอโกรธ แต่เธอยังรักเขาใช่ไหม" หรือ "รู้ว่าเขาผิด แต่เธอให้อภัยเขาได้ใช่ไหม" อะไรทำนองนี้ละครับ

ข้อที่สอง 'ทำตัวให้เป็นกลาง' ในกรณีที่คุณรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแก่ทั้งสองฝ่ายแบบผม การทำตัวเป็นกลาง รับฟังปัญหาของทั้งคู่ โดยไม่อิน ไม่เอนเอียงไปยังฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้นดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่าเห็นแก่ว่าคุณสนิทกับเพื่อนคนนี้มากว่าคนนั้น หรือหมั่นไส้กันเป็นการส่วนตัว เลยยุส่งให้พวกเขาเลิกๆ กันไปเสีย

และทางที่ดีคุณควรบอกพวกเขาให้รู้ด้วยว่า อีกฝ่ายก็เลือกที่จะคุยกับคุณด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่อยากถูกใครคนใดกล่าวหาว่าคุณหักหลังเขาภายหลัง
ข้อที่สาม 'ชี้ทางไม่ใช่ลากจูง' อย่าริไปตัดสินใจแทนพวกเขา เพราะอันที่จริงพวกเขาอาจมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วเพียงแต่อยากหาที่ระบาย เพื่อนอย่างเรามีหน้าที่ชี้ช่องทางให้พวกเขาได้เห็น ว่าถ้าตัดสินใจแบบนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นอย่างนั้น หรือถ้าตัดสินใจแบบนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นแบบนี้ เพื่อให้พวกเขาได้กลับไปพินิจพิจารณาและตรึกตรองด้วยตัวเองภายหลัง
ข้อที่สี่ 'เติมกำลังใจไม่ใช่ซ้ำเติม' เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าเพื่อนจะตัดสินใจเลือกทางใด อาจจะไม่ใช่ทางที่เราคิดว่าควรจะเป็น แต่หน้าที่ของเราซึ่งเขาเรียกว่าเพื่อน คือการให้กำลังใจ แม้ว่ามันจะเป็นทางเลือกที่ผิดพลาดก็ตาม
ข้อที่ห้าซึ่งเป็นข้อสุดท้ายคือ 'เป็นผู้รักษาความลับ' เพราะความรักและความบาดหมางคนของสองคนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การที่เขาตัดสินใจเลือกที่จะเล่าให้เราฟังแสดงว่าเขาไว้ใจเรา และเราควรตอบแทนเขาด้วยการเก็บเรื่องราวเหล่านั้นไว้เป็นความลับ โดยไม่แพร่งพรายหรือนำไปบอกเล่าให้คนอื่นฟังต่อ

เพราะวันนี้เขาทะเลาะกัน พรุ่งนี้เขาอาจปรับความเข้าใจกันได้ แล้วไม่แน่เขาอาจจะกลับมาทะเลาะกันใหม่ แต่ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องของพวกเขา ไม่ใช้หน้าที่ที่เราจะเที่ยวไปโพนทะนาบอกเล่าให้คนอื่นฟังนี่ครับ

สุดท้ายแล้ว ผมไม่รู้ว่าศิราณีอย่างผมจะทำหน้าที่ได้ดีเพียงไร แล้วเรื่องราวความรักระหว่างเพื่อนทั้งสองคนจะลงเอยไปทางไหน แต่ผมก็หวังว่าพวกเขาจะใช้สติเป็นที่ตั้ง แล้วมองย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่พวกเขามีความสุข เวลาที่พวกเขารักกัน ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปก็แล้วกันนะครับ